รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก: ความฝันสูงสุดคือทีมชาติไทย

ปีกจรวดซ้ายธรรมชาติที่แจ้งเกิดในลีกสูงสุดกับกว่างโซ้งเชียงราย ยูไนเต็ดได้อย่างสวยงามจนถูกซิโก้เรียกตัวติดทีมช้างศึกชาติไทย

เรื่องสั้น 60 วินาที

หากย้อนไปสักหนึ่งปีก่อนหน้านี้อาจจะมีไม่กี่คนที่รู้จักและเคยได้ยินชื่อของรุ่งรัฐ ภูมิจันทึก เด็กหนุ่มจากเมืองย่าโมโคราชคนนี้ แต่หลังจากโชว์ฟอร์มปีกจรวดจนกลายเป็นขวัญใจชาวเจียงฮาย และถูกซิโก้เรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ลงอุ่นเครื่องกับทีมชาติสิงคโปร์เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2015 และโชว์ผลงานเท้าซ้ายพลังสูงให้เห็นกันเต็มตา ชื่อของ เมสซี่ ปริ๊นซ์ ก็กลายเป็นที่จับตามองของแฟนฟุตบอลทั่วประเทศไทย

"ปริ๊นซ์" รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลจากการติดต่อคุณพ่อที่เป็นนักฟุตบอลเดินสายไปดูพ่อซ้อมฟุตบอล แข่งฟุตบอล ก่อนจะเริ่มลงเตะบอลเล่นกับเพื่อนๆ ตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นหนุ่มน้อยนักเตะเดินสายในสมัยเรียนอยู่โรงเรียนปากช่อง

ฝีเท้าซ้ายธรรมชาติที่ไม่เคยผ่านโรงเรียนฟุตบอลที่ใดๆ มาเลยตลอดชีวิต มีแต่ "โรงเรียน" ที่เรียกว่าฟุตบอลเดินสายให้ใช้ฝึกฝนฝีเท้า จนเมื่อเรียนจบมัธยมและย้ายเข้ามาเรียนที่เมืองหลวง เจ้าหนุ่มน้อยเริ่มตั้งเป้าอยากเป็นนักเตะอาชีพ หิ้วรองเท้าสตั๊ดเดินเข้าหาหลายทีมที่เปิดสายคัดตัวนักเตะ แต่เหมือนโชคชะตาไม่เข้าข้าง หลายต่อหลายครั้งที่เดินทางไปถึงมีนักเตะดาวรุ่งหลายร้อยมาเข้าแถวคอยคัดตัว เมื่อมีนักเตะไล่ตามฝันกันมากมายแต่เวลามีได้แค่จำกัด บางครั้งได้สัมผัสผืนหญ้าเพียง 4-5 นาที จนถึงขนาดที่เจ้าปริ๊นซ์ท้อถอยแทบหมดกำลังใจ แต่สุดท้ายชะตาขีดมาแล้วว่าสองเท้าจะพารุ่งรัฐให้รุ่งเหมือนชื่อ 

เขาคือใคร ทำไมต้องรู้จัก?

ชัยยงค์ ขำเปี่ยม อดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมชาติไทย ที่ขณะนั้นเป็นผู้ฝึกสอนสโมสรอินทรีเพื่อนตำรวจ (ชื่อในขณะนั้น) มองเห็นแววดาวรุ่งของเจ้าหนุ่มน้อย จนได้เลือกตัวเข้าอะคาเดมี่เพื่อนตำรวจด้วยวัย  ปี ให้เจ้าปริ๊นซ์ได้ฝึกฝนฝีเท้าใต้ร่มเงาโล่ห์เงิน ก่อนที่ "โค้ชยงค์" จะหอบหิ้วลูกศิษย์คนโปรดติดตามขึ้นเหนือไปอยู่กับทีมเชียงใหม่ เอฟซี ก่อนจะถูกใจ "โค้ชโจ" ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น จนเซ็นสัญญาคว้าตัวมาร่วมทีมกว่างโซ้ง เชียงราย ยูไนเต็ด 

ปีกซ้ายดาวรุ่งโดดเด่นด้วยความเร็วและความกล้าเล่นกล้าลอง ถูกซิโก้เรียกตัวร่วมทีมชาติไทยชุด U23 ไปแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ 2015 ณ ประเทศสิงคโปร์ที่เพิ่งปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "เจ้าปริ๊นซ์" ได้ลงยืนเป็นตัวหลักในตำแหน่งปีกซ้าย  รอจังหวะใช้ความเร็วฉีกหนีตัวประกบเข้าไปทำประตูสุดสวยให้กับทีมชาติไทยในเกมเฉือนเอาชนะติมอร์เลสเต้ 1-0

