สายเลือดแชมป์โลก : วินเซนต์ แยนส์เซ่น หอกใหม่ในเล้าไก่

Priya Ramesh จะพาแฟนๆชาวไทยไปรู้จักกับ กองหน้าความหวังใหม่ของทีมชาติฮอลแลนด์ ที่พกดีกรีดาวซัลโวสูงสุดเอเรดิวิซี่ลีก ผู้กุมหัวใจ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่…

เรื่องเล่า 60 วินาที

ช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว วินเซนต์ แยนส์เซ่น ยังคงเล่นในลีกรองของฮอลแลนด์อยู่เลย แต่แค่ 12 เดือนผ่านไป ดาวยิงวัย 21 ปี กำลังพบว่า ตัวเองกำลังครองตำแหน่งดาวซัลโวลีกสูงสุดของประเทศตัวเอง พร้อมกับได้รับโอกาสติดทีมชาติไปสองเกม และเปิดซิงประตูแรกได้แล้ว

และตอนนี้ทุกคนเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่ แยนส์เซ่น จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกเบอร์หนึ่งของประเทศ แทนที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ที่มีแต่โรยราลงทุกวัน และแน่นอนว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ กองหน้าจากอัลค์มาร์ จะต้องย้ายไปเล่นกับยักษ์ใหญ่ในยุโรปแน่นอน

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

แยนส์เซ่น ยิงทีเดียวติดต่อกันอีก 7 เกม พร้อมกับทำลายสถิติของประเทศด้วยการเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 52 ปีที่ยิงคนเดียว 20 ประตูในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังได้

การก้าวขึ้นมาของ แยนส์เซ่น ถือเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรซ์กูรูฟุตบอลเมืองกังหันไม่น้อย เพราะว่าในสมัยยังเป็นเยาวชนนั้น ดาวยิงฟอร์มแรง ไม่ได้โดดเด่นเหนือกว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน จนเป็นเหตุให้ เฟเยนูร์ด ต้องปล่อยตัวเขาไปแบบฟรีๆในปี 2013

อย่างไรก็ตาม เพราะความที่ แยนส์เซ่น เป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก ทำให้เขาสามารถกลับมาสู้ต่อได้อีกครั้ง โดยครอบครัวของเขาเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Helden ของฮอลแลนด์ถึงเรื่องดังกล่าว

วินเซนต์ จะบอกกับตัวเองเสมอว่า ‘Komt goedหนึ่งในครอบครัวของเขาเล่า ซึ่งคำว่า Komt goed เป็นภาษาดัตช์ ที่แปลเป็นไทยได้ว่า ทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี

ด้วยทัศนคติแบบนี้ ทำให้ แยนส์เซ่น ไม่ยอมแพ้และยอมเริ่มต้นใหม่กับทีมในลีกล่างอย่าง อัลเมเร่ ซิตี้ ซึ่ง ดาวยิงที่ติดทีมชาติชุดเยาวชนมาตลอด ใช้เวลาที่นั่น 2 ฤดูกาล พร้อมทำสถิติยิง 32 ประตูจาก 74 เกมที่ลงสนาม

Janssen endured a tough start at AZ Alkmaar

ชีวิตตอนแรกลำบากมากกับ อัลค์มาร์

ฟอร์มของเขาตลอดสองปีที่นั่น ทำให้ในปี 2015 ที่ตอนนั้น อัลค์มาร์ กำลังหาตัวแทนของแนวรุกหลายคนที่จะย้ายทีมในช่วงปิดซีซั่น เกิดสนใจชื่อของ แยนส์เซ่น ขึ้นมา พร้อมกับส่งผู้จัดการทีมฝ่ายเทคนิคของพวกเขาไปติดตาม อดีตเด็กฝึกเฟเยนูร์ด อย่างใกล้ชิด และสุดท้ายอดีตแชมป์ลีกเมื่อปี 2009 ก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ แยนส์เซ่น ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

ทว่า ชีวิตของ หัวหอกผู้มองโลกสดใส กลับไม่สวยงามดั่งใจฝัน เพราะ เขาไม่สามารถยิงในลีกประตูให้ทีมได้นานถึง 367 นาที แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงนั้น แยนส์เซ่น ลงมาเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้เขาไม่มีเวลาเพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

แยนส์เซ่น ต้องรอประตูแรกกับทีมถึงช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และหลังจากนั้นเขายิงถึง 6 ประตูจาก 3 เกม ซึ่ง 3 ใน 6 นั้น คือ การซัดแฮตทริกใส่ทีมเก่าอย่าง เฟเยนูร์ด ไปอย่างสะใจ  ที่น่าเหลือเชื่อคือ หลังจากฟอร์มจุติแล้ว แยนส์เซ่น ยิงทีเดียวติดต่อกันอีก 7 เกม พร้อมกับทำลายสถิติของประเทศด้วยการเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 52 ปีที่ยิงคนเดียว 20 ประตูในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังได้

Janssen scores during Holland's 2-1 win over England

เปิดซิงลูกแรกกับฮอลแลนด์แล้ว

นอกจากนี้ แยนส์เซ่น ยังเติมเต็มความฝันในปีนี้ด้วยการเปิดซิงประตูแรกกับทีมชาติได้ โดย ดาวเตะจากอัลค์มาร์ ยิงจุดโทษใส่ อังกฤษ ในเวมบลีย์ พร้อมกับทำอีกหนึ่งแอสซิสต์ จนช่วยให้ “กังหันลม” พลิกเฉือด “สิงโตคำราม” คาบ้านของตัวเอง

จุดแข็ง

ดาวยิงวัย 21 ปี ยังมีจุดเด่นในการหาตำแหน่งที่ว่าง ทั้งยังสามารถเป็นตัวจ่ายและทำเกมให้กับเพื่อนได้ด้วย

