สัมผัสแรก: ชิมลาง FIFA 17 vs PES 2017 ใครเหนือกว่าใครก่อนปล่อยจริง

ขอให้ทุกคนพักเรื่องการเผชิญหน้ากันของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โชเซ่ มูรินโญ่ ไว้ก่อน เพราะมวยคู่เอกที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ก็คือศึกระหว่าง FIFA ปะทะ PES  และบน วิลสัน คอลัมนิสต์ของเราได้มีโอกาสชิมลางเกมต่างค่าย 2 เกมนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาจะว่าอย่างไร ติดตามได้ที่นี่ 

สำหรับทั้ง 2 เกมนี้ยังไม่สมบูรณ์ 100% ดังนั้นเหล่าแฟนๆ คงจะต้องให้เวลาทีมพัฒนาอีกสักระยะ ซึ่งตามแผนที่วางไว้นั้น ทั้ง 2 เกมจะวางขายในช่วงปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามเราก็ได้มีโอกาสสัมผัสและคลุกคลีอยู่กับทั้งสองเกมอย่างละ 4 ชั่วโมงเต็มๆ (โดยได้ลอง PES 2017 ที่เฮดควอเตอร์โคนามิ ประเทศอังกฤษ ขณะที่ FIFA 17 ลองที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์) ดังนั้นนี่คือสิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะถึงเวลาวางขายจริง!

เรื่องในสนาม

FIFA ได้นำเอาเทคโนโลยีรูปแบบ Frostbite ที่ใช้ในเกมแบทเทิลฟิลด์ เข้ามาช่วยให้เรื่องของแสงและเงาของสิ่งต่างๆ (แมตช์กลางคืนที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเหมือนจริงมากๆ) ขณะที่ PES เองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเมื่อจุดเด่นของพวกเขาอยู่ที่กราฟฟิค

ในส่วนของเกม FIFA นั้น ทางทีมผู้สร้างได้มีการพัฒนาในเรื่องของการเคลื่อนไหว และท่าทางของนักเตะเป็นพิเศษ ซึ่งมันทำให้เวลานักฟุตบอลในเกมเลี้ยงบอล หรือเปิดบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม มันจะดูมีความสมจริงมากขึ้น นอกจากนี้พวกเขายังปรับให้นักเตะสามารถ เบียดและบังบอลไม่ให้ผู้เล่นคนอื่นๆ แย่งเล่นลูกอยู่กลางอากาศได้ ซึ่งตอนที่เราลองเล่นนั้น เราสามารถใช้ คริส สมอลลิ่ง แย่งบอลมาจาก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช โดยหากเป็นใน FIFA เวอร์ชั่นเก่านั้น จังหวะนี้คุณจะถูกเป่าฟาวล์ทันที

นอกจากนี้พวกเขาได้พัฒนาเรื่องการยิงฟรีคิกขึ้นด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเป้าเล็งที่มีให้จะเอาไว้ใช้สำหรับลูกเตะมุมเท่านั้น นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถถอยไปทุ่มลูกบอลก็ได้ด้วย อีกทั้งในภาคใหม่ก็จะมีผู้จัดการทีมของแต่ละทีมยืนอยู่ข้างสนาม ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่มีทางพลาดกุนซือพรีเมียร์ลีก และเราก็ลองทุกทีมจนเห็นกุนซือทั้ง 20 ราย ยืนอยู่ข้างสนามมาแล้ว แน่นอนว่า 1 ใน 20 คนนี้คือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เพิ่งจะมาคุมทัพแมนฯ ยูได้ไม่นาน

