สัมภาษณ์พิเศษ เจิ้ง จื่อ: การดึงแข้งบิ๊กเนมมาลีกจีนถือเป็นการพัฒนา

เจิ้ง จื่อ ได้ประสบความสำเร็จในการค้าแข้งทั้งในระดับสโมสรและระดับบุคคล นอกจากนี้เขายังไต่อันดับขึ้นมาจาก 43 ในลิสต์ 50 นักเตะเอเชียยอดเยี่ยมเมื่อปีก่อนสู่ท็อป 20 ด้วย และวันนี้เขาจะมานั่งลงคุยกับโฟร์โฟร์ทู...

เจิ้ง จื่อ กองกลางตัวเก๋าชาวจีนได้เริ่มต้นค้าแข้งในลีกสูงสุดของจีนกับเสิ่นเจิ้น ผิงอัน เมื่อปี 2001

ในปี 2004 เขาคว้าแชมป์ไชนีส ซูเปอร์ ลีก (ซีเอสแอล) กับเสิ่นเจิ้น เจียนหลีเป่า (ซึ่งเมื่อก่อนเป็นเสิ่นเจิ้น ผิงอัน) และใช้เวลาในซีซั่นถัดมากับชานตง หลู่เหนิง ก่อนจะย้ายไปต่างประเทศ

ตอนแรกเขาเซ็นสัญญากับชาร์ลตัน แอธเลติก ทีมในพรีเมียร์ลีก แล้วจากนั้นก็ย้ายไปเซลติก ก่อนจะกลับจีนเมื่อปี 2010 เพื่อย้ายไปร่วมทีมกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์

ตั้งแต่ปี 2011-15 และกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ครองความยิ่งใหญ่ในซีเอสแอล โดยคว้าแชมป์ 5 สมัยซ้อน ยิ่งไปกว่านั้น เจิ้งยังเป็นกัปตันทีมกว่างโจวคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2013 ซึ่งถือเป็นสโมสรแรกในจีนที่คว้าแชมป์รายการดังกล่าว

เจิ้งได้รับเกียรติให้เป็นกัปตันทีมชาติ

นั่นทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะเอเชียยอดเยี่ยมของเอเอฟซีในปีนั้น และหลังจากที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ 50 นักเตะเอเชียยอดเยี่ยมของโฟร์โฟร์ทูเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ดาวเตะวัย 35 ปีก็พร้อมเปิดใจกับเรา

FFT: ยินดีด้วยกับการอยู่ในอันดับที่ 19 ของการจัดอันดับ 50 นักเตะเอเชียยอดเยี่ยมของเรา ผมไม่แน่ใจว่าคุณรู้หรือเปล่าว่าคุณอยู่ในอันดับ 43 เมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นจึงถือว่าอันดับของคุณก้าวกระโดดอย่างมาก คุณคิดว่ายังไงบ้าง?

FACTBOX

  • วันเกิด: 20 สิงหาคม 1980
  • สถานที่เกิด: เฉิ่นหยาง, เหลียวหนิง, จีน
  • ส่วนสูง: 1.80 เมตร
  • ตำแหน่ง: กองกลาง
  • สโมสร: กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์

เจิ้ง: แน่นอนว่าผมมีความสุขมาก ผมมองว่ามันเป็นเหมือนรางวัลสำหรับการทำงานหนักในปีนี้นะ อย่างไรก็ตามมันก็มาจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีมเราที่ทำให้ประสบความเสร็จเป็นอย่างสูง และทุกคนในทีมก็ควรจะได้รับเครดิตจากการทำงานหนักของพวกเขา ตามความเห็นของผมนะ ไม่ว่าผมจะอยู่อันดับไหน มันก็ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของทีมเป็นสำคัญ

FFT: คุณพอใจกับฟอร์มของตัวเองตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาไหม?

เจิ้ง: แน่นอน มากเลยล่ะ การทำงานหนักเพื่อช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแฮปปี้เสมอ

เราคว้าแชมป์ซีเอสแอล 5 สมัยติดและคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง ดังนั้นผมจึงรู้สึกมีความสุขจริงๆ ที่คว้าแชมป์พวกนี้และพอใจกับฟอร์มของตัวเองเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย

FFT: คุณยังคงเล่นในเกมระดับสูงอยู่แม้จะอายุ 35 สมัยหนุ่มๆคุณเคยคิดไหมว่าจะเล่นได้นานขนาดนี้?

เจิ้ง: อืม จะให้พูดว่ายังไงดีล่ะ ผมก็เคยคิดนะว่าอยากจะเล่นให้นานๆ แต่พูดตามตรงว่าผมก็ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะเล่นถึงตอนไหน ผมแค่พยายามจะเล่นต่อไปเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้และรักษาฟอร์มที่ดีของตัวเองไว้

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ คือกุนซือกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ คนปัจจุบัน

ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ผมก็เคยคิดในใจและพยายามทำให้ถึงเป้าหมาย แต่ตอนนี้ผมมองมันไปทีละสเต็ปและหวังว่าตัวผมจะรักษาโมเมนตัมที่ดีเอาไว้

FFT: แล้วร่างกายคุณล่ะเป็นยังไง แล้วคุณรู้สึกเหมือนตัวเองยังมีภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้นในสนามหรือเปล่า? คุณเคยคิดหรือไม่ว่าจะทำอะไรต่อไปในอนาคตหลังจากที่แขวนสตั๊ดแล้ว?

เจิ้ง: ในตอนนี้สภาพร่างกายของผมก็ถือว่าค่อนข้างดีนะ หวังว่าผมจะสามารถรักษาฟอร์มที่ดีและลงเล่นในระดับนี้ได้อีก 2 หรือ 3 ปี จากนั้นผมค่อยเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าวันหนึ่งผมจะไม่สามารถลงเล่นได้อีกต่อไปแล้ว และต้องอำลาสนามที่ผมรัก

แต่หลังจากนั้นผมอาจจะไม่ได้ตัดขาดจากฟุตบอลไปเสียทีเดียว ผมไม่ค่อยแน่ใจในสิ่งที่ผมอยากทำนัก ดังนั้นต้องคอยดูกันอีกที

ในหน้าที่ 2 เจิ้งจะมาพูดคุยเกี่ยวกับไฮไลท์ในอาชีพค้าแข้ง, ทีมชาติและการเซ็นสัญญากับแข้งบิ๊กเนมในซีเอสแอล