รู้จัก แร็กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน : ยิงอังกฤษ, เดอะ ค็อปตัวยง, เป้าหมาย 3 ทีมยักษ์ใหญ่

Ragnar Sigurdsson

FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปรู้จักกับ แร็กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน กองหลังผู้ทำประตูทีมชาติอังกฤษมาแล้ว ทั้งยังตกเป็นเป้าหมายของทีมดังอย่าง เลสเตอร์ ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส…

เรื่องเล่า 60 วินาที

Fact File

  • วันเกิด: 19 มิถุนายน, 1986
  • เมืองเกิด: เรคยาวิก, ไอซ์แลนด์
  • ตำแหน่ง: กองหลัง
  • สโมสร: คราสโนดาร์ (83 นัด, 4 ประตู)
  • ทีมชาติ: ไอซ์แลนด์ (60 นัด, 2 ประตู)

กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน อาจจะเป็นชื่อที่คุ้นหูของคอบอลพรีเมียร์ลีกมาหลายปี แต่หลังจากที่ ยูโร 2016 จบไปชื่อของ แร็กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน ก็เริ่มจะติดหูหลายคนมากขึ้น เนื่องจาก ปราการหลังวัย 30 ปีเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ ไอซ์แลนด์ ถีบอังกฤษตกรอบ และพาทีมผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้

ทำให้มีข่าวว่าทีมดังอย่าง เลสเตอร์ ลิเวอร์พูล และ สเปอร์ส สนใจที่จะคว้าตัว ซิเกิร์ดส์สัน ไปร่วมทีม และไม่แน่ว่าปีหน้า เราอาจเห็นเขามาโลดเล่นบนเกาะผู้ดีก็เป็นได้

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

“ชีวิตผมมีแต่ฟุตบอล ไม่มีอย่างอื่นเลย ไม่เคยเรียนหนังสือหรือได้ศึกษาอะไร ผมรู้แค่ว่าตัวเองจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเท่านั้น ตอนที่เพื่อนๆกำลังสนุกกับปาร์ตี้ ผมอยู่บ้านนั่งกินข้าวโอ้ตเพื่อสุขภาพ ”

นี่คือถ้อยคำจากปากของ ซิเกิร์ดส์สัน ผู้เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองกลาง ก่อนค่อยๆพัฒนาตัวเองเป็นกองหลังอาชีพเมื่อตอนอายุ 20 ปี

เกิร์ดส์สัน กลายเป็นคนสำคัญของทีมในทันที พร้อมช่วยให้ โกเตนเบิร์ก คว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยเขาช่วยให้ทีมเสียเพียง 23 ประตู จาก 26 เกม

ในปี 2007 โกเตนเบิร์ก ยักษ์ใหญ่แห่งสวีเดน ตัดสินใจคว้าตัว ดาวเตะเลือดไอซ์แลนด์ ไปร่วมทีม และที่แดน “ฟรีเซ็กส์” ซิเกิร์ดส์สัน กลายเป็นคนสำคัญของทีมในทันที พร้อมช่วยให้ โกเตนเบิร์ก คว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยเขาช่วยให้ทีมเสียเพียง 23 ประตู จาก 26 เกม

มีเรื่องน่าตลกอยู่เรื่องหนึ่งคือ เมื่อครั้งที่ทุกคนในทีมไปฉลองกันที่บาร์แห่งหนึ่งในเมือง ซิเกิร์ดส์สัน ถูกยามเฝ้าประตูปฎิเสธไม่ให้เข้าร่วมงาน เนื่องจากเขาจำหน้าของ กองหลังชาวเมืองน้ำแข็ง ไม่ได้

ซิเกิร์ดส์สัน ใช้เวลาในบ้านเกิดของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อยู่ 4 ปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ โคเปนเฮเกน ใน เดนมาร์ก

สรุปแล้ว ตลอดระยะเวลาในสวีเดน ซิเกิร์ดส์สัน ฝากความทรงจำที่ดีไว้มากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประตูสุดสวยจากระยะกว่า 70 หลา ดังคลิปข้างล่างนี้..