แยนส์เซ่น มีความเร็วพอสมควร และสามารถเล่นได้ดีทั้งสองเท้า ซึ่งนั่นทำให้เหล่าบรรดาคู่แข่งคาดเดาได้ยากว่า เมื่อไรที่เขาจะใช้เท้าไหนในการซัดประตู

นอกจากนี้ ดาวยิงวัย 21 ปี ยังมีจุดเด่นในการหาตำแหน่งที่ว่าง ทั้งยังสามารถเป็นตัวจ่ายและทำเกมให้กับเพื่อนได้ด้วย

ฟอร์มที่ดีที่สุดเกมหนึ่งของเขาในฤดูกาลนี้ คือ เกมที่พบกับ ทีมเก่าอย่าง เฟเยนูร์ด ที่ แยนส์เซ่น จัดการกับอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนชุดเดียวกันอย่าง สเวน ฟาน บีค จนหัวหนุน พร้อมกับยิงคนเดียว 3 ประตู และแอสซิสต์ให้เพื่อนได้อีกหนึ่งลูก ซึ่งทั้งหมดเป็นการตบหน้าทีมเก่าจาก รอตเตอร์ดัม อย่างเจ็บแสบ

จุดอ่อน

ต้องยอมรับว่า แยนส์เซ่น คือ ตัวจบสกอร์ชั้นยอดในกรอบเขตโทษ แต่เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นทันที หากเขาถูกบีบให้ออกไปเล่นบริเวณนอกกรอบ 18 หลา เพราะจากสถิติที่ผ่านมา แยนส์เซ่น แทบจะยิงไม่ได้จากระยะไกลเลย

อีกปัญหาก็คือ การจับบอลและการครองบอล ที่บ่อยครั้ง ดาวเตะเลือดดัตช์ มักจะจับบอลลั่นหรือคู่แข่งแย่งบอลไปง่ายๆ

เรื่องสุดท้ายก็คือ แยนส์เซ่น มักจะถูกจับล้ำหน้าบ่อยๆ ซึ่ง การออกตัวหรือการเช็ดไลน์ เป็นสิ่งที่ กองหน้าดาวรุ่ง ต้องปรับปรุงต่อไป

ปากคำคนใกล้ตัว

“วินเซนต์ เกิดมาเพื่ออยู่กับการเล่นฟุตบอล มันไม่มีสักวันที่เขาจะขี้เกียจฝึกซ้อมเลย”

- แกสตัน ทายูเมนต์

แกสตัน ทายูเมนต์ อดีตโค้ชเยาวชนเมื่อครั้งที่ แยนส์เซ่น ยังเป็นเด็กปั้นของ เฟเยนูร์ด บอกว่า อดีตลูกทีมรายนี้เป็นคนที่มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม

“วินเซนต์ เกิดมาเพื่ออยู่กับการเล่นฟุตบอล มันไม่มีสักวันที่เขาจะขี้เกียจฝึกซ้อมเลย” ทายูเมนต์ กล่าว “เขาเป็นนักสู้ ไม่เคยยอมแพ้ เขาเป็นคนขยัน และพร้อมที่จะทำให้กองหลังต้องเหนื่อยตามเขาไปตลอดทั้งเกม”

รู้หรือไม่

สายเลือดนักกีฬาอยู่ในตัวของ แยนส์เซ่น มาโดยตลอด

เพราะแม่ของเขาอย่าง แอนมารี่ย์ แยนส์เซ่น เป็นตำนานนักว่ายน้ำของฮอลแลนด์ ที่ถึงขนาดคว้าเหรียญทองโอลิมปิคได้ถึง 3 เหรียญ และยังเป็นแชมป์โลกอีกหนึ่งครั้งด้วย

นอกจากนี้ น้องสาวแท้ๆของเขาอย่าง เฟดเดริเก้ ก็เป็นนักว่ายน้ำทีมชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนดินแดนทิวลิปไปแข่ง ยูโรเปี้ยนเกม เมื่อปีที่แล้วด้วย

สิ่งที่รออยู่

แน่นอนว่ามันได้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปแล้ว เมื่อตอนนี้แยนส์เซ่นได้เซ็นสัญญากับสเปอร์สด้วยค่าตัวที่คาดว่าอยู่ระหว่าง 17-18.5 ล้านปอนด์

ปัญหาก็คือ หลายครั้งที่นักเตะจากเอเรดิวิซี่ลีก สร้างความผิดหวังให้กับยอดทีมจากเกาะอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น อฟอนโซ่ อัลเวส หรือแม้กระทั่ง โจซี่ อัลติดอร์ แต่ขณะเดียวกัน รุด ฟาน นิสเตลรอย หรือ หลุยส์ ซัวเรส ก็เป็นโคตรดาวเตะในเมืองผู้ดีได้เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นนี่คือความเสี่ยง…

อีกทั้งเมื่อสมัยเป็นเด็ก แยนส์เซ่น เคยให้สัมภาษณ์ว่า ความฝันของเขาอยู่ที่ เรอัล มาดริด และ การติดทีมชาติฮอลแลนด์ ซึ่งตอนนี้ กองหน้าวัย 21 ปี ทำสำเร็จไปแล้วหนึ่งเรื่อง

ก็ต้องติดตามว่า สุดท้ายแล้ว แยนส์เซ่น จะทำตามความฝันหรือไม่ หรือไม่แน่ว่า ตอนนี้ความฝันของเขาอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็เป็นได้

เพราะ แยนส์เซ่น คงบอกกับตัวเองซ้ำๆเหมือนเช่นทุกครั้งว่า  ‘komt goed’ ‘komt goed

แล้วทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี…