สิ่งที่มองข้ามไป: 2 เกมไม่สำคัญที่ทำให้เลสเตอร์คว้าแชมป์ลีกในบั้นปลาย

คริส ฟลานาแกน คอลัมนิสต์โฟร์โฟร์ทูได้อยู่ในเกมที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เพื่อชมเกมที่สเปอร์สสะดุดต่อเวสต์บรอม ซึ่งจริงๆแล้วมี 2 เกมที่ส่งผลกระทบมากกว่าเกมนี้...

We are part of The Trust Project What is it?

ถ้าสเปอร์สไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ เมื่อตอนนี้โอกาสของพวกเขาริบหรี่เต็มทน บางทีอาจไม่ใช่เพราะที่ทำแต้มหล่น 2 แต้มในการเจอกับเวสต์บรอม แต่เป็นเพราะ 2 เกมที่ถูกมองข้ามไปในตอนนั้น

แน่นอนว่าเลสเตอร์เองก็ไม่สามารถเอาชนะ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ในบ้านตัวเองด้วยเช่นกัน เมื่อเสมอ 2-2 ในคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ช่วงต้นเดือนมีนาคม จึงไม่ถือว่าเป็นการเสียหายสำหรับ "ไก่เดือยทอง" แต่ที่สำคัญกว่าก็คือแมตช์วันที่ 22 สิงหาคมกับ 13 มกราคมต่างหากที่พวกเขาไม่ใส่ใจในตอนนั้น โดยวันที่ 22 สิงหาคม ไฮไลท์สำคัญก็คือการที่บอร์นมัธบุกไปเอาชนะเวสต์แฮม 4-3 ส่วนวันที่ 13 มกราคมก็มีนัดที่ลิเวอร์พูลเสมอกับอาร์เซนอล 3-3 เข้ามากลบ ซึ่งบางทีแชมป์ลีกอาจถูกตัดสิน ณ วันนั้นไปแล้วแบบไม่ทันรู้ตัว

ประเมินค่าต่ำไป

ในวันที่ 22 สิงหาคม สเปอร์สที่อยู่อันดับ 13 ของตารางพรีเมียร์ลีกตอนนั้นไปเยือนเลสเตอร์ที่ชนะใน 2 นัดแรกและไม่มีใครคาดคิดว่าจะอยู่หัวตารางได้ตลอดรอดฝั่ง แถม เดเล่ อัลลี่ ก็ยังไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกสักนัด แต่เจ้าตัวก็ลุกจากม้านั่งสำรองทำประตูแรกของเขากับสเปอร์สในเกมนั้น

โดยลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยิงตรงกรอบ 3 ครั้งเท่ากับเลสเตอร์และครองบอล 66% แต่พวกเขาก็ทำได้แค่ออกนำเพียง 90 วินาที ก่อนที่ ริยาด มาห์เรซ จะตีเสมอได้ทำให้สกอร์เป็น 1-1 

ริยาด มาห์เรซ ยิงตีเสมอในเกมกับสเปอร์สเมื่อเดือนสิงหาคม

ข้ามไปอย่างรวดเร็วเป็นวันที่ 13 มกราคมซึ่งเป็นการเจอกันที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เลสเตอร์ยังรั้งอันดับ 2 แต่ตอนนี้สเปอร์สขึ้นมาที่ 4 แล้ว อย่างไรก็ตามการลุ้นแชมป์ยังคาดกันว่าจะเป็นการช่วงชิงกันระหว่างจ่าฝูงอาร์เซนอลกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยพลพรรค "ไก่เดือยทอง" มีแต้มตามหลังอันดับ 3 อยู่ 3 คะแนนด้วยกัน

โดยค่ำคืนดังกล่าวที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เกิดขึ้นหลังจากที่เลสเตอร์เสมอ 2-2 ในสนามเดียวกันนี้เองตอนรอบ 3 ของศึกเอฟเอ คัพ ซึ่งสเปอร์สมีโอกาสยิงถึง 21 ครั้ง ส่วนผู้มาเยือนได้ส่อง 10 หน แต่น่าเหลือเชื่อที่เลสเตอร์บล็อคได้ถึง 11 ครั้งและชนะ 1-0 จากการโหม่งลูกเตะมุมของ โรเบิร์ต ฮูธ

