รุ่งเรืองหรือรุ่งริ่ง? เช็คผลงานทีมยุโรปจาก 5 ลีกดังที่มีเจ้าของเป็นคนเอเชีย

ยุค 2000 ถือเป็นยุคที่มหาเศรษฐีจากสหรัฐอเมริกาไล่ซื้อทีมฟุตบอลดังมาบริหารเป็นว่าเล่น แต่สำหรับยุค 2010 นี้ ต้องบอกว่านี่คือช่วงเวลาทองของมหาเศรษฐีจากเอเชีย ปัจจุบันมีทีมใดจาก 5 ลีกดังที่มีเจ้าของเป็นคนเอเชียบ้าง และภาพรวมผลงานในปัจจุบันเป็นอย่างไร ไปดูกัน 

หมายเหตุ: ไล่ตั้งแต่ลีกอังกฤษ, อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส และเยอรมัน 

อังกฤษ

เลสเตอร์ ซิตี้

เจ้าของทีม : ตระกูลศรีวัฒนประภา (ไทย)

เข้าซื้อกิจการ : ปี 2011

เรื่องที่ดีที่สุด : แชมป์พรีเมียร์ลีก 2015/16

ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรให้มากมายกับ “จิ้งจอกสยาม” เพราะเราทุกคนต่างรู้เรื่องราวของพวกเขาอย่างดี

นับตั้งแต่ ตระกูลศรีวัฒนประภา เจ้าของ คิง พาวเวอร์ ร้านค้าปลอดภาษีอันดับ 1 ของไทย เข้ามาบริหารทีม กราฟชีวิตของพวกเขาก็พุ่งขึ้นมาตลอด ถึงขนาดสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 132 ปีของสโมสรเมื่อปีที่แล้ว

และเราอาจจะบอกได้ว่า พวกเขาคือกลุ่มทุนจากเอเชียที่ประสบความสำเร็จในการซื้อสโมสรในยุโรปเลยทีเดียว เพราะเจ้าของจากแดนสยามใช้เงินในการซื้อทีมด้วยเงินเพียง 40 ล้านปอนด์ แต่กลับเพิ่มมูลค่าแบรนด์ของตัวเองได้มากกว่านั้นหลายสิบเท่าในปัจจุบัน

แม้ชีวิตหลังเทพนิยายจะเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะถึงจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในการเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกของทีม แต่ผลงานในลีกกลับกระท่อนกระแท่น เปลี่ยนกุนซือมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ผลงานนอกสนามยังถือว่าใช้ได้ ล่าสุดก็เพิ่งซื้อทีม เอาด์ เฮเวอร์เลย์ เลอเวน (OHL) ทีมในลีกดิวิชั่น 2 เบลเยียมเข้าร่วมชายคา และมีเด็กไทยได้โอกาสลงสนามให้ทีมนี้แล้วเช่นกัน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เจ้าของทีม : ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน (ยูเออี) และ กลุ่มไชน่า มีเดีย แคปิตอล (จีน)

เข้าซื้อกิจการ : ปี 2008

เรื่องที่ดีที่สุด : แชมป์มากมาย พร้อมผู้จัดการทีมและนักเตะระดับโลกที่ตามมาเพียบ

“เรือใบสีฟ้า” ค่อยๆ เริ่มกลับมาลืมตาอ้าปากตั้งแต่ที่  ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซื้อทีมในปี 2007 ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้กับมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง ชีค มานซูร์ ในปีต่อมา

หลังจากนั้น ทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์ กลายเป็นทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ที่ได้ต้อนรับแข้งเทพมากมาย อาทิ ดาบิด ซิลบา, เซร์คิโอ อเกวโร่, ยาย่า ตูเร่, มาริโอ บาโลเตลลี่ (ฮา) และอีกเพียบ พร้อมทุบสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสรคนแล้วคนเล่า

เช่นเดียวกับเหล่ากุนซือที่พกดีกรีระดับโลกมา ตั้งแต่ โรแบร์โต้ มันชินี่, มานูเอล เปเยกรินี่ เรื่อยมาจนถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในตอนนี้

จากทั้งหมดทำให้ แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี เช่นเดียวกับฟุตบอลถ้วยในประเทศ สร้างความเฮฮาให้สาวก และเสียงดังน่ารำคาญให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมือง เหลือเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จขั้นสุดยอดก็คือ ถ้วยยุโรปบิ๊กเอียร์ใบนั้น ซึ่งยังได้แค่ฝันในตอนนี้