เช่นเดียวกับครั้งย้ายไปยังเมือง “โคนม” ที่ เจ้าของความสูง 187 เซนติเมตร ยังคงรักษาฟอร์มเก่งได้ พร้อมช่วยให้ทีมได้แชมป์ เดนิช คัพ 2012 และ เดนิช ซุเปอร์ลีก้า 2013 มาครองได้

นอกจากนี้ ซิเกิร์ดส์สัน ยังมีโอกาสได้ปะทะกับยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ในศึกแชมเปี้ยนลีกปีต่อมาด้วย ซึ่งนั่นคือความปลื้มใจที่สุดครั้งหนึ่งของเขาทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ปราการหลังทีมชาติไอซ์แลนด์ ยอมรับว่า เขาไม่ชอบดูฟุตบอลเท่าไร และไม่ค่อยรู้จักนักเตะคนอื่นมากนัก เหมือนที่ครั้งหนึ่ง ซิเกิร์ดส์สัน ยอมรับผ่านสื่อว่า เขาไม่รู้จัก มาริโอ มานด์ซูคิช ในสมัยที่ทีมชาติของเขาต้องเจอกับ โครเอเชีย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเมื่อปี 2014

“ผมไม่ได้พูดเล่นนะ ผมไม่ค่อยดูเกมฟุตบอลในหลายปีมานี้ เพราะเมื่อผมดู ผมคิดว่าผมกำลังดูแฟชั่น โชว์อะไรสักอย่าง พวกผู้เล่นเอาแต่อวดหล่อ อวดทรงผม หรืออวดกล้ามของแต่ละคนไป ทั้งยังชอบพุ่งล้มในเขตโทษอีกด้วย”

ซิเกิร์ดส์สัน ยอมรับมาตลอดว่า ฝันที่จะเล่นในลีกระดับท็อป ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นจริงเมื่อ ทีมดังใน รัสเซีย อย่าง คราสโนดาร์ ยอมจ่ายเงิน 3 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในเดือนมกราคม ปี 2014

และจากนั้น ฝีเท้าของ ซิเกิร์ดส์สัน ก็เริ่มได้รับการขัดเกลามากขึ้นไปอีก โดย เจ้าของหมวกทีมชาติ 61 ใบ ได้โอกาสเล่นในยูโรป้า ลีก เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งยังช่วยให้ทีมคว้าแชมป์กลุ่มเหนือทีมดังอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อีกด้วย

Ragnar Sigurdsson and Arouna Kone

ดวลกับ เอฟเวอร์ตัน มาแล้ว

ก่อนที่ชื่อของเขาจะเป็นที่รู้จักไปทั่วเกาะอังกฤษ เมื่อ ซิเกิร์ดส์สัน เป็นคนยิงตีเสมอให้ ไอซ์แลนด์ ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ “สิงโตคำราม”  ซึ่งนับเป็นประตูที่ 2 ในชีวิตกับ ไอซ์แลนด์ เท่านั้น

และตอนนี้ เขาอาจจะได้มาเล่นในประเทศที่เขาซัดประตูใส่เร็ววันนี้…

จุดแข็ง

ซิเกิร์ดส์สัน จัดเป็นเซนเตอร์แบ็คที่สมบูรณ์แบบของชาว สแกนดิเนเวีย โดย เขาสามารถเล่นเกมรุกได้ดี เก่งในลูกกลางอากาศ และมีความเร็วสูง

นอกจากนี้ ดาวเตะชาวไอซ์แลนด์ ยังมีการยืนตำแหน่งที่เยี่ยม ทั้งยังตัดบอล และมีสมาธิในเกมเสมอ โดยมีน้อยครั้งมากที่ ซิเกิร์ดส์สัน จะทำฟาล์วหรือตัดเกมแบบน่าเกลียด

