รวมทุกสถิติที่ "ช้างศึก" ชุด AFF 2016 "สร้างขึ้นใหม่"

ศึงชิงแชมป์อาเซียน 2016 ไทยคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ได้สำเร็จ แต่เส้นทางที่ผ่านมาของทัพช้างศึก จะมีสถิติอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว...

“เทพมุ้ย” คนแรกคว้าดาวซัลโว 3 สมัย

ธีรศิลป์ แดงดา ลงเล่นศึกชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ในปี 2008 เป็นครั้งแรก เขายิงได้ถึง 4 ประตู ครองดาวซัลโวร่วม แถมยิงประตูในนัดชิงได้ด้วย ทว่าน่าเสียดายที่โชคชะตากำหนดให้เกิดตำนานคนใหม่แห่งวงการลูกหนังเวียดนาม เมื่อ เล กง วินห์ ดาวรุ่งของพวกเขาโหม่งประตูตีเสมอไทยในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขันที่ มิ ดินห์ สเตเดี้ยม ทำให้เขาอกหักชวดแชมป์ เช่นเดียวกับปี 2012 เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ของอาเซียนในชั่วโมงนั้น พร้อมกับมีข่าวคราวเตรียมย้ายไปค้าแข้งยุโรปอย่างหนาหู เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และยิงไปอีก 5 ประตู แต่สิงคโปร์ กลับเป็นผู้ชนะในนัดชิงทำให้เขาต้องเจ็บทรงซ้ำ 2

ปี 2014 ที่ “ช้างศึก” กลับมาผงาดครองแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ ธีรศิลป์ แดงดา ไม่มีชื่อติดทีม เพราะติดภารกิจกับสโมสรที่สเปนกับอัลเมเรีย แต่ปี 2016 เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมกับบทบาทกัปตันทีม เขายิงแฮตทริกได้ตั้งแต่นัดแรก และทำ 2 ประตูสุดสวยในรอบรอง และรอบชิงชนะเลิศ เลกแรก เขาก็โหม่งพังประตูให้ทีม ยิงรวม 6 ประตู คว้าดาวซัลโวสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ และกลายเป็นคนแรกที่ทำได้

ชนาธิป ตอกย้ำแข้งเบอร์ 1 อาเซียนตัวจริง

หลังจบศึกชิงแชมป์อาเซียน 2016 จอมทัพตัวเก่งทีมชาติไทย แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาทำได้ยอดเยี่ยมแค่ไหนในเวทีนี้…

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ผลงานในซูซูกิ คัพ ครั้งนั้น ถือเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัวของมิดฟิลด์จากค่ายกิเลนผยอง (ซึ่งขณะนั้นอยู่กับบีอีซี เทโรศาสน) โดยตลอดทัวร์นาเม้นต์ เขาทำผลงานได้สุดสะเด่า ซึ่งลีลากระชากลากเลื้อยยังติดตาตรึงใจสาวกช้างศึก รวมไปถึงแฟนบอลชาติต่างๆจนถูกจับตามองว่าเป็นนักเตะที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งของไทย

นัดชิงชนะเลิศเจ้าตัวทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมพาไทย แซงมาเลเซีย ครองแชมป์อาเซียนได้สำเร็จ และผลพวงความยอดเยี่ยมของเขาต่อยอดให้คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่ามาครองเป็นสมัยแรก ซึ่งไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเพราะปี 2016 ที่ผ่านมาเขากลับมาตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าเป็นสมัยที่ 2

และนี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเขาคือสุดยอดนักเตะแห่งภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง…..

