รู้เขารู้เรา : เจาะลึกจุดอ่อน-จุดแข็ง 5 ทีมคู่แข่ง "ช้างศึก" คัดบอลโลก รอบ 12 ทีมสุดท้าย

รอบนี้ไม่มีใครไม่แข็งแกร่ง! นี่ คือ การรวมตัวกันของ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ในเวทีระดับเอเชีย ซึ่งการที่ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ต้องมาอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกับ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ อิรัก คู่ปรับเก่าของไทย คือ บทพิสูจน์ของจริง

ทั้ง 5 ทีมที่เป็นกำแพงอันสูงชันสำหรับทีมชาติไทย มีจุดอ่อน-จุดแข็ง อย่างไร? มีระบบวิธีการเข้าทำประตู และโจมตีคู่ต่อสู้อย่างไรในรอบที่ผ่านมา และมีใครเป็นตัวทีเด็ด ติดตามได้กับเราที่นี่

ออสเตรเลีย

ผลงานในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกที่ผ่านมา

“ซ็อคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย เจ้าของแชมป์เอเชียน คัพ ครั้งล่าสุด อาจไม่ได้มีสถิติที่สวยหรูสมบูรณ์แบบมากนักกับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 2 แม้จะเป็นแชมป์กลุ่มบี ด้วยการมี 21 คะแนน จาก 8 นัด เหนือ จอร์แดน, คีร์กีซสถาน, ทาจิกีสถาน และบังคลาเทศ แต่ก็มีเกมที่พวกเขาพลาดท่าเสียทีแพ้ให้กับ จอร์แดน ในเกมที่บุกไปเยือน อย่างไรก็ตามสถิติคว้าชัย 7 นัด ยิงถล่มทลายถึง 29 ประตูมากที่สุดเทียบเท่ากาตาร์ ในการแข่งขัน รอบ 2 ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และความเหมาะสมที่เป็นทีมอันดับ 2 ของเอเชีย และอันดับที่ 50 ของโลกตามการจัดอันดับของฟีฟ่า เวิลด์ แรงกิ้ง  

จุดแข็ง

“ออสเตรเลีย เป็นฟุตบอลประเภทเน้นระบบ และการโจมตีทางลูกกลางอากาศ” นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดและเข้าใจ… แต่ความจริงแล้ว หากเจาะลึกลงไปให้ดี เราจะเห็นว่า “ซ็อคเกอร์รูส์” เป็นที่ทีมครบเครื่องในเกมรุก และแน่นอนว่าการถล่มตาข่ายได้มากถึง 29 ประตูในรอบที่ผ่านมา คือ เครื่องพิสูจน์ถึงเกมรุกที่ยอดเยี่ยม ใช่ล่ะ พวกเขาถนัดเรื่องการโจมตีจากด้านข้าง ซึ่งเราสังเกตได้ว่าพวกเขาทำประตูคู่แข่งได้ถึง 12 ประตูจากการบุกทางริมเส้นซ้าย-ขวา แต่การสามารถเจาะทะลุตรงกลางจากทั้งจังหวะคิลลิ่งพาสแบบโต้กลัวเร็ว หรือทะลวงเข้าไปดื้อๆ ได้ถึง 6 ครั้ง นอกจากนี้ยังยิงไกลนอกกรอบเขตโทษเข้าไปอีก 3 ครั้ง และได้ประตูจากเซ็ตพีซอีก 6 ครั้ง ส่วนจุดโทษทำได้ 2 ครั้ง