ถ้าสเปอร์สชนะเลสเตอร์ในบ้านตัวเองเหมือนอย่างที่พวกเขาคาดไว้ และไม่สะดุดที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ก็น่าจะทำให้พวกเขาห่างจากจ่าฝูงของลีกแค่ 2 แต้มในตอนนี้ แทนที่จะห่าง 7 แต้มเมื่อมีเกมเหลืออยู่แค่ 3 นัดจนยากที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นแชมป์

เลสเตอร์รับความกดดันได้ดีกว่า

โปเช็ตติโน่พูดถูกในการแถลงข่าวหลังเกมกับเวสต์บรอมว่าจะต้องไม่เลิกล้มความตั้งใจในการลุ้นแชมป์ลีก แม้ว่าในทางปฏิบัติแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วก็ตาม โดยเจ้าตัวได้มองในแง่ดีว่าแค่อันดับ 2 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้วสำหรับขุนพลไก่กระทงของเขา

"เรายังหนุ่มเอามากๆ และเราจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์นี้ไว้ต่อยอดในอีก 2-3 ฤดูกาลถัดไป" เขากล่าว "คุณต้องปิดเกมให้ได้ถ้าคุณอยากเป็นแชมป์ แต่มันก็ไม่มีอะไรให้โอดครวญ เรารู้สึกภาคภูมิใจกับฤดูกาลนี้มากๆด้วยซ้ำ"

มันเป็นการพูดให้เห็นถึงแง่งามแทนที่จะใช้วาจาทิ่มแทงเหมือนผู้จัดการทีมคนอื่นๆ เพราะอย่างน้อยๆ พวกเขาก็บรรลุเป้าหมายจริงๆที่วางเอาไว้แล้วนั่นก็คือแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนแชมป์ลีกนั้นถือเป็นโบนัส

โดยเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เคลาดิโอ รานิเอรี่ บอสเลสเตอร์ได้ป่าวประกาศให้โลกรู้ว่า "ถึงทีมอื่นๆจะสามารถชนะได้ 4-0 แต่เราจะขอสู้แค่ชนะ 1-0 เป็นพอ" ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงเพราะหลังจากนั้นสเปอร์สก็จัดการถล่มสโต๊ค 4-0 พร้อมกับทำแต้มไล่บี้กดดัน "จิ้งจอกสยาม"

แต่สัปดาห์นี้กลายเป็นว่าเลสเตอร์อัดสวอนซี 4-0 ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งมโหฬารที่สุดของพวกเขาในซีซั่นนี้ ขณะที่สเปอร์สกลับทิ้งโอกาสที่จะทำแต้มไล่ตามหลังจากที่เป็นฝ่ายนำ 1-0 ทั้งที่มีโอกาสส่องเวสต์บรอมถึง 19 ครั้งแต่กลับยิงตรงกรอบเพียง 2 หน อีกทั้งยังยิงไปชนเสาคานอีก 3 ครั้ง ซึ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ เอริค ลาเมล่า ในช่วงต้นครึ่งหลัง

ชนะลูกเดียว

สเปอร์สชนะคู่ต่อสู้แบบเฉือนๆเพียงลูกเดียวได้ 6 ครั้งในซีซั่นนี้ ส่วนเลสเตอร์ทำได้ 14 หน และโปเช็ตติโน่ก็ถูกซักถามหลังเกมว่าความแตกต่างดังกล่าวคือเหตุผลที่ทำให้ขุนพล "จิ้งจอกสยาม" จ่อจะเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้หรือไม่

"เรามีสไตล์การเล่นที่ต่างกัน" เขากล่าว "ถ้าคุณอยากจะเทียบเรากับเลสเตอร์ พวกเขาดูจะมีความสุขกับการเล่นโต้กลับ ส่วนเราเน้นการครองบอลในแดนฝั่งตรงข้าม เลสเตอร์สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะอยู่ในจุดที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบทั้ง 2 ทีม"

