รุ่นพี่ต้องร้อง...เฮ้ยน้องคือใคร? : 9 ดาวรุ่งที่ได้ลงไม่กี่นัดแต่ซัดตัวจริงยาวๆ

“ถ้าคุณเก่งพอ คุณก็แก่พอ” ประโยคนี้ใช้ได้จริงเสมอในทุกๆเรื่อง … และ 9 นักเตะเหล่านี้คือเหล่าอัจฉริยะที่ยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมโดยใช้เวลาปล่อยของเพียงพรีบตาเดียว และแสดงให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น

1.เอคตอร์ เบเยริน

ในฤดูกาล 2014-15 คือปีที่ อาร์เซน่อล ได้ส่งดาวรุ่งลงมาในตำแหน่งแบ็คขวาและกลายเป็นกำลังสำคัญของพวกเขาจนถึงทุกวันนี้

เบเยริน ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาอยู่กับ อาร์เซน่อล ตั้งแต่ปี 2011 ก่อนที่เขาจะใช้เวลาบ่มเพาะฝีเท้าในระดับเยาวชนอยู่ราวๆ 2 ปี เวนเกอร์ ก็ปล่อยให้เขาไปเก็บประสบการณ์ในเกมระดับเเชมเปี้ยนชิพกับ วัตฟอร์ด ในฤดูกา 2013-14

แม้จะได้ลงเล่นกับ แตนอาละวาด แค่ 8 เกม แต่ทันทีที่แบ็คชาวสเปนกลับมายันสังกัดแม่อีกครั้งพร้อมหมายมั่นปั้นมือจะขึ้นทีมชุดใหญ่ของทีมปืนโตให้ได้และโอกาสของเขาก็มาถึงแบบพอเหมาะพอเจาะ

ในช่วงเวลาที่เหล่าแบ็คขวาตัวหลักอย่าง มาติเยอ เดอบูชี่ ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส, คาลั่ม แชมเบอร์ส เจ้าของค่าตัว 10 ล้านปอนด์ รวมถึง นาโช่ มอนเรอัล แบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติสเปนที่เวนเกอร์มักจะเอามาแก้ขัดทางฝั่งขวาต่างบาดเจ็บทั้งหมดนั่นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ เวนเกอร์ จะส่ง เบเยริน ในวัย 19 ปีลงสนามในเกมยูฟ่า เเชมเปี้ยนส์ลีก ที่พบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

แม้จะจบเกมด้วยความพ่ายแพ้ 0-2 แต่ฟอร์มของ เบเยริน ก็ได้รับความชื่นชมอย่างมากไม่ว่าจะในเรื่องของสปีดความเร็วที่จัดจ้านและความนิ่งเกินวัย ... “เอ็คตอร์ เบเยริน มีสไตล์การเล่นใกล้เคียงกับผมตอนอายุ 21 ปีเลย เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และมีทั้งความเร็ว ซึ่งผมเชื่อว่า เบเยริน จะมีอนาคตที่สดใสรออยู่แน่นอน” นี่คือคำชมจาก มาร์กอส คาฟู อดีตแบ็คขวาระดับโลกชาวบราซิลที่ชื่นชมความเก่งกาจของเขา

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เบเยริน ก็กลายเป็นแบ็คขวาของอาร์เซน่อลมาจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนว่าเหล่านักเตะที่เขาเเย่งตำแหน่งมาอย่าง เดอบูชี่ และ แชมเบอร์ส ก็ได้รับผลกระทบไปแบบเต็มๆ โดยทั้งสองคนไม่ได้อยู่กับ อาร์เซน่อล เเล้วในเวลานี้

2.มาร์คัส แรชฟอร์ด

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษอย่างแท้จริงสำหรับการเเจ้งเกิดของวันเดอร์คิดชาวอังกฤษรายนี้

ในเกม ยูโรป้า ลีก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องเปิดบ้านพบกับ มิดทิลลันด์ หลังจากที่ปีศาจเเดงแพ้มาในเกมแรก พวกเขากำลังประสบปัญหาอย่างร้ายแรงเมื่อกองหน้าในทีมพร้อมใจกันบาดเจ็บทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เวย์น รูนี่ย์ และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล นอกจากนี้เหล่าดาวยิงวัยรุ่นที่ปกติจะต้องได้สิทธิ์นี้ก่อนเขาอย่าง เจมส์ วิลสัน ก็เพิ่งโดนปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ ไบรท์ตัน

หลุยส์ ฟาน กัล ไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก เขาตัดสินใจส่งกองหน้าวัย 18 ปีนามว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามแบบเซอร์ไพรส์คนดู และสิ่งที่ แรชฟอร์ด แสดงออกมาคือการยิงเบิ้ล 2 ประตู ทำให้ทีมเอาชนะไป 5-1 หลังจากเกมนั้น แรชฟอร์ด ก็ดังเป็นพลุแตก

อย่างไรก็ตามยังไม่จบเเค่นั้นในเกมต่อมาที่พบกับ อาร์เซน่อล ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เจ้าหนู มาร์คัส ยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยการยิงไปอีก 2 ประตูให้ปีศาจเเดงชนะไป 3-1 ซึ่ง 4 ประตูจาก 2 เกมก็ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะตัวหลักของทีมไปจนจบฤดูกาล 2015-16 ชนิดที่ว่า รูนี่ย์ ต้องถอยมาเล่นกองกลาง และ มาร์กซิยาล ต้องขยับออกมาเล่นด้านกว้างเลยทีเดียว ซึ่งเป็นปีที่เขาเเจ้งเกิดแบบเต็มตัวและก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึกยูโร 2016 อีกด้วย

แม้ในฤดูกาลนี้เขาจะต้องหลีกทางให้กับขาใหญ่อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า อย่างไรก็ตามจอมเก๋าอย่าง อิบรา ก็คอนเฟิร์มด้วยตัวเองว่าไอ้หนูคนนี้จะกลายเป็นนักเตะระดับโลกในอนาคตอย่างแน่นอน “เราคงเห็นความสามารถของเขากันหมดแล้ว โลกก็เห็น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเร่งเร้าให้เขาเข้าสู่ความกดดันที่ยากเกินรับมือ เวลาจะช่วยเขาพัฒนาตัวเอง และแน่นอนว่าวันหนึ่งเขาจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง”

Pages