รุ่นพี่เบล : 13 ยอดแข้งผู้เคยมีค่าตัวแพงที่สุดในโลก

ค่าตัว 85 ล้านปอนด์ของ แกเร็ธ เบล เมื่อปี 2013 ยังครองสถิตินักเตะที่แพงที่สุดในโลกมาจนถึงปัจจุบัน และ คอลัมนิสต์ของเราจะพาแฟนๆ FFT ไปย้อนอดีตเพื่อรู้จักกับเจ้าของตำแหน่งนักเตะที่แพงที่สุดในโลก(บางคน)ก่อนหน้า ปีกพญาวานร กัน...

เปโตร อนาสตาซี่

เบล ไม่ใช่สตาร์คนเดียวที่ครองสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก แต่กลับไม่เคยเล่นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ฟุตบอลโลก โดยรุ่นพี่ของเขาอย่าง เปโตร อนาสตาซี ก็ไม่เคยเล่นการแข่งขันในฝันของคนทั้งโลกเช่นกัน(ในตอนย้ายทีม)

อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี เริ่มสร้างชื่อด้วยการเป็นคนยิงประตูที่ 2 จนช่วยให้ทัพอัซซูรี่ปราบ ยูโกสลาเวีย ได้ในนัดชิงยูโร 1968 โดยตอนนั้น อนาสตาซี่ อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น และจากทัวร์นาเมนต์นั้น ทำให้ อนาสตาซี่ ได้ย้ายจาก วาเรส ไปร่วมทัพ ยูเวนตุส ในปีเดียวกัน ด้วยค่าตัว 650 ล้านลีร์(ราวๆ 500,000 ปอนด์) และทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกในโลกที่มีค่าตัวถึงครึ่งล้านปอนด์

ก่อนที่เขาจะถูกเรียกติดทีมชาติอิตาลีชุดลุยฟุตบอลโลก 1970 ทว่า อนาสตาซี่ เกิดไปเล่นหยอกกับเพื่อนร่วมทีมระหว่างช่วงเตรียมทีมก่อนแข่ง จนเกินเลยและทำให้เขาได้บาดเจ็บ จนต้องขอถอนตัวออกไป

“เขาเตือนผมแล้วว่า อย่าเล่นแบบนั้นกับเขา” อนาสตาซี่ รำลึกความหลัง “แต่ผมยังมันกับการแหย่เขาอยู่ จนเขาฟิวส์ขาด และหันหลังมาเตะผมที่หว่างขา”

“ตอนแรกผมก็ไม่เจ็บอะไรหรอก พร้อมกับยังหัวเราะกับเพื่อนๆต่อ แต่พอตกดึกเท่านั้นแหละ มันเหมือนฝันร้ายจริงๆ”

สุดท้าย อดีตดาวเตะยูเว่ ต้องได้รับการผ่าตัด พร้อมกับอดเล่นฟุตบอลโลกเพียงเพราะความกวนตีนของตัวเอง...

เบอร์นาเบ้ เฟอร์เรย์ร่า

ในปี 1932 เบอร์นาเบ้ เฟอร์เรย์ร่า ย้ายจาก ทิเกร้ บีเอ ไปอยู่กับ ริเวอร์ เพลท ด้วยค่าตัว 35,000 เปโซ (23,000 ปอนด์) โดยการทำลายสถิติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมนอกเกาะอังกฤษทำลายสถิติการซื้อขายสูงสุด

นอกจากนี้ เฟอร์เรย์ร่า ยังครองสถิตินักฟุตบอลที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกนานถึง 17 ปี ทั้งหมดเป็นเพราะระหว่างนั้น ทั่วโลกกำลังพะวงกับสงครามโลกอยู่

โดย อดีตดาวเตะที่ได้รับฉายาว่า “สัตว์ประหลาด” มีจุดเด่นที่ลูกยิงสุดแรง ที่ว่ากันว่าถึงขนาดทำให้ผู้รักษาประตูบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกจากสนามไปหลายคน

“ตอนเด็กๆ พี่น้องของผมจะบอกให้ผมยิงแรงขึ้นไปเรื่อยๆ” เฟอร์เรย์ร่า เล่าย้อนอดีต “แรงอีก แรงอีก พวกเขาบอกแบบนั้นเสมอ”

และครั้งหนึ่งผู้สื่อข่าวสุดฮา ก็ขอให้เขาถอดรองเท้าออก เพื่อดูว่า เฟอร์เรย์ร่า แอบติดเครื่องมือหรือใส่เหล็กไว้ในสตั๊ดหรือเปล่า

อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ฟอร์มของเขาสุดยอดแค่ในระดับสโมสรเท่านั้น เพราะว่า กับทีมชาติอาร์เจนติน่า เฟอร์เรย์ร่า ติดทีมชาติเพียง 4 ครั้ง และทำประตูไม่ได้เลย

เทรเวอร์ ฟอร์ด

ฟอร์ด ถือเป็นรุ่นพี่สายตรงของ ปีกหน้าลิงแห่งเรอัล มาดริด เพราะว่า เขาเป็นคนเวลส์เช่นกัน

อดีตกองหน้ารายนี้ ทำสถิติย้ายทีมแพงที่สุดในโลกเมื่อครั้งย้ายจากแอสตัน วิลลา สู่ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 1950 ด้วยค่าตัว 30,000 ปอนด์ โดย ฟอร์ด ตอบแทนเงินจำนวนดังกล่าวของ “แมวดำ” อย่างคุ้มค่า เมื่อเขายิง 67 ประตู จาก 108 เกม

