ศิษย์พี่วาร์ดี้ : 12 ดาวยิงหฤโหดสุดร้อนแรง

นี่ คือ ดาวยิงสุดร้อนแรง ที่เคยจารึกสถิติหฤโหดมาก่อน เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าอังกฤษ ของเลสเตอร์ ที่เพิ่งยิงได้ 11 นัดติดต่อกัน

1.ดิ๊กซี่ ดีน 1927/28 ( 17 ประตูจาก 9 เกม)

ย้อนไปในฤดูกาล 1927/28 ของฟุตบอลลีกอังกฤษ ดิ๊กซี่ ดีน ยอดดาวยิงของเอฟเวอร์ตัน ยิงไป 60 ประตูจาก 39 เกมในลีกให้ทอฟฟี่สีน้ำเงิน โดยเฉพาะช่วงต้นซีซั่นซึ่งเขาเจาะตาข่ายคู่แข่ง 17 ประตูจาก 9 เกมแรก ซึ่งยอดรวมหลังจบฤดูกาล จำนวนประตู 60 ลูกของเขา คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์ของประตูทั้งหมดที่ทีมทำได้ เอฟเวอร์ตัน จบฤดูกาลในฐานะทีมแชมป์ลีกสูงสุด จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 90 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำลายหรือใกล้เคียงสถิติ 60 ประตูต่อซีซั่นของ ดิ๊กซี ดีน ได้เลย

Dixie Dean, Everton

Dean, pictured in 1931, is surely not to be mastered

2.รุด ฟาน นิสเตอรอย 2002/03 และ 2003/2004 (ทำประตู 12 เกมติด)

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตบรมกุนซือของแมนฯยู เปิดเผยในหนังสืออัตชีวประวัติว่าสมัยคุมทัพปีศาจแดง มีนักเตะระดับเวิลด์คลาสเพียงแค่ 4 คนที่เขาเคยร่วมงาน คือ เอริค คันโตนา,ไรอั้น กิกส์,พอล สโคลส์ และคริสเตียโน โรนัลโด้ แต่ก็มีอีกหลายคนที่เฟอร์กี้มองข้าม หนึ่งในนั้นคือ รุด ฟาน นิสเตอรอย ซึ่งฝากผลงานสุดยอดสมัยล่าตาข่ายในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด
 
ศูนย์หน้าชาวดัตช์  ทำได้ 150 ประตูจาก 219 เกมที่ลงเล่นให้แมนฯยู ในทุกรายการ โดยในเฉพาะในปี 2002/03 และ 2003/2004 มีช่วงเวลาที่เขาทำประตูได้ 12 เกมติดต่อกันถึง 2 ซีซั่น ซึ่งหลายๆประตูเกิดจากการสัมผันบอลแรกที่ยอดเยี่ยม และการจบสกอร์เฉียบคมในกรอบ 18 หลา

Who says he only ever scored tap-ins? This, as part of a hat-trick vs Fulham

3.หลุยส์ ซัวเรซ 2013/14 (16 ประตูจาก 9 เกม )

จากเหตุการณ์กระฉ่อนวงการลูกหนังเมื่อ ดาวยิงอุรุกวัย ไปกัดแขน บรานิสสลาฟ อิวาโนวิช ของเชลซี ช่วงปลายฤดูกาลก่อน  เป็นเหตุให้ ซัวเรซ เจอโทษแบนยาว หมดสิทธิ์ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล ช่วงต้นซีซั่น 2013/14
 
เมื่อพ้นโทษแบน ซัวเรซ กลับมาช่วยต้นสังกัด เปิดตัวด้วยการเหมา 2 ประตูในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ ช่วงปลายเดือนกันยายน แม้ฟอร์มจะฝืดในเกมต่อมา แต่หลังจากนั้น ซัวเรซ ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริคในเกมพบ เวสต์บรอมวิช ต่อด้วย 2 ประตูกับฟูแลม ยิง 1 ประตูกับเอฟเวอร์ตัน,กระทุ้ง 4 ประตูในเกมถล่ม นอริช ,2 ประตูกับเวสต์แฮม,2 ประตูกับสเปอร์ส และอีก 2 ประตูกับ คาร์ดิฟฟ์ เบ็ดเสร็จ 16 ประตูจากการลงเล่น  9 เกม

4.คริสเตียโน โรนัลโด 2013/14 (15 ประตูจาก 8 เกม)