ทว่าฝั่ง PES นั้นแทบจะไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นมาจากเมื่อปีที่แล้วเลย พวกเขามีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยปรับปรุงการผ่านบอลให้ลื่นไหลและแม่นยำมากขึ้น เพิ่มความแรงและความคมของผู้เล่นซึ่งช่วยในเรื่องของการพังประตู (ในภาคเก่าๆ ผมทำประตูจากระยะ 30 หลาได้จำนวนมาก แต่มันหายไปดื้อๆ เมื่อปีที่แล้ว) แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดสำหรับเรื่องนี้ ก็คือ การพัฒนาเรื่องการเลี้ยงบอลเพื่อที่จะทำให้นักเตะสามารถเล่นในพื้นที่แคบอย่างริมกรอบเขตโทษหรือตรงริมเส้น ที่ช่วยให้ผู้เล่นหลอกล่อได้ดีขึ้น รวมถึงการกระชากบอลหนี มากกว่าที่จะต้องใช้ลูกเล่นจำนวนมาก

สภาพสนามแข่งของแมนยู ซึ่งดูเหมือนว่าได้ไปที่สนามแห่งนี้จริงๆ ใน Fifa 17

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ค่ายต่างทำออกมาได้ดูดีทีเดียว FIFA ได้นำเอาเทคโนโลยีรูปแบบ Frostbite ที่ใช้ในเกมแบทเทิลฟิลด์ เข้ามาช่วยให้เรื่องของแสงและเงาของสิ่งต่างๆ (แมตช์กลางคืนที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเหมือนจริงมากๆ) ขณะที่ PES เองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเมื่อจุดเด่นของพวกเขาอยู่ที่กราฟฟิค โดยเฉพาะหน้านักเตะที่เหมือนจริงสุดๆ เรียกได้ผู้เล่นอย่างเราๆ แทบจะอยากไปสัมผัสเคราของชิรูด์เลย

เรื่องนอกสนาม

FIFA จะแซง PES ไปพอสมควร หลังจากที่พวกเขาเปิดตัวโหมด “The Journey” ซึ่งเป็นโหมดการเล่นใหม่เอี่ยมสำหรับแฟนๆ ที่จะได้รับบทเป็น อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ดาวรุ่งคนหนึ่งที่ได้เซ็นสัญญากับทีมในพรีเมียร์ลีก

หากว่าด้วยเรื่องของโหมดต่างๆ ในการเล่น PES ดูจะไม่ได้มีอะไรใหม่มากนักในส่วนนี้ ทว่าพวกเขาได้นำส่วนการปรับแทคติคของทีมมาเอาไว้ในหน้าการจัดตัวผู้เล่น ซึ่งมันทำให้เวลาที่คุณกดหยุดเกม คุณสามารถปรับแทคติกได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแนวรับว่าจะดันขึ้นสูงแค่ไหน การวิ่งทำทางของเพื่อนร่วมทีม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้มันมีมาแล้วในภาคก่อน ทว่ามันค่อนข้างวุ่นวายหากจะปรับแต่ละครั้ง

ขณะเดียวกัน ดู FIFA จะแซงพวกเขาไปพอสมควร หลังจากที่พวกเขาเปิดตัวโหมด “The Journey” ซึ่งเป็นโหมดการเล่นใหม่เอี่ยมสำหรับแฟนๆ ที่จะได้รับบทเป็น อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ดาวรุ่งคนหนึ่งที่ได้เซ็นสัญญากับทีมในพรีเมียร์ลีก (สามารถเลือกทีมได้) ซึ่งแน่นอนว่าคุณก็จะได้ควบคุมนักเตะรายนี้ยามลงแข่ง แต่สิ่งที่พิเศษมากขึ้นสำหรับโหมดป้ายแดงนี้ก็คือ คุณจะได้อภิสิทธิ์ในการควบคุมฮันเตอร์ยามอยู่นอกสนามแข่งด้วย กล่าวคือทั้งการโต้ตอบกับสื่อ การคุยกับเพื่อนร่วมทีมในห้องแต่งตัวและรับคำสั่งจากผู้จัดการทีมที่ข้างสนาม คุณสามารถเลือกวิธีโต้ตอบได้ทั้งหมด ซึ่งมันทำให้คุณมีโอกาสถูกดร็อป หรือโละทิ้งได้หากคุณเกิดไปตอบอะไรไม่ถูกใจพวกเขาเข้า เรียกว่าได้คุณจะไม่ได้สัมผัสแค่เกมในสนามเท่านั้น มันได้เป็นมากกว่าเกมฟุตบอลไปแล้ว และขณะนี้ EA ก็ดูจะพยายามจะพัฒนาเกมรูปแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ ดีไม่ดีในอนาคตเราอาจจะได้เห็นตัวเองลงเล่นเคียงคู่ เวย์น รูนี่ย์ และผองเพื่อน แทนที่จะเป็น อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ก็ได้

