Siam Classic Shooters : รวม 25 ดาวยิงศึกดาร์บี้ “สยามคลาสสิค"

หลังจากที่เจอกันถึง 3 ครั้ง ในฤดูกาลที่ผ่านมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ล้างแค้นกลับมาเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ และศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างพวกเขากำลังจะเปิดฉากขึ้นอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้

และวันนี้ก่อนที่ศึกดาร์บี้แมตช์ “สยามคลาสสิค” จะเปิดฉากขึ้น FFT TH จะพาผู้อ่านทุกท่านไปดูกันว่าในการพบกันของทั้งสองทีม มีแข้งคนไหนบ้างที่เคยทำประตูได้ ใครคือผู้ที่ซัลโวได้บ่อยที่สุด และประตูที่พวกเขายิงนั้นมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ...ติดตามได้ที่นี่!

ดักลาส การ์โดโซ / 22 ส.ค.53 / ไทยลีก

ในการพบกันครั้งที่สองของทั้งคู่ (ครั้งแรกขบลงด้วยผลเสมอ 0-0) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ท่ามกลางแฟนบอล 23,070 คน เป็นสถิติผู้เข้าชมสูงสุดที่ของซีซั่น และในเกมนั้น ดักลาส การ์โดโซ กองหน้าเลือดแซมบ้าที่ล่าสุดค้าแข้งอยู่กับ พีทีที ระยอง สวมบทฮีโร่กดประตูโทนช่วยให้ “ปราสาทสายฟ้า” เก็บชัยชนะนัดแรกของดาร์บี้ “สยามคลาสสิค” ไปครอง พร้อมกับยัดเยียดความปราชัยนัดที่ 3 ของฤดูกาลให้กับคู่แข่งแต่สุดท้ายในปีนั้น “กิเลนผยอง” ก็ยังทำผลงานโดยรวมได้ดีกว่าและเป็นฝ่ายคว้าแชมป์ลีกในท้ายที่สุด

(วินาทีที่ 52)

บูบ้า อับโบ้ / 31 ธ.ค.54 / ไทยลีก

กองหน้าชาวแคเมอรูนกลายเป็นนักเตะคนที่สองที่ทำประตูได้ในเกมดาร์บี้ระหว่าง “กิเลนผยอง” และ “ปราสาทสายฟ้า” โดยเกมดังกล่าวเกิดขึ้นในวันส่งท้ายปีของพ.ศ.2554 (2011) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดรังเหย้าต้อนรับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเป็น บูบ้า อับโบ้ ผู้โขกประตูชัยให้ทัพเซาะกราวเก็บชัยชนะนัดสุดท้ายในบ้านประจำฤดูกาล 2011 เหนือ เมืองทองฯ ไปได้ 1-0 พร้อมกับฉลองแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกกันแบบชื่นมื่นในวันสิ้นปี...

แฟรงค์ อาเซียมปง

  • 11 ม.ค.55 / เอฟเอ คัพ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่การันตีเก็บถ้วยแชมป์ไทยลีกหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร (หากไม่นับรวมกับที่สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเคยทำได้) ไปเรียบร้อยแล้ว ลงเล่นในนัดชิง เอฟเอ คัพ พบกับคู่ปรับอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่เจอกันในลีกมาแล้ว 4 ครั้ง โดย “กิเลนผยอง” ไม่เคยเป็นฝ่ายเอาชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว ขณะที่ “ปราสาทสายฟ้า” เก็บชัยไปแล้ว 2 ครั้งด้วยกัน

...แต่แมตช์ชิงดำหนนี้สำคัญกว่าการเจอกันครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะมันคือเดิมพันแชมป์ เอฟเอ คัพ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเวลา 90 นาทีไม่พอตัดสินผู้ชนะ เกมต้องลากยาวไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษก่อนที่จะเป็น แฟรงค์ อาเชียมปง กองหน้าชาวกานาที่หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษบอลพุ่งแสกหน้า กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ชนคานเข้าประตูไปแบบสุดสวย ส่งให้ทัพเซาะกราวคว้าถ้วย เอฟเอ คัพ สมัยแรกไปครองได้สำเร็จ…

นาทีที่ 1:56

  • 18 ส.ค.55 / ไทยลีก

แฟรงค์ อาเชียมปง ยังคงเป็นตัวแสบที่ “กิเลนผยอง” ต้องขยาดไม่เปลี่ยน เมื่อเป็นแข้งคนแรกที่พังประตูใส่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ถึง เอสซีจี สเตเดี้ยม ด้วยการวิ่งสอดเข้ามาโหม่งจากลูกฟรีคิกกลางสนาม บอลพุ่งโค้งข้ามหัวนายด่านคู่แข่งไปแบบสุดสวย อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งหลัง เมืองทองฯ มาได้ปประตูตีเสมอจากจังหวะผิดพลาดของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และเป็น มาริโอ ยูรอฟสกี้ สังหารจุดโทษเข้าไปไม่เหลือ