ภายใต้การคุมทีมของ อังเก้ โปสเตโคกลู กุนซือชาวกรีซ มักมาในระบบ 4-3-3, 4-2-1-3 หรือกระทั่ง 4-1-3-2 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ที่แน่ๆ คือ ผู้เล่นที่พร้อมทะลวงเกมรับ และสร้างสรรค์เกมที่ต้องระวังให้ดี คือ อารอน มูย อดีตดาวเตะของโบลตัน วันเดอเรอร์ส และผู้เล่นของเมลเบิร์น ซิตี้ ในปัจจุบัน เขา คือ คนที่มักมีส่วนร่วมกับการได้ประตูของทีมชาติออสเตรเลียชุดนี้เสมอ… เบื้องหลังการยิงกระจายของ ทิม เคฮิลล์ ที่ยิงไปได้ถึง 8 ประตูในรอบที่ผ่านมา ก็เกิดจากการขึ้นเกม และแอสซิสต์ โดย มูย มีส่วนกับการทำประตูถึง 8 ครั้งในรอบที่ผ่านมา ไม่แปลกที่ทำให้เขาเป็นผู้เล่นแอสซิสต์สูงสุดของ เอลีก ออสเตรเลีย ด้วยจำนวน 20 ครั้ง  

ออสเตรเลีย ยังมีผู้เล่นเกมรุกดีๆ อีกมากมาย รวมถึง มัสซิโม ลูอองโก, มาร์ค มิลิแกน, ร็อบบี้ ครูส รวมถึง ไมล์ เยดินัค กองกลางตัวรับกัปตันทีมจากคริสตัน พาเลซ ที่คุมจังหวะเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม และการที่พวกเขามีผู้เล่นที่สอดขึ้นมาทำประตูได้ถึง 9 คนในรอบที่ผ่านมา ยิ่งแสดงให้เห็นอานุภาพของขุนพลทีมออสซี่ทีมนี้ว่า พร้อมขึ้นมาทำประตูกันได้มากมายหลายคน

จุดอ่อน

แน่นอนว่า ออสเตรเลีย เป็นทีมที่มีนักเตะรูปร่างสูงใหญ่มากมายในเกมรับ… มันเป็นธรรมชาติของพวกเขาอยู่แล้ว นั่นอาจทำให้ความคล่องตัวของเซนเตอร์ฮาล์ฟหลายๆคน ของพวกเขาอาจเป็นจุดอ่อน สังเกตได้ว่า 3 จาก 4 ประตูที่เขาเสีย เกิดขึ้นจากความสามารถเฉพาะตัว และความเร็วของผู้เล่นจอร์แดน ในการโจมตีทะลวงพื้นที่ตรงกลางเข้าดื้อๆ ส่วนอีกลูกเสียจากลูกเตะมุม ซึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ นัก กับ ทีมอย่างออสเตรเลีย  

ออสเตรเลีย VS ไทย

แชมป์เอเชียน คัพ ครั้งล่าสุด บวกกับการเข้าร่วมฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มา 3 ครั้งล่าสุดติดต่อกัน ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย พวกเขา คือ ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชียอย่างไม่ต้องสงสัย แม้หลายๆ ครั้งที่ไทยเจอกับออสเตรเลีย แล้วทำได้ดี บางเกมเล่นได้สนุก แต่สุดท้ายความแน่นอนก็ไม่เคยสู้ได้… ทิม เคฮิลล์ แม้อายุอานามมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สัญชาตญาณการหาพื้นที่และทำประตูในกรอบเขตโทษยังอันตรายเสมอ สังเกตได้ว่าทั้ง 8 ลูกที่เขาทำได้ เป็นการเข้าทำในกรอบเขตโทษทั้งหมด อีกทั้งการที่พวกเขาได้ประตูจากการผ่านบอลทางริมเส้นมากมาย ยิ่งเป็นสิ่งที่ไทยต้องระวัง ยิ่งปล่อยให้พวกเขาได้ตั้งป้องเปิดเท่าไหร่ ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

ทีมชาติไทย จำเป็นต้องเล่นให้ละเอียด และบางครั้งความคล่องตัวกับความเร็วของ ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ มงคล ทศไกร อาจสร้างความน่ากลัวให้แนวรับออสซี่ต้องคอยระวังเช่นกัน

Pages