Anthony Martial, Eden Hazard

เชลซีและแมนฯ ยูกำลังจะได้ฟาดแข้งกันอีกครั้งใน FIFA 17

ทีมใหม่? ลีกใหม่? หน้าใหม่?

สำหรับฝั่ง PES นั้น พวกเขาได้ลิขสิทธิ์ของทีมอาร์เซนอล, แอตเลติโก มาดริด, ทีมชาติฝรั่งเศส และทีมชาติเยอรมันมาแล้ว

สำหรับฝั่ง PES นั้น พวกเขาได้ลิขสิทธิ์ของทีมอาร์เซนอล, แอตเลติโก มาดริด, ทีมชาติฝรั่งเศส และทีมชาติเยอรมันมาแล้ว ขณะเดียวกันโคนามิก็ยังถือครองลิขสิทธิ์ของฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เช่นเคย แต่นอกเหนือจากนี้ เรายังไม่ได้รับรายงานว่ามีอะไรเพิ่มอีกหรือไม่

ขณะเดียวกัน FIFA เองก็ยังปิดปากเงียบสำหรับรายชื่อทีมในภาคใหม่ของพวกเขา แต่จากที่พวกเขาเปิดให้โหวตนั้น ผลปรากฏว่าเป็นลีกอิสราเอลที่แฟนๆ ต้องการให้เพิ่มเข้ามาในเกมมากที่สุดพร้อมกับผลโหวตกว่า 6 ล้านโหวต แต่นั่นก็ยังไม่มีข้อสรุปว่า EA จะยอมเพิ่มเข้ามาตามความต้องการของแฟนบอลหรือไม่ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่แน่นอนแล้วก็คือ แฟนๆ ‘สิงห์แดง’ จะได้เฮเมื่อทีมรักจะขึ้นมาเป็น 1 ในสมาชิกพรีเมียร์ลีกตามข้อตกลงที่ EA ทำไว้กับพรีเมียร์ลีก หลังจากที่มิดเดิ้ลโบรส์โชว์ฟอร์มเก่งจนได้เลื่อนชั้น (เบิร์นลีย์และฮัลล์ ซิตี้เองก็ด้วย ทว่าฐานข้อมูลของพวกเขาก็อยู่ในเกมอยู่แล้วหลังจากที่เคยอยู่ในลีกสูงสุดฤดูกาล 2014/15)

ระบบการเล่น

ฝั่งตรงข้ามเหมือนกับว่าจะสามารถตีเสมอหรือแซงชนะได้ทุกเวลา ด้วยการผ่านบอลและจบสกอร์อันแม่นยำทำให้มันน่าจะอยู่ติดเครื่องคอนโซลไปอีกนานจนกว่าจะมีภาคใหม่

นี่เป็นเพียงแค่การทดลองเล่น ดังนั้นเราจึงไม่อยากออกหน้าออกตามากเกินไปนัก แต่หลังได้สัมผัสดูจริงๆ มันทำให้เราตื่นเต้นสุดๆ ดังนั้นเชื่อเถอะว่าคุณควรจะอ่านเรื่องนี้จนจบ เพราะมันคุ้มค่าจริงๆ

สิ่งที่เราชอบที่สุดสำหรับ FIFA ก็คือรูปเกมที่เปิดมากขึ้น ภาคนี้เหล่ากองหลังหรือมิดฟิลด์ตัวรับจะไม่เข้ามาทำลายจังหวะ (หรือตัดเกม) ทุกๆ ครั้งที่ลุยเข้าไปถึงพื้นที่สุดท้าย บางครั้งคุณสามารถกด L2 เพื่อสร้างพื้นที่รอให้เพื่อนเติมขึ้นมาหรือจะเล่นเองก็ได้ นอกจากนั้นพวกเขาได้เพิ่มลูกยิงบดเรียดเข้ามาด้วย ทุกอย่างมันดูรวดเร็วและเกมรุกก็ดุดันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงรักษาความเหมือนจริงเอาไว้อยู่หลังจากที่พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีหลัง

