สะท้านโลกันตร์ : 10 แข้งเอเชียแจ้งเกิดจากศึกโอลิมปิก เกมส์

แม้ศักดิ์ศรีจะไม่เทียบเท่ากับฟุตบอลโลก เนื่องจากมีการจำกัดด้านอายุ แต่โอลิมปิก เกมส์ ก็มีมนต์สเน่ห์ของมัน…

เพราะนี่คือแหล่งแจ้งเกิดฝีเท้าของดาวรุ่งชั้นดีของดาวรุ่งจากทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้แต่ในเอเชีย

แม้ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้เป็นพระเอก เนื่องจากข้อจำกัดด้านศักยภาพในเวลานั้น แต่พวกเขาก็ค่อยๆเติบใหญ่ขึ้นมา

จนเป็นที่รู้จักและยอมรับจากนานาชาติในที่สุด...

โอลิมปิก เกมส์ 1996 แอตแลนต้า

ฮิเดโตชิ นากาตะ (ญี่ปุ่น)

“ผมสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ตอนอายุเลย 30 แต่กับฟุตบอล ผมสามารถเล่นได้แค่ตอนนี้เท่านั้น จะเป็นตอนอื่นไม่ได้แล้ว” นี่คือคำกล่าวของเด็กหนุ่มที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ชนิดหาตัวจับยาก เก่งขนาดที่ว่าเข้ามหาวิทยาลัยระดับท็อปของญี่ปุ่น แล้วจบออกไปเป็นนักบัญชี อาชีพที่ตัวเองใฝ่ฝันได้สบายๆ

แต่เขากลับปฏิเสธที่จะเดินตามเพื่อนร่วมรุ่นและเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังในยุคที่ ‘เบสบอล’ คือกีฬาอันดับหนึ่งของชาวอาทิตย์อุทัย โดยมีการ์ตูนยอดฮิตอย่าง ‘กัปตันซึบาสะ’ เป็นแรงบันดาลใจ… ฮิเดโตชิ นากาตะ เข้าโรงเรียนที่ถือว่าเป็นหนึ่งในเต้ยของลูกหนังระดับนักเรียนอย่างโรงเรียนมัธยมปลายนาราซากิในจังหวัดยามานาชิ ถิ่นกำเนิดของเขาซึ่งใกล้กับฟูเขาไฟฟูจิ ในฐานะดาวรุ่งที่น่าจับตามองหลังจากที่เคยติดทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีไปบ้างแล้ว

นอกจากนี้ยังถูกเรียกติดทัพซามูไรชุดยู-19 ที่ลงเล่นในศึกชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียที่จาการ์ตาในปี 1994 ซึ่งในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาพ่ายไทยที่นำโดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ ตะวัน (ธชตวัน) ศรีปาน ไป 2-0 ก่อนจะก้าวสู่ตำแหน่งรองแชมป์ในเวลาต่อมา และหลังจากนั้นเพียงแค่ปีเดียวก็เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับเบลล์มาเร่ ฮิราสึกะ หรือโชนัน เบลล์มาเร่ ในปัจจุบัน

และเพียงแค่ซีซั่นแรกก็กดไป 10 ลูกจาก 35 ประตูรวมทุกรายการ ขณะที่ในระดับทีมชาติ เขาพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก ยู-20 ที่กาตาร์ เช่นเดียวกับโอลิมปิกส์ที่ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยสามารถล้างแค้นทีมชาติไทยที่มีซิโก้กับแบนได้ทั้งไปและกลับ 5-0 และ 1-0 ตามลำดับเข้ารอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968

ด้วยความที่เป็นกำลังหลักทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติมาตลอด ทำให้เขามีชื่อติดอยู่ในในทีม “ซามูไรบลูส์” ชุดลุยแอตแลนต้าโดยอัตโนมัติด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี

แม้จะอยู่ในสายแข็งร่วมกับบราซิล, ไนจีเรีย และฮังการี แต่กองกลางเจ้าของชื่อเล่นว่า “ฮิเดะ” ไม่เคยเกรงกลัวแต่อย่างใด “ผมไม่เคยมีปัญหากับการลงเล่นภายใต้ความกดดัน” เขาเปิดเผยในภายหลังกับซีเอ็นเอ็น “ผมมีแรงจูงใจอยู่มากมาย ซึ่งผมก็เหมือนกับเด็กตัวเล็กๆนั่นแหละ ที่เห็นมันเป็นของเล่นที่น่าสนุก”

ในนัดแรกพวกเขาต้องเจอกับเต็งแชมป์อย่างพลพรรคเซเลเซาที่มีทั้ง โรนัลโด้, เบเบโต้, ริวัลโด้, จูนินโญ่ เปาลิสต้า, โรแบร์โต้ คาร์ลอส และดิด้าเป็นตัวจริง แถมยังมีโรนัลโด้ หัวหอกดาวรุ่งจากพีเอสวีเป็นทีเด็ดอยู่ข้างสนามอีกด้วย แต่นากาตะและพรรคพวกก็คว้าชัยมาครองได้อย่างเหนือความคาดหมาย

นั่นทำให้แข้งซามูไรหนุ่มพกความมั่นใจมาเต็มสูบในเกมกับไนจีเรีย ด้วยความหวังที่จะเก็บ 3 แต้มเพิ่มเพื่อโอกาสในการเข้ารอบ อย่างไรก็ตามมันก็ไม่เป็นดังหวัง เมื่อประตูเบิกร่องที่รอคอยยังไม่มา… และกลายเป็นว่าในนาทีที่ 82 ทิยานี่ บาบันกิด้า กระชากหนีแนวรับเข้าไปยิงเป็นประตูขึ้นนำ

ลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ ออกอาการลนลานอย่างเห็นได้ชัดหลังจากโดนยิงในช่วงท้ายเกม และในนาทีที่ 90 ทุกอย่างก็จบสิ้น... ฮิเดโตะ ซูซูกิ มาเสียแฮนด์บอลในจังหวะที่บัง เจย์-เจย์ โอโคชา แล้วลื่นล้มก่อนจะเอามือรวบลูกบอลในกรอบเขตโทษ แน่นอนว่าโอโคชาดาวเตะหมายเลข 10 สังหารเข้าไปไม่เหลือ โดยในเกมนั้นนากาตะไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้เลย…

แม้จะชนะฮังการี 3-2 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แม้ว่าจะมี 6 แต้มเท่ากับบราซิลและไนจีเรีย แต่ด้วยประตูได้เสียที่เป็นรองทั้งสองชาติ ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างเจ็บช้ำ… ทว่าความผิดหวังที่สหรัฐกลับไม่ทำให้เขาตกต่ำลง และได้ประเดิมสนามให้กับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมกระชับมิตรกับเกาหลีใต้เดือนพฤษภาคม 1997

นากาตะกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เขาทำไป 5 ประตูจาก 11 นัด อีกทั้งยังเป็นคนปั้นให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูทั้ง 3 ลูกในเกมเพลย์ออฟกับอิหร่านที่มาเลเซีย ช่วยให้ขุนพล “ซามูไรบลูส์” ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

จากที่เคยเกิดขึ้นในการ์ตูน ฮิเดะสามารถทำให้เป็นจริงด้วยวัยเพียง 20 ปี… พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งทวีปเอเชียไปครองอย่างยิ่งใหญ่…

อย่างไรก็ตาม หลายคนรู้ดีว่า… นั่นเป็นแค่ปฐมบทแรกของตำนานเท่านั้น...

Pages