รู้จักกับ เปาลิโน่ อัลกันตาร่า: ตำนานบาร์ซ่าชาวฟิลิปปินส์ที่เป็นรองแค่เมสซี่

ลิโอเนล เมสซี่ ต้องใช้เวลาครึ่งทศวรรษในการทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในบาร์เซโลน่าของ เปาลิโน่ อัลกันตาร่า ลงได้ และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีนักเตะอาเซียนคนใดที่สร้างชื่อกระฉ่อนในต่างแดนเทียบเท่ากับดาวยิงชาวฟิลิปิโน่รายนี้ 

หรือต่อให้รวมแข้งเอเชียทั้งหมด ก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จเทียบเท่ากับเปาลิโน่อยู่ดี

จริงอยู่ที่ ฮิเดโตชิ นากาตะ และ พัค ชี ซอง เคยคว้าแชมป์ลีกและได้รับคำชื่นชมในอิตาลีและอังกฤษตามลำดับเมื่อตอนต้นศตวรรษที่ 21 แต่อัลกันตาร่าที่เกิดในปี 1896 ได้สร้างชื่อเสียงในสเปนตั้งแต่เกือบๆ 100 ปีก่อน

"การจบสกอร์คือธรมชาติของเขาไปแล้ว เหมือนกับการหายใจนั่นล่ะ"

- โค้ชบาร์ซ่าพูดถึงเปาลิโน่

และมันก็เป็นการยากเช่นกันที่จะไปเปรียบเทียบสองสตาร์ชาวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กับตำนานของพวกเขาอย่าง ยาสุฮิโกะ โอกุเดระ กับ ชา บอม กอน ที่ไปสร้างชื่อที่เยอรมนีในช่วงปลายทศวรรษที่ 70

อนกลับไปเมื่อ 2-3 รุ่นก่อนที่กระดาษยังเป็นสีฝุ่นและภาพยังเป็นขาวดำ แต่กับอัลกันตาร่านั้น มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือสถิติการทำประตูของเขาที่นับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เลยทีเดียว

เขาเกิดที่จังหวัดอิโลอิโล่ ซึ่งถือว่าเป็นเกาะที่สวยงาม เขาย้ายมายังสเปนพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งพ่อของเขาเป็นเจ้าหน้าที่กองทัพชาวสแปนิช 

Iโดยในปี 1912 ตอนที่ตัวเขาและบาร์เซโลน่ายังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น อัลกันตาร่าก็ได้ประเดิมสนามให้กับสโมสร โดยเจ้าตัวถูกค้นพบโดย โจน กัมเปร์ ผู้ก่อตั้งสโมสรอาซูลกราน่าที่เกิดในสวิตเซอร์แลนด์

เกมแรกถือเป็นการเปิดตัวในฝันเลยก็ว่าได้เมื่อจัดการซัดแฮตทริก ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้คงตกเป็นข่าวพาดหัวดังไปแล้ว และอัลกันตาร่าก็ยิงได้อีก 354 ตุงตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา

แต่ไม่ใช่แค่ที่สเปนเท่านั้นที่เกรงกลัวเขา เพราะไม่นานหลังจากเปิดตัวสุดปังกับบาร์ซ่า เขาก็กลับสู่บ้านเกิด

ใปี 1917 เขาช่วยให้ฟิลิปปินส์ถล่มญี่ปุ่น 15-2 ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติตะวันออกไกล ซึ่งผลการแข่งขันดังกล่าวยังคงเป็นสถิติของทั้งสองชาติมาจนถึงปัจจุบัน

แม้แต่ เล ฮวิญ ดุ๊ค ตำนานกองหน้าแห่งอาเซียนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดในยุคสมัยใหม่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงขาดแคลนกองหน้าจอมถล่มประตู

นอกจากนี้เขายังเล่นให้กับทีมชาติสเปนและแคว้นคาตาลัน ซึ่งการเล่นให้กับทัพ "กระทิงดุ" นี่เองที่ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "จอมทะลวงตาข่าย" จากลูกยิงที่เขาซัดใส่ฝรั่งเศสที่ตุงตาข่ายไปแล้วแต่ลูกก็ยังพุ่งอยู่

เปาลิโน่แขวนสตั๊ดในปี 1927 ด้วยผลงาน 357 ประตู

เล ฮวิญ ดุ๊ค หนึ่งในกองหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนเองก็ถือว่าเป็นอีกคนที่มีพรสวรรค์ในการทะลวงตาข่ายคู่ต่อสู้เช่นกัน

ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดในยุคสมัยใหม่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงขาดแคลนกองหน้าจอมถล่มประตู

