รู้จักกับ ออสการ์ วัลลี่ย์: มือกาวอนาคตไกลผู้ถือสัญชาติอังกฤษ-สเปน

นายทวารที่มีคุณพ่อเป็นคนอังกฤษและคุณแม่เป็นเม็กซิกันแต่เกิดที่สเปนรายนี้ ปัจจุบันถูกยืมตัวจากสโมสรเรอัล ซาราโกซ่า ไปเล่นให้่กับอ้วยส์ก้าสโมสรในลีกเดียวกัน โดยมือกาวรายนี้มีโอกาสที่จะย้ายมาเฝ้าเสาในอังกฤษก็เป็นได้

แม้คุณคงจะไม่เคยได้ยินชื่อของผู้รักษาประตูรายนี้มาก่อน ทว่าอีกไม่นานคุณคงจะได้รู้จัก และไม่ใช่เพียงแค่จากการอ่านบทความชิ้นนี้เท่านั้น เพราะเจ้าหนูรายนี้คือผู้รักษาประตูที่ได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงในเรื่องของความเหนียวแน่นตรงหน้าปากประตู

อย่างแรกสุดเรามาทำความรู้จักมือกาววัย 22 ปีรายนี้กันสักเล็กน้อย เขาเกิดที่เมืองซาราโกซ่า ประเทศสเปน โดยมีแม่เป็นชาวเม็กซิโกและพ่อเป็นชาวอังกฤษ วัลลี่ย์เข้าร่วมสโมสรในบ้านเกิดของเขาด้วยวัยเพียง 12 ปี และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็แจ้งเกิดได้ในฐานะผู้รักษาประตูดาวรุ่งอนาคตไกลของทีม

ไอดอลคือฟาน เดอร์ ซาร์

ด้วยระยะเวลาเพียง 5 ปี เจ้าหนูรายนี้สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็วจนได้รับโอกาสให้ขึ้นไปร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่ อีกทั้งยังได้เป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ให้กับทีมสำรองของเรอัล ซาราโกซ่าด้วย และเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2014 มือกาวอนาคตไกลรายนี้ก็ได้รับโอกาสให้ประเดิมชุดใหญ่ไปแล้วที่พบกับสปอร์ติ้ง กิฆอน ที่สนาม ลา โรมาเรด้า

“มันยังเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเล่นฟุตบอลอาชีพของผมจนถึงตอนนี้ ผมเพิ่งอายุ 19 เท่านั้น ซึ่งมันถือว่าน้อยมากๆ สำหรับการเป็นผู้รักษาประตู โดยปกติแล้วเรามักจะพร้อมตอนอายุ 20 กว่าๆ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกพร้อมมากๆ ผมมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม” วัลลี่ย์กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู

“ผมไม่กังวลเลย ผมรู้ว่าผู้จัดการทีมมั่นใจในตัวผมเพราะเขาคงไม่เลือกผมถ้าไม่มั่นใจ และผมก็ไม่ใช่คนที่จะโดนความกังวลเล่นงานได้ง่ายๆ ด้วย ใครก็ตามที่รู้จักผม เขาก็จะบอกคุณแบบนี้แหละ” 

ด้วยรูปร่างที่เหมาะแก่การเป็นนักกีฬา, ความสูง และความแน่นอนยามที่รับลูกบอล ทำให้วัลลี่ย์มีคุณสมบัติที่จะก้าวขึ้นมาเป็นยอดผู้รักษาประตูในยุคปัจจุบัน ซึ่งในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนหลายๆ ทีมอยากจะดึงตัวเขาไปร่วมทัพ

“ผมเป็นผู้รักษาประตูสมัยใหม่ที่ชอบใช้เท้าเล่นกับบอล และทำตัวเหมือนเป็นกองหลังอีกคนของทีม ผมไม่อยากจะเทียบตัวเองกับฟาน เดอร์ ซาร์หรอก แต่ผมชอบดูเขาเล่นมากๆ สมัยที่เขาอยู่กับแมนฯ ยูฯ” เขากล่าว

“ไม่ว่ามันจะเป็นอ่านจังหวะและการออกมาตัดลูกส่งทะลุช่อง หรือเปิดเกมรุกให้กับทีม มันก็เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากๆ” 