วินาทีที่ 47

มาริโอ ยูรอฟสกี้

  • 18 ส.ค.55 / ไทยลีก

จอมทัพชาวมาซิโดเนียถือเป็นแข้งที่พังประตูในศึกดาร์บี้ “สยามคลาสสิค” ได้มากที่สุดด้วยจำนวน 4 ประตู​ โดยประตูแรกที่เขาพังใส่ “ปราสาทสายฟ้า” เกิดขึ้นจากลูกจุดโทษที่ช่วยให้ “กิเลนผยอง” เปิดบ้านเจ๊าไป 1-1 และรักษาสถิติไร้พ่ายได้ 23 เกมติดต่อกันในฤดูกาล 2012 ก่อนที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด จะจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์แบบไม่แพ้ใคร ส่วน มาริโอ ยูรอฟสกี้ พังไปทั้งหมด 14 ประตู เป็นรองดาวซัลโวของทีมหลังจาก ธีรศิลป์ แดงดา (24 ประตู)

นาทีที่ 1:22

  • 11 ส.ค.56 / ไทยลีก

ประตูที่สองที่ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ทำใส่ “ปราสาทสายฟ้า” ได้เกิดขึ้นในเกมลีกที่ “กิเลนผยอง” บุกไปเยือนถิ่น ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ในการพบกันครั้งที่สองของฤดูกาล 2013 โดยเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากการสังหารลูกจุดโทษของ ออสมาร์ อิบันเญซ แต่สุดท้าย เมืองทองฯ ยังได้จอมทัพมาซิโดเนียที่ไม่พลาดโทษเช่นกันช่วยซัดให้ทีมไล่ตีเสมอได้ 1-1

นาทีที่ 2:50

  • 21 ก.พ.58 / ไทยลีก

ในฤดูกาล 2015 ที่เพิ่งผ่านพ้นมา ศึกดาร์บี้แมตช์ “สยามคลาสสิค” เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงแค่ในนัดที่สองของซีซั่น และเป็น “กิเลนผยอง” ที่เปิดรังเหย้ารับมือก่อน โดยได้ประตูขึ้นนำจุดลูกโทษของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เพียงแค่ 3 นาทีหลังนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น แต่สุดท้าย “ปราสาทสายฟ้า” ยังรอดตัวไปได้เมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต สวมบทฮีโร่โขกประตูตีเสมอ 1-1 ให้ต่างฝ่ายต่างแบ่งกันไปทีมละแต้ม…

วินาทีที่ 0:11

  • 1 ส.ค.58 / ไทยลีก

จากนั้นทั้งสองทีมกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม โดยคราวนี้เป็นฝ่าย “ปราสาทสายฟ้า” ที่ได้เล่นในรังเหย้าบ้าง และพวกเขาก็ต้องตกเป็นฝั่งที่เสียเปรียบก่อนเมื่อ มาริโอ ยูรอฟสกี้ พุ่งเข้ามาโขกให้ “กิเลนผยอง” บุกมาขึ้นนำ 0-1 ทว่าในช่วงครึ่งหลังเกมพลิกเป็นอีกหน้าเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และลูกเข้าฮอร์สของ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต แต่สุดท้ายก็ต้องจบด้วยผลเสมอเมื่อ เคลตัน ซิลวา ซัดตีเสมอแบบสุดดราม่าในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

  • 26 ธ.ค.58 / เอฟเอ คัพ

ผ่านไปได้สี่เดือนกว่าๆ พวกเขาก็โคจรมาพบกันอีกหนในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ที่สนามศุภชลาศัย เกมนี้เรียกได้ว่าตกเป็นของทีม "ปราสาทสายฟ้า" โดยสิ้นเชิง เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายกระหน่ำยิงได้ถึง 3-0 ต้องรอจนถึงนาทีที่ 81 กว่ามาริโอจะทวงประตูตีไข่แตกให้ทีมได้ ทว่านั่นยังไม่ดีพอจะเรียกแรงฮึดจาก "กิเลนผยอง" ที่จบเกมพ่ายไป 3-1 ชวดแชมป์เอฟเอ คัพแบบแทบจะหมดทางสู้เลยทีเดียว

นาทีที่ 13.46

Pages