ฤดูกาลที่ผ่านมาทัพเรือใบสีฟ้าจบฤดูกาลแบบมือเปล่า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ในตลาดซื้อขายรอบนี้ พวกเขาจะจัดหนัก ทุ่มเงินกว่า 200 ล้านยูโรซื้อนักเตะกว่าครึ่งโหล ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจะไม่หยุดแค่นี้ เนื่องจากฤดูกาลนี้คือปีที่พวกเขาจะต้องคว้าแชมป์ให้ได้บ้างแล้ว

เอฟเวอร์ตัน

เจ้าของทีม : ฟาร์ฮัด โมชิริ (อิหร่าน)

เข้าซื้อกิจการ : ปี 2016

เรื่องที่ดีที่สุด : ทำให้เอฟเวอร์ตันมีเงินเหลือกินเหลือใช้

ยักษ์หลับแห่ง เมอร์ซี่ย์ไซด์ เพิ่งได้เจ้าของคนใหม่เมื่อปีก่อน หลังจากที่ โมชิริ เศรษฐีชาวอิหร่าน (แต่ถือสัญชาติอังกฤษ) เข้ามาถือหุ้นของทีมเกือบครึ่ง ซึ่งนั่นทำให้ชีวิตของทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินดีขึ้นทันตา

เพราะจากที่พวกเขาต้องใช้เงินแบบจำกัดจำเขี่ยในอดีต เอฟเวอร์ตัน ก็มีเงินทุนในการเสริมทัพมากมายถึงขนาดทำลายสถิติสโมสรกับ กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน แถมยังขายนักเตะสร้างกำไรมหาศาล โดยมี โรเมลู ลูกากู กับ จอห์น สโตนส์ เป็นตัวอย่าง

แต่บางครั้งมีเงินเยอะก็ใช่ว่าจะดี เพราะหลังจากทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินจบอันดับ 7 เมื่อฤดูกาลก่อนพร้อมได้ไปเล่นยูโรปาลีก ฤดูกาลนี้พวกเขากลับฟอร์มตกฮวบฮาบผิดจากเงินที่ทุ่มไป นักเตะใหม่โดยเฉพาะตำแหน่งศูนย์หน้าทดแทนการจากไปของลูกากูไม่ได้ ทีมประสบความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องจนร่วงสู่โซนตกชั้น ส่วนเกมยุโรปก็ผลงานย่ำแย่จน โรนัลด์ คูมัน กลายเป็นคนที่ไม่ใช่อีกต่อไป คงต้องติดตา่มกันต่อว่า เอฟเวอร์ตัน จะกลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งเมื่อไหร่

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

เจ้าของทีม : ไล กัวเฉิน (จีน)

เข้าซื้อกิจการ : ปี 2016

เรื่องที่ดีที่สุด : คว้าตัว เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค เสริมทัพ

กลุ่มทุน ยุนยี่ โกไค (เซี่ยงไฮ้) สปอร์ตส ดีเวลลอปเมนท์ ลิมิเต็ด จากจีน เพิ่งเข้าซื้อสโมสรดังแห่งมิดแลนด์เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว

แม้สโมสรจะไม่ได้ทุ่มเงินซื้อนักเตะมากนัก ส่วนใหญ่เป็นสายหยิบยืมจากทีมอื่นมาใช้งานเสียมากกว่า แต่นักเตะที่ได้มาก็ล้วนคุ้มค่า ทั้ง อาเหม็ด เฮกาซี่ กองหลังทีมชาติอียิปต์ และ เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค นักเตะดีกรีแชมป์ยูโรปาลีก ที่สื่อยกให้เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาสุดเซอร์ไพรซ์ประจำฤดูกาลเลยทีเดียว

ต้องบอกเลยว่า ผลงานในฤดูกาล 2016/17 ทีผ่านมานี้ พวกเขาทำผลงานได้เกินคาดมากๆ เพราะมีช่วงหนึ่งที่ทีมทำผลงานได้ดีจนทีมขึ้นไปรั้งอันดับ 6-7 เลยทีเดียว แย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ช่วงท้าย จู่ๆ พวกเขาก็ฟอร์มบู่จน 9 นัดหลังไม่ชนะใครเลย ทำให้ทำได้เพียงอันดับที่ 10

แม้ผลงานฤดูกาลนี้อาจจะดร็อปลงไปบ้าง แต่ตราบใดที่ยังมี โทนี่ พูลิส คุมทีม อนาคตของ “เดอะ แบ็กกี้ส์” ก็ดูมั่นคงไปอีกนาน

Pages