ฟุตเทตจาก Wyscout

ชีวิตภายใต้เงาของเลโอ ฟรังโก้

หลังจากที่ครึ่งแรกของฤดูกาล 2014/15 ที่เจ้าตัวได้รับโอกาสเป็นตัวจริงบ่อยๆ ให้กับซาราโกซ่า วัลลี่ย์กลับเสียตำแหน่งให้กับผู้รักษาประตูที่ประสบการณ์มากกว่าภายใต้บังเหียนของ แรนโก้ โปโปวิค กุนซือคนใหม่ของทีม แต่สำหรับในฤดูกาลนี้ที่วัลลี่ย์ถูกปล่อยให้สโมสรอ้วยส์ก้า ในลีกเซกุนด้า เจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดใหม่ที่กำลังหนีตกชั้น

“ในช่วงต้นฤดูกาล ผู้จัดการทีมมักจะเลือกประสบการณ์ของ เลโอ ฟรังโก้ มากกว่าผม แต่ในตอนที่เลโอเจ็บ ผมก็ได้ลงเล่นนะ ที่จริงผมคิดว่าผมทำได้ดีด้วยซ้ำ ผมพยายามจะเรียนรู้ตลอดเวลา และหาประสบการณ์ให้ตัวเองเรื่อยๆ ผมได้ลงเล่นทั้ง 2 นัดในเกมที่เราเจอกับบียาร์เรอัลในรายการโคปา เดล เรย์ ผมรู้สึกดีมากๆ เลยล่ะ ผมว่าผมเล่นได้ค่อนข้างแน่นอนนะในนัดที่เราเอาชนะ 3-2 แต่ในนัดที่เราไปเยือนพวกเขา ผมยอมรับเลยว่าวันนั้นผมเจองานหนักเลยจริงๆ” วัลลี่ย์กล่าว

“มันน่าจะเป็นเกมที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยลงเล่นเลยล่ะ บรรยากาศในวันนั้นมันสุดยอดจริงๆ ผมคงจะจำบรรยากาศแบบนั้นไปอีกนาน ผมอยากได้โอกาสให้เล่นเกมแบบนั้นอีก ผมเจองานยากๆ บ่อยครั้ง และผมก็เซฟลูกยากๆ ได้บ่อยๆ ต้องขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้ผมผ่านการทดสอบบทแรกของผม”

ซึ่งการเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังภายใต้เงาของ เลโอ ฟรังโก้ วัย 38 ปีนั้น วัลลี่ย์ได้โอกาสลงเล่นแทนอดีตนายด่านแอตเลติโก มาดริด ไปแล้วกว่า 20 ครั้ง

“เลโอเปรียบเสมือนพ่อของผมในวงการฟุตบอล นับตั้งแต่ที่ผมก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ เขาก็อยู่เคียงข้างผมมาตลอด เขาจะคอยให้คำแนะนำและดูแลผมเสมอ” มือกาวหนุ่มกล่าว

Leo Franco

เลโอลงเล่น 165 นัดให้กับแอดเลติโก มาดริดช่วงปี 2004-2009

“ผมมีโอกาสได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเขา เพราะแม้แต่เวลาซ้อมผมก็ซ้อมกับเขา สำหรับตอนนี้ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมแม้ว่าผมจะถูกยืมตัวมาเล่นที่อ้วยส์ก้า เขาเป็นคนที่ยอดมากๆ คำแนะนำที่ดีที่สุดที่เขาเคยบอกผมก็คือ ให้ผมเชื่อในตัวเองว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่ผมต้องการ”

โชคชะตาพลิกผัน

สำหรับความสำเร็จในอนาคตที่เจ้าตัวพูดถึงนั้น แต่เดิมคืนในฐานะปีกซ้าย สมัยที่เขาเล่นให้กับทีมสมัครเล่นในเมืองบ้านเกิด

“หลังจากผ่านไปครึ่งฤดูกาล เราเสียผู้รักษาประตูมือหนึ่งของเราไป เพราะพ่อของเขาต้องย้ายที่ทำงาน ดังนั้นพวกเราเลยผลัดกันเป็นประตู แต่เวลาที่ผมได้เล่น ผมกลับรู้สึกสนุกมากๆ ทำให้นับตั้งแต่นั้นมาผมก็เป็นผู้รักษาประตูมาตลอด” วัลลีย์เล่าให้ฟัง

“ผมชอบตรงที่มันสามารถตัดสินเกมได้ เพราะคุณคือตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในทีม ซึ่งมันก็แฟร์ๆ นะ การที่คุณไม่สามารถทำประตูได้ ก็แลกกับการที่คุณสามารถเซฟลูกยิงของคู่แข่งได้ ดังนั้นผมว่าคุณก็เหมือนกับกองหน้าคนหนึ่งเลย”