ไทยไม่เสียประตูยาวนานสุดตลอดกาลศึก AFF Championship

นอกจากจะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ขุนพลทีมชาติไทย ยังครองหน้าสถิติทีมที่ไม่เสียประตูนานสุดตลอดกาลในศึกชิงแชมป์อาเซียน หลังปี 2016 เก็บสถิติคลีนชีตติดต่อกันนานถึง 459 นาที

สถิติดังกล่าวเกิดจากผลงานอันยอดเยี่ยมตั้งแต่นัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มไล่ตั้งแต่เอาชนะอินโดนีเซีย 4-2(34 นาที), ชนะสิงคโปร์ 1-0(90 นาที), ชนะฟิลิปปินส์ 1 - 0 (90 นาที) ชนะเมียนมาในรอบรองชนะเลิศนัดแรก 2-0(90 นาที) และชนะเมียนมาอีกครั้งในเกมที่สอง 4-0(90 นาที) ก่อนจะถูกอินโดนีเซีย ยิงในนาทีที่ 65 และแพ้ไป 0-1(65 นาที) โดยเป็นการทำลายสถิติเดิมที่ไทย เคยทำไว้เมื่อปี 2007 เวลา 442 นาทีอีกด้วย

แชมป์แห่งภูมิภาคสมัยที่ 5 ทีมแรก

ก่อนเริ่มเกมนัดที่ 2 ในรอบชิงชนะเลิศ หลายเสียง และหลายสถิติบ่งชี้ว่าไทย อาจะพลาดโอกาสป้องกันแชมป์ครั้งนี้…

ผลงานที่ไม่ดีนักจากนัดแรกของรอบชิงชนะเลิศที่พวกเขาบุกไปพ่ายอินโดนีเซียถึงถิ่น 1-2 ขุนพลช้างศึกมีโอกาสเข้าทำเพียง 6 ครั้งเท่านั้น ซึ่งน้อยสุดนับตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเม้นต์ในปีนี้ นอกเหนือจากนั้น 6 ครั้งหลังสุดหากทีมใดเป็นฝ่ายกำชัยในนัดแรกของรองชิง สุดท้ายทีมนั้นจะคว้าแชมป์ไปครอง นั่นทำให้โอกาสเป็นแชมป์ของไทยกดดันไม่น้อย

ทว่าสถิติ และคำครหาทุกอย่างต้องยุติลง เมื่อทัพช้างศึกคว้าแชมป์ได้เร็จ และเป็นการครองบัลลังก์จ้าวอาเซียนเป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดนับตั้งแต่รายการนี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1996 ส่วนอันดับรองลงมาคือ สิงคโปร์ 4 สมัย และเวียดนามกับมาเลเซีย อีกคนละ 1สมัย เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้นการคว้าแชมป์ 5 สมัยของไทย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยังมีส่วนร่วมสำคัญกับการคว้าแชมป์ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่เป็นผู้ยิงประตูชัยในรอบชิง ปี 1996 เป็นศูนย์หน้าตัวหลักปี 2000 และเป็นกัปตันทีมปี 2002 ก่อนก้าวมาเป็นโค้ชในปี 2014 และ 2016 

มีจำนวนผู้แฮตทริกมากที่สุด

แม้คะแนนในฟีฟ่า ไทยจะรั้งอันดับ 2 ในอาเซียน แต่ผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นเบอร์ 1 ในภูมิภาคนี้…

ซึ่งไทย มีผู้ที่เคยทำแฮตทริคมากที่สุดถึง 4 รายประกอบไปด้วย วรวุธ ศรีมะฆะ ที่ยิงใส่ อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนพาไทยก้าวสู่ทำเนียบแชมป์เจ้าอาเซียนเป็นสมัยที่ 2 ต่อมาคือ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือช้างศึกคนปัจจุบันที่ประเดิมแฮตทริคแรกในปี 2002 พาทีมเอาชนะทีมชาติลาว 5-1 ก่อนจะครองแชมป์อาเซียนอีกครั้งเป็นสมัยที่ 3

ส่วนอีก 2 ราย อย่าง ศรายุทธ ชัยคำดี อดีตดาวยิงชื่อก้องของไทยก็เคยซัดแฮตทริคมาแล้วเมื่อปี 2004 พาทีมชนะ ติมอร์ เลสเต 9-0 และ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ทำแฮตทริคอีกครั้งในเกมที่เอาชนะอินโดนีเซีย 4-2 นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ซูซูกิ คัพ 2016 รวมเบ็ดเสร็จมีนักเตะไทยทำแฮตทริก 4 คน 5 ครั้ง (ธีรศิลป์ แดงดา 2 ครั้ง)