ทว่า ทุกอย่างมาพังทลายลง เมื่อ อดีตดาวเตะทีม “มังกรไฟ” ถูกจับข้อหาทำผิดกฎหมายทางการเงิน พร้อมกับส่งผลให้ ฟอร์ด โดนแบนจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษและถูกต้นสังกัดปรับเงินยาว 15 สัปดาห์

หลังจากนั้นเขาเลือกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดนกับ พีเอสวี ไอน์ดโฮเฟ่น ทั้งยังพยายามเรียกฟอร์มเพื่อติดทีมชาติชุดลุยฟุตบอลโลก 1958 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

สุดท้ายชื่อของฟอร์ด ก็ค่อยๆถูกลืมไปจากสารบบตำนานนักเตะของแดนผู้ดี...

ฮันส์ เจปป์สัน

น่าเหลือเชื่อที่ในช่วงระหว่างปี 1952 ถึง 2000 นั้น ทีมจากอิตาลีจะมีส่วนร่วมการย้ายตัวที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 18 จาก 22 ครั้ง

โดยผู้สร้างประวัติศาสตร์คนแรก คือ ฮันส์ เจปป์สัน กองหน้าชื่อดังชาวสวีดิช ที่ย้ายจาก อตาลันต้า ไป นาโปลี ในราคา 52,000 ปอนด์ โดยนับเป็นนักเตะคนแรกที่มีค่าตัวถึงครึ่งแสนปอนด์ ซึ่ง เจปป์สัน ตอบแทนเงินของทีมดังแห่งเมืองเนเปิ้ลคุ้มค่าพอสมควร เมื่อยิงไป 52 ลูก จากการลงสนาม 112 เกม

ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านั้น ดาวยิงเลือดสวีเดน เคยมาเล่นในอังกฤษกับ ชาล์นตันในปี 1951 ก่อนจะกลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ในอีกหนึ่งปีต่อมา

หลุยส์ ซัวเรส

แน่นอนว่า มันเป็นคนละ หลุยส์ ซัวเรส กับ อดีตขวัญใจของ เดอะ ค็อป

เพราะนี่คือ นักเตะอาชีพคนแรกที่มีค่าตัวสูงถึงหลัก 1 แสนปอนด์เป็นครั้งแรก

โดย หลุยส์ ซัวเรซ กองกลางชาวสเปนย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 152,000 ปอนด์ ในปี 1961

และ ซัวเรซ กลายเป็นตำนานของทีม "งูใหญ่" เมื่อเขาพาสโมสรคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย และ แชมป์ เซเรีย อา อีก 3 ครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจ คือ อดีตมิดฟิลด์เลือดกระทิง เป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ยุโรปในระดับสโมสรและทีมชาติในปีเดียวกัน(ค.ศ.1964) ก่อนที่ ฆวน มาต้า และ เฟร์นานโด ตอร์เรส จะทำสำเร็จในอีกหลายสิบปีต่อมา

ฮารัลด์ นีลเซ่น

อดีตกองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก ย้ายจาก โบโลญญ่า ไปร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน ในปี 1967 ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกถึง 300,000 ปอนด์

สาเหตุที่ “งูใหญ่” ยอมทุ่มเงินขนาดนั้นก็เพราะว่า นีลเซ่น เป็นถึงดาวซัลโวประจำ กัลโช่ เซเรีย อา ถึงสองปีติด(1963 และ 1964) อย่างไรก็ตาม เงินที่ทีมดังแห่งเมืองมิลานลงทุนไปแทบจะศูนย์เปล่า เพราะ อดีตดาวเตะโคนม ลงสนามให้พวกเขาไปเพียงแค่ 8 เกมเท่านั้น

จากนั้น นีลเซ่น ย้ายไปร่วมทัพ นาโปลี และ ซามพ์โดเรีย ตามลำดับ ก่อนที่จะแบวนสตั๊ดอย่างถาวร

จูเซ็ปเป้ ซาวอลดี้

เทรเวอร์ ฟรานซิส ต้องรอถึงปี 1979 กว่าที่จะสร้างสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่มีค่าตัวแตะหลักล้านปอนด์บนเกาะอังกฤษ

ทว่า ในอิตาลี ค่าตัวระดับนั้นเกิดตั้งแต่ปี 1973 โดยเจ้าของสถิติคือ จูเซ็ปเป้ ซาวอลดี้ ที่ย้ายจาก โบโลญญ่า ไปร่วมทัพ นาโปลี ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติของ โยฮัน ครัฟฟ์ ในปีเดียวกัน(ย้ายจาก อาแจกซ์ฯ ไป บาร์เซโลน่า, 922,000 ปอนด์)

อย่างไรก็ตาม ชีวิตค้าแข้งหลังจากนั้นของ ซาวอลดี้ ก็ไม่สวยงามเท่าไร เมื่อเขาถูกตรวจพบว่า มีส่วนพัวพันกับการล็อคผลการแข่งขัน จนทำให้ถูกแบนไปสองปี และค่อยๆหายไปจากความทรงจำของแฟนลูกหนัง

หน้าต่อไปมีแข้งชื่อดังอีกเพียบ ติดตามกันได้เลย!