ที่สำคัญที่สุดคือ ปราการหลังวัย 30 ปี พร้อมที่จะฟังคำแนะนำและแท็คติคของโค้ชโดยปราศจากอีโก้เสมอ

Ragnar Sigurdsson

ซิเกิร์ดส์สัน ล่นในพรีเมียร์ลีกได้แน่นอน

จุดอ่อน

แม้จะติดทีมชาติมา 61 เกม แต่ประสบการณ์ในระดับสูงของ ซิเกิร์ดส์สัน ถือว่าน้อยมาก เพราะที่ผ่านมา เขาเคยลงเล่นแค่ในลีกอย่าง สวีเดน, เดนมาร์ก และ รัสเซีย เท่านั้น

ดังนั้น การต้องมาดวลกับยอดนักเตะระดับโลกในลีกที่เข้าบอลหนักและเร็วแบบอังกฤษ อาจทำให้ ซิเกิร์ดส์สัน ต้องประสบปัญหาอยู่บ้าง

นอกจากนี้ ปราการหลังชาวเมืองน้ำแข็ง ยังถูกหลายคนค่อนข่อนว่า “ผู้แพ้ที่แย่” หลังจากที่เมื่อปี 2007 ซิเกิร์ดส์สัน ขว้างเหรียญเงินของตัวเองใส่กำแพง หลังจากที่ โกเตนเบิร์ก พ่ายดวลจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศ สวีดิช คัพ

เช่นเดียวกับครั้งที่เขาถูกโค้ชทีมชาติคนก่อนดร็อปเป็นตัวสำรองบ่อย จนทำให้ ซิเกิร์ดส์สัน ออกมาบอกว่า จะรีไทร์จากทีมชาติ เลย

อย่างไรก็ตาม บางคนอาจจะมองว่า นิสัยเกลียดการพ่ายแพ้แบบนี้ อาจจะเป็นแง่บวกก็ได้เช่นกัน

ปากคำคนใกล้ตัว

"มันยากที่จะหาจุดอ่อนในตัวของ แร็กนาร์ เขามีทุกอย่างที่เซนเตอร์แบ็คชั้นยอดจำเป็นต้องมีในการรักษาปากประตู” วีเดอร์ ซิเกิร์ดส์สัน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชื่อดังของ ไอซ์แลนด์ อย่าง Morgunbladid กล่าว

ซิเกิร์ดส์สันพังประตูให้ทีม

รู้หรือไม่

ซิเกิร์ดส์สัน รักอากาศหนาวมาก เนื่องจากเขามาจาก ไอซ์แลนด์ ดินแดนน้ำแข็งตลอดปี

“ผมออกไปข้างนอกทุกครั้งที่คนบอกว่าอากาศข้างนอกไม่ดี ไม่ว่าจะฝนตก หิมะตก หรือมีลมแรง แต่เมื่อซัมเมอร์มาถึง ผมอยากอยู่บ้านมากกว่า”

ฤาว่าฉายา “มนุษย์น้ำแข็ง” อาจจะเหมาะกับเขาก็เป็นได้

สิ่งที่รออยู่

ซิเกิร์ดส์สัน เป็น “เดอะ ค็อป” พันธุ์แท้มาตั้งแต่เด็ก เช่นเดียวกับพ่อและพี่น้องของเขา ดังนั้นการย้ายไป แอนฟิลด์ คงไม่ต่างอะไรกับฝันที่เป็นจริง

อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” เพิ่งคว้าตัว รักนาร์ คลาวาน กองหลังกัปตันทีมชาติเอสโตเนีย มาร่วมทีม ทำให้โอกาสของ ซิเกิร์ดส์สัน อาจจะน้อยลงไป

ทว่าทีมระดับลุยยูซีแอล(ดีกว่าทีมข้างบนเยอะ ฮา)อย่าง สเปอร์ส และ เลสเตอร์ ก็จับตาเขาอยู่

ดังนั้น การย้ายไปอยู่กับพวกเขา ก็อาจจะเป็นการย้ายตัวในฝันได้เช่นกัน…