สาวไส้ส.บอลสิงคโปร์กับ จอห์น เบอร์ริดจ์...ผู้ผลักดัน 'ฮัสซัน' สู่ไทยลีก

วันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องราวของอดีตโค้ชผู้รักษาประตูของทีมชาติ สิงคโปร์ เขาคนนั้นมีนามว่า จอห์น เบอร์ริดจ์ ผู้ที่เคยรับบทนายทวารของ แอสตัน วิลล่า และพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพมาเเล้ว ... วันนี้เขาจะเปิดเผยถึงหลายเรื่องราวสำหรับชีวิตบนแผ่นดินสิงคโปร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความภาคภูมิใจและช่วงเวลาที่แสนยุ่งเหยิง

ผมสนุกมากกับการได้ทำงานร่วมกับ 4 ผู้รักษาประตูของผมไม่ว่าจะเป็น อิซวาน มาห์บัด , ฮัสซัน ซันนี่ , ยาซวาน บูฮารี่ และ รูดี้ ไครูลาห์ ตลอดการทำงานของผมในสิงคโปร์

ผมกำลังเดินเรื่องเพื่อผลักดัน อิซวาน อีกคนหนึ่ง เขาสมควรได้รับมันผมเชื่อว่า เอส ลีก นั้นเล็กเกินไปสำหรับเขา

มันเป็นความสุขที่แท้จริงที่ได้เป็นโค้ชให้พวกเขาทุกคน ทั้งสี่คนล้วนทำงานหนักเพื่อผมเสมอมา ปัญหาเดียวก็คือเราไม่ได้ฝึกกันอย่างต่อเนื่องและถาวร  เราไม่มีศูนย์ฝึกที่ใช้งานเป็นประจำ บางครั้งเราก็ไปซ้อมที่ เกย์ลัง บางครั้งก็ไปที่ จารัน เบซาร์ บางทีไปซ้อมที่สนามของทีมมหาวิทยาลัยก็มีเหมือนกัน

ว่ากันตรงๆผมคิดว่าด้วยศักยภาพของประเทศและศักยภาพของสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์เเล้วพวกเขาควรจะทำได้ดีกว่านั้นสำหรับผู้เล่นในทีมชาติทุกๆคน

ผมแนะนำ ฮัสซัน ซันนี่ ให้กับ แกรี่ สตีเว่นส์ ในตอนที่เขาคุมทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด และจากนั้น ฮันซัน ก็ทำได้ดีมากๆในไทยลีก เขาคือมรดกของผมอย่างแท้จรอง ผมพร้อมที่จะหาเวทีระดับสูงขึ้นให้แก่เด็กๆของผมหากพวกเขาทำงานหนักให้ผมเห็น

ผมมีเส้นสายและคอนเน็คชั่นมากมายทั่วโลกและผมกล้าพูดเลยว่าถ้าพวกเขาดีพอผมก็ไม่กลัวที่จะนำเสนอพวกเขาให้กับทีมใหญ่ๆ

ผมเคยส่ง อาลี อัล ฮับซี ให้ไปอยู่ในพรีเมียร์ลีกกับ โบลตัน และ เกอร์พรีต์ ซิงห์ ซันดูห์(นายทวารทีมชาติอินเดีย) ไปค้าแข้งอยู่ใน นอร์เวย์ มาเเล้ว

John Burridge with Singapore keepers

ตอนนี้ผมกำลังเดินเรื่องเพื่อผลักดัน อิซวาน อีกคนหนึ่ง เขาสมควรได้รับมันผมเชื่อว่า เอส ลีก นั้นเล็กเกินไปสำหรับเขาเเล้ว ความยอดเยี่ยมของเขาประจักษ์ออกมาให้ทุกคนเห็นในกมที่เสมอกับ ญี่ปุ่น 0-0 เมื่อปีที่ผ่านมา

ผมหวังว่าผมจะสามารถกลับมาร่วมงานกับเขาได้อีกครั้ง และถ้าหากมันมีโอกาสเกิดขึ้นจริงผมจะพยายามเต็มที่เพื่อผลักดันเขาออกไปค้าเเข้งนอกสิงคโปร์ นั่นเป็นวิธีที่คุณจะสามารถพัฒนาชาติของคุณได้ คุณต้องให้เขาไปเจอกับลีกที่ดีกว่า

... แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อสมาคมแต่ตั้ง มิเชล ซาบลง เข้ามาเป็นประธานเทคนิค และพวกเขาบอกว่า มิเชล ทำงานได้ดีมากๆกับระบบเยาวชนในประเทศเบลเยี่ยม แต่เขาไม่เคยเชื่อใจผมเลย

ในความจริงผมคิดว่าการเข้ามาของเขามีความเสี่ยงมากกว่าที่มันจะออกมาเป็นแง่บวก เขาถูกจ้างเข้ามาเพื่อพัฒนาทีมเยาวชนแต่เขาก็พยายามที่จะก้าวก่ายการทำงานของทุกๆทีมในสิงคโปร์เลยทีเดียว

เจอร์เก้น แร็บบ์ ทำงานของเขาได้ดีในฐานะผู้ช่วยของทีมเยาวชนสิงคโปร์ เด็กๆให้ความเคารพในตัวเขาเป็นอย่างมากเพราะเขาเคยเป็นถึงนักเตะทีมชาติเยอรมันมาก่อน แต่เขาก็โดนไล่ออกและให้ ซาบลน เข้ามาทำงานแทนแล้วมันถูกต้องไหมล่ะ ??

