รู้จักยอดกุนซือต่างชาติรุ่นล่าสุดแห่งพรีเมียร์ลีก : คล็อปป์, คอนเต้ และ เป๊ป

และนี่คือภาคสุดท้ายของซีรี่ย์ “ผู้จัดการต่างชาติในพรีเมียร์ลีก” จะมีใครกันบ้าง เชิญติดตามได้เลย…  

กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส (วัตฟอร์ด 05/06/15 - 16/06/16)

ฟลอเรส เข้ามารับไม้ต่อจาก อดีตกุนซือเมืองทองฯอย่าง สลาวิซ่า โยคาโนวิช ที่พา “แตนอะละวาด” ขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีก แต่ว่าดันตกลงสัญญาฉบับใหม่กับเจ้าของทีมไม่ได้ จนโดนปลดในที่สุด

โดย โค้ชชาวสเปนผู้นี้ เคยพา แอตฯมาดริด ผงาดแชมป์ยูโรป้า ลีก เมื่อปี 2010 มาแล้ว ทว่าการเริ่มต้นใหม่ในอังกฤษก็ไม่ง่ายเท่าไร เมื่อ ฟลอเรส เก็บได้แค่ 3 แต้มจาก 4 เกมแรกในอังกฤษ ที่สำคัญคือทีมของเขายิงได้แค่เพียง 2 ลูกเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อจูนทีมลงตัว วัตฟอร์ด ก็ระเบิดฟอร์มทันที โดยหลังจากนั้น 14 เกม อดีตนายใหญ่บาเลนเซีย พาทีมชนะได้ถึง 8 เกม พร้อมกับพาทีมอยู่สูงถึงอันดับ 7 ในวันคริสมาสต์และยังพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ อีกด้วย

ทว่าเพราะผลงานหลังจากวันแกะกล่องของขวัญไม่ค่อยดีเท่าไร(ชนะ 4 แพ้ 12 จาก 21 เกมต่อจากนั้น) ทำให้สุดท้าย วัตฟอร์ดจบแค่ที่ 13 ของตาราง

Quique Sanchez Flores

“ผมรักพรีเมียร์ลีก มันคือประสบการณ์ที่มหัศจรรย์ แต่คุณไม่มีทางรู้อนาคตหรอก” ฟลอเรส กล่าวในเกมปิดซีซั่นเมื่อหลายเดือนที่แล้ว

และอนาคตของเขาตอนนี้กลายเป็น เอสปันญ่อล ไปแล้ว

สลาเวน บิลิช (เวสต์แฮม 09/06/15 ถึง ปัจจุบัน)

สิ่งเดียวที่น่าประหลาดใจก็คือ ทำไมพรีเมียร์ลีกถึงต้องรอ บิลิช นานขนาดนี้ เพราะอันที่จริงแล้ว อดีตดาวเตะชาวโครแอต ตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรในอังกฤษ ตั้งแต่ปี 2008 แล้ว หลังจากที่ บิลิช สร้างชื่อด้วยการพา โครเอเชีย บุกมาปราบ อังกฤษ ถึง เวมบลีย์ จนทำให้ “สิงโตคำราม” ตกรอบคัดเลือกยูโรคราวนั้น นอกจากนี้ บิลิช ยังเคยมาแข้งในเมืองผู้ดีกับ เวสต์แฮม และ เอฟเวอร์ตัน

กาลเวลาผ่านไป 7 ปี อดีตกุนซือ “ตราหมากรุก” กลับบ้านที่ลอนดอนอีกครั้ง โดย บิลิช เข้ารับงานต่อจาก แซม อัลลาร์ไดซ์ ที่โดนปลดเพราะสไตล์ฟุตบอลที่น่าเบื่อจนเกินไป

ซีซั่นแล้วซึ่งเป็นปีแรกของเขานั้น จบลงอย่างสวยงาม เมื่อ บิลิช พาทีมลุ้นโควต้าแชมเปี้ยนลีกเกือบทั้งฤดูกาล พร้อมกับช่วยให้ “ขุนค้อน” เก็บคะแนนในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ผลงานในปีนี้ของ เวสต์แฮมฯ ยังไม่ค่อยดีนัก ซึ่งเราต้องติดตามต่อไปว่า บิลิช จะพาทีมพลิกสถานการณ์ได้หรือไม่

เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล 08/10/15 ถึง ปัจจุบัน) 

หลังจากที่ “หงส์แดง” ล้มเหลวกับผู้จัดการทีมชาวยูเคมาสามคนรวด(รอย ฮอดจ์สัน, เคนนี่ ดัลกลิช และ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส) ทำให้ ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซด์ กลับมาใช้บริการของนอกอย่าง คล็อปป์ อีกครั้ง