แต่กับอัลกันตาร่านั้นแตกต่างกันออกไป

เพราะโค้ชของเขาที่บาร์เซโลน่าก็ยังคิดเลยว่า "ไม่มีใครเทียบกับเขาได้ เขามีความสามารถในการทำประตูเมื่อไรก็ตามที่เขาต้องการ เขาสามารถทำเมื่อไรก็ได้ตามที่เราอยากให้เขาทำ"

พัค ชี ซอง คือหนึ่งในนักเตะเอเชียที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

"การจบสกอร์คือธรมชาติของเขาไปแล้ว เหมือนกับการหายใจนั่นล่ะ"

โดยจอมทำลายล้างไซส์มินิได้แสดงให้เห็นแล้วผ่านทางสถิติ

ซึ่งสถิติดังกล่าวนั้นไม่ใช่สถิติในระดับเอเชีย เพราะสถิตินี้มีแต่สุดยอดแข้งระดับ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้นที่จะทำลายได้

โชคดีที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เรื่องราวของเขายังไม่จางหายไปเสียทีเดียว นอกจากนี้ยังทำให้ชาวอาเซียนประเทศอื่นรู้จักเขามากขึ้น

ซึ่งในอาเซียน พูดง่ายๆว่าไม่มีใครที่จะไปค้าแข้งในยุโรปแล้วทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอเท่ากับเขา ขณะเดียวกันก็มีจำนวนน้อยมากที่ได้ไปเล่นในยุโรป

แต่ทั้งที่มีสถิติอันยอดเยี่ยมอย่างนั้น ก็สุ่มเสี่ยงเหลือเกินที่ชื่อของอัลกันตาร่าจะหายไปจากการรับรู้ของคนในบ้านเกิด เมื่อบรรดาแฟนบอลสมัยใหม่ต่างรู้จักแต่แข้งชาวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ไปเล่นในยุโรป

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่ามันเกิดขึ้นนานและห่างจากบ้านเกิดของเขามากเกินไป นอกจากนี้ความสนใจของฟุตบอลในฟิลิปปินส์ก็ต้องบอกว่ามีน้อยมาก และมีเพียงแฟนบอลระดับแฟนพันธุ์แท้เท่านั้นจึงจะรู้ถึงผลงานของเขา

โชคดีที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เรื่องราวของเขายังไม่จางหายไปเสียทีเดียว นอกจากนี้ยังทำให้ชาวอาเซียนประเทศอื่นรู้จักเขามากขึ้น

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งแล้ว

ในเรื่องที่ว่าใครคือแข้งส่งออกที่ดีที่สุดของเอเชียนั้น เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่จบสิ้น 

มีเพียงเมสซี่ที่ยิงได้มกากว่าเขา

อย่างตอนที่โอกุเดระและชาไปตะลุยเยอรมัน ทางด้านของชานั้นทำประตูได้เฉลี่ยเกือบทุกๆ 3 เกมตลอดช่วงเวลาเกือบทศวรรษในบุนเดสลีกา

ซึ่งในสมัยนั้น นักเตะเอเชียไม่ค่อยได้ไปเล่นในยุโรป เนื่องจากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเฉกเช่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต, อาหารเอเชียตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ร้านอาหาร จึงทำให้การปรับตัวเป็นเรื่องยากลำบาก

แน่นอนว่ามันจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับ พัค ชี ซอง, นากาตะ และ ชินจิ คากาวะ ที่จะประสบความสำเร็จคว้าถ้วยแชมป์อย่างที่เห็น

สำหรับอัลกันตาร่านั้น เราทำได้แต่เพียงคาดเดาว่า การไปเล่นในยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อยอีกทั้งมีครอบครัวเป็นชาวสแปนิชน่าจะทำให้การปรับตัวง่ายกว่าคนอื่น

แต่ด้วยสรีระที่ตัวเล็กกว่าก็ทำให้เขาเจอกับงานยากเหมือนอย่างที่ ชินจิ โอคาซากิ เจอ 

เพราะบรรดากองหลังต่างไม่ปราณีนักเตะเอเชียอยู่แล้ว มันจึงเป็นงานหินในการทำประตูให้ได้อย่างสม่ำเสมอ แต่สิ่งที่เขานำมาชดเชยก็คือ ความคล่องแคล่วในการหาที่ว่างให้ได้เปรียบ

ทั้งที่ตอนนั้นสนามก็แข็ง, เข้าสกัดก็หนักหน่วง แถมบอลยังไม่เบาเหมือนสมัยนี้อีก แต่กลับยิงได้มากกว่า 350 ลูก

เพราะฉะนั้นเขาจึงสมควรแล้วที่อยู่ในกลุ่มนักเตะเอเชียที่ดีที่สุดที่ค้าแข้งต่างแดน และบางทีอาจจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ

Main image: FC Barcelona