บุคลากรอย่าง ริชาร์ด ทาร์ดี้ , แพทริก เฮสส์ , กาย เมอร์เท่นส์ และ เฟเดริก เดอะ บัวเวอร์ ทุกคนที่ผมพูดมาคือคนที่ไม่เคยลงเล่นฟุตบอลในระดับอาชีพเลยด้วยซ้ำตลอดชีวิตของพวกเขา มันไม่ใช่เรื่องยากเลยนะสำหรับการค้นคว้าหาคนมาทำงานที่เหมาะสม คุณสามารถเข้าไปดูประวัติของโค้ชได้ในวิกิพีเดีย สมัยนี้ข้อมูลทุกอย่างมันอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตหมดเเล้ว

John Burridge at Wembley

ซาบลน มีแนวโน้มที่จะกำจัดโค้ชทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขา ในความคิดของ ฟานดี้ อาหมัด , เบรนด์ สเเตนจ์ , ซุนดรามูธี่ , เจอร์เก้น และ ผม ทุกคนมีพลังมากเกินไปสำหรับเขาและนั่นทำให้เขาตัดสินใจเด้งทุกคนออกจากตำแหน่ง

ด้วยเหตุผลบางอย่างผมคิดว่าเขาไม่อยากเห็นเหล่าบุคลากรที่เคยผ่านเกมระดับสูงในวงการฟุตบอลมาวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา

ผมไมต้องที่จะพูดถึงเรื่องเชิงลบถึงโค้ชคนอื่นๆหรอกนะ เมื่อคุณเอาโค้ชที่ประสบการณ์ทั้งหมดออกจากตำแหน่งและนำคนไร้ประสบการณ์มาทำงานแทนคุณคิดว่าคุณจะสามารถหวังอะไรได้อีก ?

หลายๆอย่างแสดงให้เห็นถึงความตกต่ำลงมากมาย สโมสร ยัง ไลอ้อนส์ จมบ๊วยอยู่ในลีกด้วยการชนะแค่ 2 เกม เท่านั้นยังย้ำให้เห็นกันชัดๆอีกกับผลงานของ สิงคโปร์ ยู 19 ทีมที่เคยคว้าแชมป์ในอดีตกลับกระเด็นตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

พวกเขาจ่ายเงินจ้าง ซาบลน ด้วยค่าเหนื่อยมหาศาลแต่เขากับไม่สนใจเรื่องประสบการณ์ของนักเตะสิงคโปร์เลย มันตรงข้ามกันกับผม ปรัชญาของผมคือการผลักดันนักเตะสิงคโปร์ออกไปค้าแข้งกับลีกที่ใหญ่กว่าแทนที่จะเป็นการเอานักเตะหนุ่มจากฝรั่งเศสมาเล่นแทนพวกเขา เรื่องนี้ต้องบอกว่าผมไม่เข้าใจมันจริงๆ

เมื่อสัญญาของผมสิ้นสุดลงผมรู้ทันทีว่าผมไม่ได้เป็นที่ต้องการอีกต่อไป ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซี่ยนกำลังพัฒนากันทั้งนั้นขณะที่ สิงคโปร์ นั้นถอยหลงลงคลองนั่นมันแย่กว่าการย่ำอยู่กับที่เสียอีก

ตอนนี้ผมทำงานกับ เอฟซี โกลบัล ในลีก ฟิลิปปินส์ และพวกเขามีนักเตะยอดเยี่ยมมากมาย หากผมมีโอกาสได้ทำงานอย่างต่อเนื่องและนักเตะกลับมาฟูลทีม ผมมั่นใจว่า ฟิลิปปินส์ จะกลายเป็นงานยากของ ไทย ในซูซูกิ คัพ ปลายปีนี้แน่นอน

ไม่ต้องวัดอะไรกันมากมายหรอกคุณดูจากอันดับฟีฟ่าแรงกิ้งดูก็เเล้วกัน ฟิลิปปินส์ อยู่อันดับ 125 นั่นห่างจากสิงคโปร์ถึง 30 อันดับเลยนะ (สิงคโปร์อยู่อันดับ 155) ผมมั่นใจว่า ฟิลิปปินส์ จะเป็นทีมที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้