ความจริงแล้ว 4 ประตูที่เลสเตอร์ทำได้นั้นมาจากการผ่านบอลสำเร็จเพียงแค่ 289 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนแค่เกือบครึ่งหนึ่งของที่สเปอร์สทำได้ในเกมกับเวสต์บรอมที่ทำได้ทั้งหมด 458 ครั้งตลอดทั้งเกม แต่กลายเป็นว่าขุนพล "ไก่เดือยทอง" ไม่อาจคว้าชัยไว้ได้

รานิเอรี่และโปเช็ตติโน่สวมกอดกันในเกมที่ไวท์ ฮาร์ท เลน

โดยเวสต์บรอมเป็นฝ่ายที่รู้สึกปั่นป่วนในช่วงครึ่งเวลาแรก ถึงแม้จะไม่รู้ว่า เคร็ก การ์ดเนอร์ บ่นว่าอะไร แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเป็นเรื่องการตัดสินของกรรมการแน่นอน ซึ่งมันได้ลากยากไปถึงอุโมงค์นักเตะในช่วงพักครึ่งเลยทีเดียว

แต่กลายเป็นว่าตอนจบเกม เฆซุส เปเรซ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมสเปอร์สกลับเป็นฝ่ายน็อตหลุดเสียเอง ทั้งที่ โรเจอร์ อีสต์ ผู้ตัดสินที่ 4 บอกให้เขาสงบจิตสงบใจลงแล้วก็ตาม "ไม่ ผมไม่นิ่ง มันเหลือเวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้น!" เปเรซตอบกลับ เห็นได้ชัดว่านำ้เสียงของเขาฉุนเฉียวมาก เพราะเขารู้ว่าความหวังในการลุ้นแชมป์ของสเปอร์สกำลังจะหมดลงในอีก 120 วินาที

หรือเกมยุโรปจะบั่นทอนสเปอร์ส?

โทนี่ พูลิส บิ๊กบอสเวสต์บรอมได้เผยถึงอีกทฤษฎีท่ทำให้สเปอร์สไม่สามารถไล่ตามเลสเตอร์ได้ นั่นก็คือยูโรป้า ลีก

สเปอร์สลงเล่นในเกมวันพฤหัสเยอะมาก และผมก็เคยมีประสบการณ์มาแล้ว” พูลิสที่เคยพาสโต๊คไปยูโรป้า ลีก เมื่อ 4 ฤดูกาลที่แล้วกล่าว "การลงเตะวันพฤหัสแล้วก็วันอาทิตย์มันเป็นเรื่องยากมาก"

ถึงสถิติของ "ไก่เดือยทอง" ในการลงเตะพรีเมียร์ลีกหลังจากผ่านเกมยูโรป้า ลีก จะไม่เลวร้ายมากนัก โดยชนะ 5 เสมอ 3 และแพ้ 1 แต่ความปราชัยครั้งเดียวนั้นเกิดขึ้นในบ้านต่อนิวคาสเซิล ซึ่งจริงๆน่าจะถึงชนะเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นตัวชี้วัดได้ดีว่าเกมที่เพิ่มขึ้นมาย่อมส่งผลต่อเรี่ยวแรง ขณะที่เลสเตอร์ไม่มีโปรแกรมกลางสัปดาห์มาให้ไขว้เขว

อีกทั้งเกมดาร์บี้แมตช์ลอนดอนเหนือก็ทำให้สาวก "ยิด อาร์มี่" มีอันต้องเสียใจในบั้นปลาย เมื่อทั้ง 2 เกมจบลงด้วยผลเสมอ ทั้งที่สเปอร์สเล่นดีกว่าทั้ง 2 นัด แม้พวกเขาใกล้จะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่เหนือกว่าอาร์เซนอลเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปีก็ตาม

แต่สุดท้ายแล้วก็ดูเหมือนว่าเป็นเพราะ 2 เกมกับเลสเตอร์ที่คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจในตอนนั้นนั่นเอง ที่ทำให้ "เดอะ ฟ็อกซ์" จ่อคว้าแชมป์ในบั้นปลาย

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android