รู้เขารู้เรา : วิเคราะห์การเล่น 'ช้างศึก' กว่าจะถึงรอบชิงชนะเลิศ

วิเคราะห์ 3 กลยุทธหลักที่ทำให้ทีมชาติไทยได้เข้าไปป้องกันแชมป์ในนัดชิงดำเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ

3-5-2 เป็นหลัก

หลังจากที่ใช้ได้ผลในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับออสเตรเลีย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ยึดแผนการเล่นนี้ลุยเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ มาตลอด เพราะทำให้การเล่นเกมรับบริเวณกรอบ 18 หลาแน่นหนาขึ้นเนื่องจากมีสวีปเปอร์คอยซ้อน

จะมีนัดที่เจอกับสิงคโปร์แค่ครั้งเดียวที่เริ่มต้นด้วย 4-4-1-1 ก่อนที่จะกลับมาใช้ 3-5-2 เหมือนเดิมในช่วงครึ่งหลังจนทำให้ทีมได้ประตูชัยในนาทีสุดท้าย ซึ่ง 3-5-2 นี้อาจจะเรียกว่า 3-4-3 หรือ 3-4-1-2 ขึ้นอยู่กับใครจะมองว่าตัวรุกอย่าง ชนาธิป สงกระสินธ์ จะยืนตรงระนาบใด

ซึ่งอันที่จริงคนที่ได้รับหน้าที่ให้ทำเกมรุกอย่างอิสระนั้นไม่ใช่มีแต่ "เมสซี่เจ" เพียงคนเดียวเท่านั้น หากแต่รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา ด้วย เมื่อการมีกองหน้าคู่ ทำให้ "เจ้ามุ้ย" สามารถเชื่อมเกมระหว่างกลางและหน้าได้อย่างเสรี ไม่ต้องคอยค้ำอยู่บริเวณหน้าปากประตูอยู่อย่างเดียว จะเห็นได้ว่า 5 ลูกที่ดาวยิงวัย 28 ปีทำได้นั้น มาจากในกรอบเขตโทษ 3 ลูก และนอกกรอบ 2 ลูกด้วยกัน

นั่นแสดงให้เห็นถึงความครบเครื่องในการจบสกอร์ของดาวเตะค่ายเมืองทอง ยูไนเต็ด รายนี้จริงๆ

วิงแบ็คคือทางเลือกใหม่

แน่นอนว่าทัพ "ช้างศึก" ยังคงเอกลักษณ์ "ติ๊กต่อกสไตล์" เหมือนเดิมด้วยจำนวนการจ่ายบอลสำเร็จที่ 2,582 ครั้ง คิดเป็น 84 เปอร์เซ็นต์ของการจ่ายบอลทั้งหมด แต่ที่เพิ่มเติมคือการทำเกมจากริมเส้น ซึ่งระบบ 3-5-2 ได้เอื้อให้แบ็คจอมบุกอย่าง ธีราทร บุญมาทัน, ทริสตอง โด และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ฉายฟอร์มเด่นในเกมรุกออกมาได้เต็มที่

หากใครยังจำกันได้ ประตูแรกของไทยในทัวร์นาเม้นต์ก็มาจากลูกยิงสุดสวยของ "เจ้าบาส" ขณะเดียวกันเจ้าของยอดแอสซิสต์สูงสุดร่วมก็คือ ธีราทร ที่ 3 ลูก ขณะเดียวกัน "เจ้าโด" ก็ได้รับคำชมจากสื่อนอกอย่างฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ เอเชีย ว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระของทีมชุดนี้ เมื่อวิ่งขึ้นวิ่งลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเขา ทำให้สื่อเจ้าดังชมว่าเหมือนมีนักเตะ 2 คนอยู่ทางกราบขวาเลยทีเดียว

หัวใจสำคัญคือแดนกลาง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจะเล่นบอลคอนโทรลได้นั้น ต้องมีมิดฟิลด์ที่สามารถออกบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้เปรียบ ซึ่งทั้ง ชนาธิป, สารัช อยู่เย็น และ ปกเกล้า อนันต์ ก็มีคุณสมบัติเช่นนั้นอยู่ แต่สิ่งที่แตกต่างจากตอนฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ก็คือว่าตอนนี้ ทั้ง 3 คนดูจะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

ซึ่งชนาธิปจะได้รับบทบาทให้ทำเกมรุกเต็มตัว ส่วนปกเกล้าจะเน้นเกมรับมากขึ้น ขณะที่สารัชเปรียบได้ดั่ง "จอมทัพ" เป็นตัวลำเลียงบอลของทีม โดย "เจ้าตัง" นั้นคือผู้ที่จ่ายบอลสูงสุดของทัวร์นาเม้นต์ 343 ครั้ง และ 2 ในนั้นคือการแอสซิสต์ให้ธีรศิลป์ทำประตู

นอกจากนี้ก็ยังมี ชาริล ชัปปุยส์ ฮีโร่จากเมื่อ 2 ปีก่อนคอยสแตนด์บายอยู่ และกำลังเรียกฟอร์มเก่งกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดก็เพิ่งวางบอลสุดงามให้ สิโรจน์ ฉัตรทอง ยิงประตูแรกในสีเสื้อทีมชาติไทยในรอบรองชนะเลิศ เลกสอง ที่ชนะเมียนมาด้วย