Jurgen Klopp

ซึ่ง นายใหญ่ชาวเยอรมัน ถือเป็นหนึ่งในตองอูยุคใหม่ที่น่าจับตาที่สุด ทั้งยังเคยมีข่าวกับยักษ์ใหญ่แทบทุกทีมในเมืองผู้ดี แต่ว่าเป็น ลิเวอร์พูล ที่คว้าชิ้นปลามันไปได้

ผลงานที่ คล็อปป์ พา ดอร์ทมุนด์ แย่งความยิ่งใหญ่จาก บาเยิร์นฯ ได้ คือ สิ่งที่ทำให้ “เดอะ ค็อป” ทุกคนคาดหวัง

โดยปีที่แล้ว เทรนเนอร์จอมร็อค รับมรดกต่อจาก “บีร็อด” ทว่า คล็อปป์ ก็ยังอุตส่าห์พาทีมเข้าชิงยูโรป้า ลีก และมีเกมที่น่าประทับใจอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดทำให้ สาวก “หงส์” มีความหวังอีกครั้งในปีนี้

และเชื่อได้เลยว่า พวกเขาจะรู้สึกแบบนี้ไปตลอดฤดูกาลนี้(และอาจจะอีกหลายปีข้างหน้า)

เพราะ ‘คล็อปป์’ เกิดมาเพื่อ ‘ค็อป’ จริงๆ

เรมี่ การ์ด (แอสตัน วิลล่า 02/11/15 - 29/03/16)

ลูกศิษย์ของ เวนเกอร์ เคยผ่านงานกับ โอลิมปิค ลียง ก่อนที่จะมาอยู่กับ วิลล่า ในปีที่แล้ว ซึ่งอันที่จริง การ์ด ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรมากมายที่ฝรั่งเศส โดยเขามีสถิติพา ลียง ชนะแค่เกือบ 50% และยังได้แค่ถ้วยเฟรนช์ คัพ ครั้งเดียวเท่านั้น

แต่ผลงานในอังกฤษของเขากลับแย่ลงไปอีก โดย อดีตกองหลังทีมชาติฝรั่งเศส ช่วยให้ “สิงห์ผงาด” เก็บได้แค่ 12 แต้มจาก 20 เกมลีก ก่อนที่จะโดนปลดในช่วงปลายเดือนมีนาคม

สุดท้าย แอสตัน วิลล่า ก็ต้องตกชั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก และเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีที่พวกเขาต้องจากลีกสูงสุดไป

Remi Garde

ส่วน การ์ด ก็ฝากสถิติสุดห่วยด้วยการเป็นผู้จัดการทีมที่เก็บแต้มเฉลี่ยต่อเกมได้น้อยที่สุดติด 1 ใน 10 ตลอดกาล

และเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเปลี่ยนทีมกลางซีซั่น ก็ไม่ได้หมายความว่า ทีมจะรอดตายเสมอไป

ฟรานเชสโก กุยโดลิน (สวอนซี 18/01/16 ถึง ปัจจุบัน)

หลังจากผ่านงานกับหลายทีม(เป็นโหล)ใน อิตาลี และ โมนาโก นี่ถือเป็นประสบการณ์ในต่างแดนครั้งแรกๆของ กุยโดลิน โดยก่อนหน้านี้ เทรนเนอร์จอมเก๋า อาจจะเคยรับบทที่ปรึกษาแก่ครอบครัวปอสโซ่ เจ้าของทีมดังอย่าง วัตฟอร์ด, อูดิเนเซ่ และ กรานาด้า ทว่าเขาก็ไม่เคยรับงานในต่างแดนเท่าไร(เว้นแต่ ฝรั่งเศส)

แน่นอนว่าทำให้คอบอลผู้ดีจะไม่ค่อยได้ยินชื่อของ กุยโดลิน เท่าไร ถึงขนาดที่ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ กัปตันทีมในตอนนั้นต้องเปิดกูเกิ้ล หาประวัติของเจ้านายใหม่ทีเดียว

Francesco Guidolin

แต่กุนซือวัย 60 ปีก็แสดงฝีมือให้เห็น โดย “หงส์ขาว” ภายใต้การคุมทีมของเขาเก็บได้ 25 แต้มจาก 16 เกม ซึ่งถือว่าไม่เลวเท่าไรกับผู้ที่มาใหม่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งนั่นทำให้ สวอนซี ไม่ต้องหนีตาย และสามารถจบอันดับกลางตารางได้เมื่อปีที่แล้ว

ทว่า สถานการณ์ในตอนนี้ของ กุยโดลิน ก็ไม่น่าไว้ใจเท่าไร เนื่องจากผลงานของ สวอนซี ก็ยังอยู่ในระดับดาดๆ ไม่ได้ลุ้นอะไรมากมาย ซึ่งหากยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่า ทีมดังจากเวลส์ อาจจะถึงคราเปลี่ยนโค้ชอีกครั้ง