สิโรจน์ ฉัตรทอง : เบสิคไม่ดี / กำเงิน 2,000 เข้ากรุง / ถูกแท็กซี่โกง และ โด่งดังชั่วข้ามคืน

กองหน้าร่างยักษ์ของอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด วัย 23 ปี ปั่นป่วนแนวรับของ “กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้าลีก คัพ รอบที่ผ่านมา จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกโซเชี่ยล…

แต่ชีวิตของดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 185 เซนติเมตรกว่าจะก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ ไม่ง่ายเลย...

“โป้” หรือ สิโรจน์ ฉัตรทอง เกิดและเติบโตที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นลูกคนสุดท้องของบรรดาพี่-น้อง 5 คน สูญเสียคุณพ่อไปตั้งแต่เด็ก แม้จะชื่นชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เล็กๆ แต่ชีวิตของเขาไม่เคยประสบความสำเร็จ ติดทีมโรงเรียนแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต

“ผมอยู่ที่บ้าน (สุรินทร์) ไปคัดทีมโรงเรียน ก็ไม่เคยติด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เพราะอะไร อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยมีใครสนับสนุนช่วยสอนอะไรมากนัก เบสิคก็ไม่ดี เราก็คิดแบบนั้น แต่ผมก็ไม่ท้อ ผมสู้ ผมคิดว่าผมก็อยากจะเป็นนักฟุตบอลกินเงินเดือนให้ได้สักวันหนึ่ง”

“ทุกๆวันตั้งแต่อายุ 16 ปี ผมมักจะตื่นมาวิ่งคนเดียวตอนตี 5 พยายามคิดว่า หากมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ก็น่าจะพอทดแทนเบสิคที่ (เราคิด) ว่าไม่ดีนัก ไปพอสู้กับคนอื่นเขาได้”

สิโรจน์ อาศัยความทุ่มเทแบบฉบับเด็กบ้านนอก จนกระทั่งไปขอทดสอบฝีเท้ากับสุรินทร์ เอฟซี ในวัย 17 ปี แม้จะยังไม่ได้สัญญาอาชีพ แต่นั่นเป็นก้าวแรกที่ทำให้เขาได้เจอคนในวงการฟุตบอลจริงๆจังๆ และความบ้าบิ่นของเขาก็ไปเข้าตา โกสินทร์ ดีมาก กุนซือของสุรินทร์ในสมัยนั้น ก่อนถูกชักชวนให้ย้ายมาคัดตัวกับทีมนนทบุรี… นั่น คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องเข้าเมืองกรุง

ครอบครัวของเขาไม่ได้มีเงินทองมากนัก... แต่ความฝันของเขา คือ การเป็นนักฟุตบอลอาชีพกินเงินเดือน...สิโรจน์ ฉัตรทอง ตัดสินใจขอเงินคุณแม่ 1 ก้อน...ด้วย จำนวนน้อยนิดเพียง 2,000 บาท เพื่อมากำหนดชะตาชีวิตของตัวเองกับเกมลูกหนังในเมืองหลวง

“โป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง เด็กหนุ่มวัยห้าวหาญที่ลิขิตชะตาชีวิตของตัวเอง ด้วยการเข้าเมืองกรุงเพียงลำพัง พร้อมกับเงิน 2,000 บาท ที่ขอคุณแม่มาเป็นทุนเดิมพัน เขาเข้ามาคัดตัวกับ นนทบุรี ที่ขณะนั้นมี โกสินทร์ ดีมาก โค้ชที่เคยรู้จักกันสมัยอยู่ สุรินทร์ ทำงานเป็นเทรนเนอร์  

“ผมกำเงิน 2,000 บาท ไว้กับตัว อารมณ์เหมือนกับไปตายเอาดาบหน้า ไม่รู้ว่าที่กรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร…” สิโรจน์ เริ่มเล่าถึงชีวิตตอนเข้าเมืองหลวงครั้งแรก

“ผมเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว จากทั้งหมด 5 คน และครั้งนั้นมันเหมือน การได้ผจญภัยอย่างโดดเดี่ยวครั้งแรกของผม จำได้ว่าแค่ค่ารถมากรุงเทพฯ ก็ 400 บาท เข้าไป แล้ว ผมออกเดินทางตั้งแต่หัวค่ำ มาถึงดึกๆ ด้วยความที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ผมยังถูกแท๊กซี่โกง ให้เหมารถไปแถว แจ้งวัฒนะ สรุปภายในคืนเดียวก่อนเข้าที่พัก ผมเหลือเงินเพียง 600 บาท”  

แต่ทันทีที่ได้เข้าร่วมทีม นนทบุรี ชีวิตของ สิโรจน์ เริ่มเปลี่ยนไป เขาได้รับการจับตามองมากขึ้น และ บีอีซี เทโรศาสน ได้เซ็นเข้าร่วมทีม ก่อนจับไปเล่นทีม อาร์แบค (บีซีซี เอฟซี ในเวลาต่อมา)... เขาพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

“ตอนได้อยู่กับ บีซีซี ปีแรก ผมดีใจมาก เพราะเริ่มได้เงินเป็นรายเดือน... คุณพ่อผมเสียตั้งแต่ผมยังเด็ก เหลือแต่คุณแม่ ผมมีชีวิตที่ต้องต่อสู้เพื่อก้าวไปให้ถึงความฝันของตัวเอง และก็หวังว่าฟุตบอลอาชีพจะช่วยเลี้ยงดูครอบครัวได้จริงๆ”

หลังจากทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับดิวิชั่น 2 กับ “ชงโคม่วงทอง” ชีพจรก็ต้องลงเท้าอีกครั้ง เมื่อ “โป้” ได้เซ็นสัญญาร่วมทัพ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเขาไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ต้องผิดหวัง เมื่อมีส่วนพา “เทพอินทรี” ออกสตาร์ทในศึกดิวิชั่น 1 ได้อย่างเหนือความคาดหมาย รั้งอันดับจ่าฝูงของตาราง ด้วยผลงาน ชนะ 11 เสมอ 4 แพ้ 3 คะแนนนำอันดับสองอยู่ 5 แต้ม

ล่าสุดก็มีข่าวที่เจ้าตัวไม่เคยได้คาดคิดมาก่อน เมื่อ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย กำลังจะเรียกตัวเขาติดทัพ "ช้างศึก" เป็นครั้งแรกในชีวิต

"เห้ยพี่! อำผมหรือเปล่าครับ(หัวเราะ)" สิโรจน์ตอบแบบอึ้งปนดีใจ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ "ความรู้สึกตอนนี้ผมอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้เลย รู้สึกช็อค เพราะที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยติดทีมชาติชุดไหน เป็นเหมือนเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ชอบเล่นฟุตบอล ผมพูดไม่ออกเลย รู้สึกตื้นตัน และตื่นเต้นมากๆครับ"

"ถ้าได้โอกาสจริงๆผมก็จะพยายามทำเต็มที่ครับ ยังไม่อยากตั้งเป้าหมายหรือคาดหวังอะไร ก็หวังว่าผมจะได้โอกาสจริงๆนะครับ" ดาวเตะชาวสุรินทร์ปิดท้ายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

จากเด็กบ้านนอกที่ตัดสินใจเข้ามาวิ่งไล่ตามความฝันในเมืองกรุง จนถึงวันนี้ต้องบอกว่าเขามาไกลเหลือเกิน และอีกไม่นานนักก็จะได้รู้พร้อมๆกันว่า เจ้าของฉายา “บัวขาว” จะสามารถพา อุบล ยูเอ็มที ทะลุขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้ตามเป้าหมายชีวิตของเขาหรือไม่

Topics