รุ่งรัฐทำผลงานแจ้งเกิดเต็มตัวจาก 2 ประตูในเกมกับอินโดนีเซีย จากการยืนถูกที่ถูกเวลา และประตูที่ 2 จากจังหวะสปีดหนีตัวประกบไล่บอลเข้าไปยิงหนีมือนายประตูอย่างเหนือชั้น 

แม้จะเพิ่งติดสัมผัสซีเกมส์เป็นครั้งแรก แต่เจ้าปรินซ์ก็เล่นกับทีมชาติไทยและปรับตัวเข้ากับระบบของโค้ชซิโก้ได้อย่างไร้ที่ติ เป็นหนึ่งในนักในดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติไทย

จุดแกร่ง

ความเร็วและความคล่องแคล่วคือคุณสมบัติโดดเด่นของรุ่งรัฐ นอกจากการเล่นปีกเท้าด้วยเท้าซ้ายธรรมชาติเป็นความได้เปรียบอยู่แล้ว นอกจากจะใช้ความเร็วกระชากบอลหนีตัวประกบและสามารถเปิดคิลเลอร์พาสใส่พานให้กองหน้าเข้าชาร์จหน้าประตู เจ้าปริ๊นซ์ยังสามารถหาจังหวะเข้าไปยิงประตูเองได้ด้วย 

จุดอ่อน

แม้จะมีความโดดเด่นด้านความเร็วในตำแหน่งปีกซ้ายที่สามารถฉีกตัวประกบได้เข้าไปส่องประตู แต่ความอ่อนประสบการณ์ทำให้เจ้าปรินซ์ยังคงต้องเจอกับปัญหาการตัดสินใจในจังหวะการเล่น 50-50 กับตัวประกบเก๋าๆ ที่บังทางบอลเก่งๆ 

นอกจากนี้ด้วยส่วนสูงเพียง 173 ซม. ที่แม้จะดีกับการเล่นบนพื้นของนักเตะตำแหน่งปีกที่เน้นการใช้ความเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เสียเปรียบในการเล่นลูกกลางอากาศเช่นกัน

เขาว่ากันว่า....

"โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กุนซือใหญ่กว่างโซ้งเชียงราย เคยกล่าวถึงรุ่งรัฐ ภูมิจันทึก

"ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของ รุ่งรัฐ และบอกให้เจ้าตัวทำงานหนักมาตลอด ซึ่งที่ผ่านมาผมและสโมสรเพียงแค่หยิบยื่นโอกาสให้เขา และเขาก็โชว์ศักยภาพออกมาให้เห็น"

ด้วยสไตล์การเล่นของรุ่งรัฐที่ไปคล้ายกับ "เบิร์ด" สุธี สุขสมกิจ รุ่นพี่อดีตปีกซ้ายระดับตำนาน "โค้ชโจ" กล่าวว่า "ผมอยู่กับเบิร์ดมาตั้งแต่เด็ก ผมคิดว่า รุ่งรัฐ มีส่วนคล้ายคลึงกับ สุธี โดยเฉพาะการใช้ความเร็ว จังหวะกระชาก และการเปิดบอลที่แม่นยำ"

"แต่สิ่งที่เขายังต้องพัฒนา ถ้าอยากไปเทียบชั้นจริงๆ คือการจบสกอร์ เพราะสุธีเป็นปีกที่หาจังหวะยิงได้เก่ง อย่างไรก็ตามเขาอายุยังน้อย และมีโอกาสพัฒนาเป็นนิวสุธีได้ แต่สิ่งสำคัญในการเล่นทีมชาติตอนนี้ เขาต้องเป็นตัวของตัวเอง เพื่องัดความสามารถที่แท้จริงออกมา"

โปรดติดตามตอนต่อไป...

หลังจากโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับทีมชาติไทยด้วยการยิง 3 ประตูช่วยให้ทีมชาติไทยครองความเป็นเจ้าฟุตบอลอาเซียน เจ้าปรินซ์ รุ่งรัฐ กลับมาลงเล่นให้เชียงรายยูไนเต็ดในเกมแรกที่เปิดบ้านเสมอกับชลบุรีเอฟซี 1-1 แต่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกมเพราะยังหาฟอร์มเก่งไม่ค่อยเจอ ซึ่งนั่นอาจจะมองได้ว่าความที่อายุยังน้อยและปรับตัวกับระบบการเล่นทีมชาติมาหนึ่งเดือน ทำให้ต้องกลับมาปรับตัวเข้าหาจังหวะเกมหรือ tempo ของเชียงรายยูไนเต็ดอีกครั้ง

แต่หากมองว่าในวัยเพียง 23 ปีกับความสามารถและผลงานในระดับลีกสูงสุดและการติดทีมชาติครั้งแรกที่โดดเด่นเข้าตาแฟนฟุตบอล ก็คงจะต้องจับตามองกันว่า "โค้ชโจ" จะขัดเกลาให้เจ้าปรินซ์เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เติบโตไปเป็นสุดยอดปีกซ้ายของทีมชาติไทยได้หรือไม่