Analysis

ร่วมหัวจมท้าย? ทำไม ฐิติพันธ์ - ธนบูรณ์ เลือกอยู่บีจีต่อ

ฐิติพันธ์ และ ธนบูรณ์ ตัดสินใจอยู่ช่วยบีจี เอฟซี ต่อไปเพื่อหวังพาสโมสรกลับสู่ลีกสูงสุดให้ได้ใน 1 ปี 

We are part of The Trust Project What is it?

แต่เหตุใดทั้งคู่จึงตัดสินใจขออยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมในลีกรองทั้งที่ความจริงหากต้องการย้ายทีมพวกเขาย่อมมีหลายสโมสรอยากได้ตัว และได้เล่นในลีกสูงสุดต่อไปในปีหน้า จะมีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกเขา โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ จะขอหยิบประเด็นนี้มาวิเคราะห์กัน ติดตามได้ที่นี่

ความรับผิดชอบ

ภาพแฟนบอลบีจี เอฟซี ยืนร้องเพลงเชียร์จนวินาทีสุดท้ายพร้อมคราบน้ำตายังคงติดอยู่ในความทรงจำของนักเตะ “บลู แมชชีน” หลังพวกเขาเปิดบ้านแพ้ นครราชสีมา เอฟซี ตกชั้นลงไปเล่นในไทยลีก 2 อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะสตาร์ประจำทีมอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และธนบูรณ์  เกษารัตน์

อย่างที่รู้กันทั้งคู่ย้ายมาด้วยค่าตัวระดับสถิติสโมสร ฐิติพันธ์ ถูก บีจี ดึงมาร่วมทัพด้วยค่าตัว 30 ล้านบาทพร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเลกแรก ขณะที่ ธนบูรณ์ เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในเลกสองด้วยค่าตัวสูงถึง 40 ล้านบาท ซึ่งเวลานั้นยังมีอาการบาดเจ็บ และไม่ชัวร์ว่าจะสามารถลงสนามให้ทีมได้ในเกมไหน แน่นอนว่าการมาของทั้งคู่คือสิ่งที่จะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น เพราะก่อนที่ ธนบูรณ์ จะบาดเจ็บยาวพวกเขาคือคู่หูแดนกลางจอมแกร่งที่ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทยเลือกใช้งาน และการได้มาผนึกกำลังที่ลีโอ สเตเดียม อีกครั้งบวกกับค่าตัวมหาศาลย่อมเต็มไปด้วยความคาดหวังที่สูงลิบ

“ผมยังมีอาการบาดเจ็บ และยอมรับว่ารู้สึกกดดัน เพราะไม่ได้ลงสนามมานานต้องขอบคุณทางบอร์ดบริหารของ บีจีเอฟซี ที่ให้ความเชื่อมั่นว่าผมจะกลับมาเล่นไดดีเหมือนเดิม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กล่าวในงานเปิดตัววันที่ย้ายมาร่วมทีม บีจี เอฟซี ถึงบอร์ดสโมสรที่ยังเชื่อมั่นในตัวเขาแม้จะร้างสนามไปนานจนนำมาซึ่งดีลสุดแพงประจำฤดูกาล 2018

ฐิติพันธ์ นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ “บลู แมชชีน” เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของแดนกลางทันที สไตล์การวิ่งสู้ฟัดทั้งไล่กดดันคู่แข่งคอยตัดบอล และพาบอลขึ้นไปทำเกมเป็นสิ่งที่คุ้นตาแฟนบอลอย่างดี ขณะที่ ธนบูรณ์ ได้ประเดิมสนามให้ต้นสังกัดใหม่ในเกมช้างเอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมกับ นเรศวร เอฟซี ที่เวลานั้นแม้ร่างกายจะไม่เต็มร้อย แต่ก็ดีพอที่ทำให้ อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือของ บีจี ออกมากล่าวชื่นชมหลังจบเกม

หลังสภาพร่างกายกลับมาสมบูรณ์ทำให้ทั้งคู่ได้ลงสนามร่วมกันอีกหลายเกมต่อมา ซึ่งเป็นภาพที่แฟนบอลอยากเห็นกับการประสานงานของมิดฟิลด์คู่นี้ โดยโค้ชจุ่นสลับให้ ธนบูรณ์ ลงประจำการแผงหลังบ้าง และมิดฟิลด์ตัวรับบ้างสลับกันไป ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของทีมที่มีตัวเลือกประสิทธิภาพสูงให้ใช้งานได้มากขึ้น การทำเกมกลางสนามของพวกเขามีส่วนพา บีจี หนีพ้นจากเรดโซนได้สำเร็จ และมีทีท่าว่าพวกเขาจะอยู่รอดต่อไปในลีกสูงสุด ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาด…

ช่วงโค้งสุดท้ายพวกเขาพลาดท่าสองเกมติดต่อกันนั่นทำให้ต้องลุ้นต่อในนัดสุดท้ายกับ นครราชสีมา เอฟซี โดยมีเงื่อนไขเดียวคือต้องชนะเท่านั้น ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเมื่อ บีจี ขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรกจากการยิงของ โตติ เรียกเสียงเฮ และปลุกใจแฟนบอลได้ทั่วทั้งสนาม แต่หลังจากนั้นทุกอย่างกลายเป็นฝันร้ายเมื่อ เอกณัฏฐ์ คงเกตุ มายิงตีเสมอ 1-1 หนักไปกว่านั้น 5 นาทีต่อมา ธนบูรณ์ โดนใบแดงจากการตัดฟาวล์ใส่ เลอันโดร อัสซัมเซาหน้าเขตโทษ ก่อนที่แนวรุกชาวบราซิลจะยิงฟรีคิกเข้าไปไม่เหลือ และเป็นประตูที่ส่งบีจีหล่นไปเล่นในลีกพระรองซีซั่นหน้า อีกทั้งยังเป็นการตกชั้นครั้งแรกในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

“ขอโทษที่ทำให้ทีมตกชั้น” ประโยคสั้นๆของ ธนบูรณ์ ที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด และความผิดหวังหลังไม่อาจช่วยทีมไปต่อได้ เช่นเดียวกับ ฐิติพันธ์ ที่ตลอดทั้งซีซั่นทำงานอย่างหนัก ซึ่งเป็นนักเตะที่ลงสนามเยอะที่สุดในทีมด้วยจำนวน 2,802 นาที จาก 32 เกม ภาระอันหนักอึ้งกับค่าตัวมหาศาลที่สโมสรทุ่มทุนลงไปทำให้ทั้งคู่ยังครุ่นคิดหนักที่รู้สึกว่ายังตอบแทนสโมสรไม่มากพอเพราะไม่อาจพาทีมไปสู่ความสำเร็จ

และสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการจะทำ และต้องทำให้ได้คือการพาทีมกลับมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งโดยเร็วที่สุด...