ขณะที่ PES นั้นจะเน้นไปที่เกมรุกอนัเร้าใจมากกว่า จนผมสงสัยว่าในชีวิตจริงจะสามารถรับมือกับมันได้อย่างไร เพราะขณะที่เป็นฝ่ายออกนำก่อน 1-0 ในช่วงท้ายเกม ฝั่งตรงข้ามก็ดูเหมือนกับว่าจะสามารถตีเสมอหรือแซงชนะได้ทุกเวลา ด้วยการผ่านบอลและจบสกอร์อันแม่นยำทำให้มันน่าจะอยู่ติดเครื่องคอนโซลไปอีกนานจนกว่าจะมีภาคใหม่

โหมดการเล่น ‘The Journey’ ใน FIFA 17 เป็นอะไรที่ใหม่มากๆ สำหรับเกมฟุตบอล

ความที่ไม่สามารถคาดการณ์นี้ได้มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ คุณอาจจะครองเกมไว้ได้ทั้งหมดแต่แพ้เพราะลูกยิงของชไวน์สไตเกอร์ลูกเดียวหรือไม่แน่คุณอาจจะเล่นแบบจ่ายบอลไปมา ขยับหาช่องก่อนจะเอาชนะคู่แข่งไปได้ 4-0 หรืออีกมากมายหลายแบบที่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเรารู้สึกว่าโคนามิกำลังมาถูกทางสุดๆ

ใครจะครองแชมป์ฤดูกาลหน้า

ถ้าหาก 2 เกมดังกล่าววางแผงในวันนี้เลยและไม่นับเรื่องลิขสิทธิ์รวมถึงการนำเสนอของเกม เราคิดว่าเราน่าจะให้ PES 2017 เป็นผู้ชนะ ทว่าสำหรับผู้เล่นหลายๆ คน พวกเขาต้องการเล่นเกมที่เหมือนจริงที่สุด และมุมกล้องเหมือนในทีวีมากที่สุด ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จุดนี้ FIFA ทำได้ดีกว่ามาโดยตลอดในระยะหลังนี้ อีกทั้งพวกเขายังได้ มาร์ติน ไทเลอร์ และ อลัน สมิธ มาช่วยภาคอีกด้วย (PES เวอร์ชั่นที่เราลองยังไม่มีเสียงพากษ์)

นอกเหนือจาก PES และ FIFA

เริ่มต้นที่เกม Football Manager 2017 ที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ ซึ่งเกมที่เน้นให้ผู้เล่นสร้างทีม และวางแผนการเล่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนี้ คาดการณ์ว่าจะวางแผงในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน

นอกจากนี้ยังมีเกม Dino Dini’s Kick Off Revival อีกด้วย โดยเกมนี้เป็นเกมฟุตบอลที่กลับมาลุยตลาดนักเล่นเกมอีกครั้งนับตั้งแต่ช่วงยุค 90 ซึ่งมันคงจะตอบโจทย์ผู้เล่นที่เรียกร้องให้เกมอย่าง Sensible Soccer กลับมา ขณะเดียวกันอีกเกมที่ดูจะมาแรงมากๆ อย่าง Rocket League : Football เนื่องจากรูปแบบเกมค่อนข้าวแหวกแนว เพราะมันใช้รถแข่งแทนที่ของนักฟุตบอล ซึ่งดูแล้วเกมนี้คงจะครองอันดับ 3 และปล่อยให้ 2 ยักษ์ใหญ่แย่งอันดับ 1 กันไป

PES 2017 จะวางแผงวันที่ 20 กันยายน ขณะที่ FIFA 17 จะวางแผงวันที่ 29 กันยายน