“มันยากนะ เพราะถ้าคุณสามารถเซฟลูกยิงของคู่แข่งทุกลูกได้ คุณก็เปรียบเสมือนฮีโร่ของทีม แต่ถ้าคุณพลาด นั่นจะเป็นความผิดของคุณทันที แต่ด้วยเหตุนี้แหละผมจึงชอบการเป็นผู้รักษาประตูเพราะมันทำให้คุณเป็นคนสำคัญมากๆ ของทีม” 

Oscar Whalley

โดยวัลลี่ย์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กของเขาดูฟุตบอลลาลีก้า และพรีเมียร์ลีกกับพ่อของเขา

“ฮีโร่ของผมคือ เคร์มัน บูร์กอส อดีตผู้รักษาประตูของแอตเลติโก มาดริด ที่ตอนนี้รับบทเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ อยู่ เขาเป็นคนบ้าๆ คนหนึ่ง ผมเคยดูทุกๆ นัดที่เขาลงเล่นในทีวีกับพ่อของผม เพราะพ่อของผมชอบเขาตั้งแต่เขาย้ายมาในสเปนแล้ว” วัลลีย์กล่าวพร้อมกับหัวเราะ

“พ่อของผมไม่ค่อยได้เตะบอลหรอก แค่เล่นบ้างในระดับสมัครเล่นตอนที่อยู่ในเยอรมัน เขาเล่นรักบี้บ่อยๆ สมัยอยู่โรงเรียน และก็เล่นต่อมาเรื่อยๆ เขาเล่นในตำแหน่งฮุคเกอร์”

“ผมเคยคิดจะเล่นรักบี้รึเปล่านะหรอ? ไม่มีทาง! ในสเปนไม่ค่อยมีใครเล่นรักบี้หรอก ผมว่าบอลลูกกลมๆ น่าจะเหมาะกับผมมากกว่าบอลทรงไข่นะ”

ถึงเวลาติดธงอังกฤษ?

สำหรับในตอนนี้ สัญญายืมตัวของเขากับอ้วยส์ก้ากำลังจะสิ้นสุดลง อนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป? มีโอกาสที่เขาจะได้กลับไปหาญาติๆ ของเขาหรือไม่?

“อังกฤษคือสถานที่ในดวงใจของผมเพราะผมมีครอบครัวอยู่ที่นั่น ป้าของผมพักอยู่ที่ลอนดอน ส่วนคุณปู่คุณย่าของผมอยู่ที่แบล็คเบิร์น พวกเรามักจะกลับไปเยี่ยมพวกเขาในหน้าร้อนทุกๆ ปี ผมรู้สึกรักและแคร์ประเทศนี้เสมอดังนั้นผมเต็มใจหากได้ลงเล่นกับทีมชาติอังกฤษ”

“ผมมีหนังสือเดินทางของประเทศอังกฤษอยู่ ดังนั้นทำไมจะติดทีมชาติไม่ได้ล่ะ? ผมถูกเรียกไปติดทีมชาติสเปนชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีมาก่อน แต่ถ้าทีมชาติอังกฤษติดต่อมา ผมก็เต็มใจจะไปร่วมกับพวกเขานะ เนื่องจากครอบครัวของผมอยู่ที่นั่นหลายคน ดังนั้นมันคงเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ”

เห็นได้ชัดว่าเขารักประเทศอังกฤษมากๆ ซึ่งมันมีผลถึงวงดนตรีที่เขาชอบด้วย (ซึ่งก็คือ Coldplay)  แล้วคิดว่าเขามีสถานที่ๆ ชอบในอังกฤษมั้ย?

“ผมชอบไปเยี่ยมป้าของผมในลอนดอนนะ เขาพักอยู่ใกล้ๆ เขตท็อตแนม เฮล ซึ่งที่นั่นมันมีวัฒนธรรมที่หลากหลายมากๆ เลย”

อย่างไรก็ตามไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือวัลลีย์คือดาวเด่นคนหนึ่งที่ต้องจับตาดู

“5 ปีสำหรับฟุตบอลผมว่ามันนานนะ ผมอยากจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปและเรียนรู้วิถีของนักฟุตบอลอาชีพไปเรื่อยๆ ผมจะนึกถึงแค่แมตช์ต่อไปเท่านั้น”

“แต่ถ้าคุณสามารถบอกผมได้ว่าอีก 5 ปีจากนี้ ผมจะเล่นอยู่กับทีมใหญ่ในอังกฤษหรือสเปน และกำลังไล่ล่าแชมป์อยู่ ผมก็อยากจะเซ็นสัญญาตอนนี้เลยนะ!”

Topics