กัปตันทีมชาติโปรตุเกสยังยิงประตูต่อเนื่องกับ เรอัล มาดริด และเพิ่งก้าวขึ้นครองสถิติร่วม ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของราชันชุดขาว ซึ่งช่วงเวลาหนึ่งในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาบิว  โรนัลโด เคยโชว์ผลงานด้วยการยิงไป 15 ประตูจาก 8 เกมในฤดูกาล  2013/14
 
จุดเริ่มฟอร์มมหากาฬของ CR7 เริ่มจากการทำแฮตทริคเกมพบ เซบีญา ช่วงเดือนตุลาคม ก่อนทำประตูได้ในเกมพบ ราโย บาเยกาโน,  1 ประตูเกมกับ ยูเวนตุส,ต่อด้วยการทำแฮตทริคอีกครั้งในนัดถล่ม เรอัล โซเซียดาด 5-1 
 
หลังจากนั้น ลา ลีก้า พักโปรแกรมเพื่อหลีกทางให้เกมทีมชาติ แต่กัปตันทีมฝอยทอง ยังกระหน่ำประตูต่อเนื่องในนามทีมชาติ ด้วยการยิง 4 ประตูจาก 2 เกมเหย้า-เยือนที่พบ สวีเดน ในรอบเพลย์ออฟ พาทีมคว้าตั๋วไปเล่นเวิลด์คัพ 2014 รอบสุดท้าย หลังจากนั้นกลับมาเล่นให้ต้นสังกัด ยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกมชให้ เรอัล มาดริด เฉือนชนะ อัลเมเรีย ดูเหมือนว่าการยิงประตูเป็นเรื่องธรรมดาของนักเตะที่ชื่อ โรนัลโด้ ไปแล้ว

5.มาริโอ ยาร์เดล 1999/00 (18 ประตูจาก 9 เกม)

อาชีพการค้าแข้งของ ยาร์เดล ฟอร์มอาจถดถอยลงไปในช่วงที่ย้ายมาอยู่กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อปี 2003 ในวัย 30 ปี แต่ก่อนหน้านี้ดาวยิงจากแดนกาแฟ เคยฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีช ด้วยการยิงไป 166 ประตูจาก 169 เกม กับ ปอร์โต้ , 34 ประตูจาก 43 เกมกับ กาลาตาซาราย และ 67 ประตูจาก 62 เกมกับสปอร์ติง ลิสบอน 
 
ช่วงพีคสุดของ ยาร์เดล กับ เอฟซี ปอร์โต้ คือฤดูกาล 1999/00 เมื่อ ดาวยิงบราซิเลียน ซัดไป 18 ประตูจาก 9 เกม น่าเสียดายสำหรับการมาอยู่กับโบลตัน เพราะเขาทำประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว ระหว่าง 6 เดือนที่อยู่กับทีมแห่งแคว้นแลงคาเชียร์

6. แกร์ด มุลเลอร์ 1969/70 (ทำประตู 16 เกมติด)

แฟนบอลรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของ มุลเลอร์ กับทีมชาติเยอรมันตะวันตกเป็นอย่างดี ด้วยสถิติสุดยอด 68 ประตูจาก 62 เกม  ขณะที่การเล่นให้เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 1969/70 “แดร์ บอมเบอร์” ทำได้ประตูติดต่อกันถึง 16 เกมระหว่างเดือนกันยายน ถึง มีนาคม ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการยิง แวร์เดอร์ เบรเมน ได้ 4 ประตูในเกมเดียว
 
มุลเลอร์ คือจอมถล่มประตูของวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ในซีซั่นนั้น แต่น่าเสียดายที่ไม่อาจช่วยทีมเสือใต้ คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าในฤดูกาลนั้นได้ เนื่องจากมีคะแนนเป็นรอง โบรุสเซีย มึนเชน กลัดบัค 4 คะแนน

Gerd Muller, Bayern Munich

Der Bomber's goals were good enough in '69, but not a year later

7.ลิโอเนล เมสซี 2012/13 (ทำประตู 21 เกมติด)

กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา รักษาฟอร์มการเล่นและทำประตูได้แบบต่อเนื่อง โดยในฤดูกาล 2012/13 ลิโอเนล เมสซี่ พังประตูคู่แข่งได้ 21 เกมติด เริ่มต้นจากเกมที่ บาร์เซโลนา ต้นสังกัดชนะ มายอร์ก้า 4-2 ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้น เมสซี่ พังประตูคู่แข่งแบบนัน-สต็อป ก่อนที่สถิติจะมาหยุดในเกมเสมอ แอตเลติโก มาดริด นัดส่งท้ายฤดูกาลเดือนพฤษภาคม โดยฤดูกาลนั้น เมสซี่ ยิงได้ 46 ประตูในลา ลีก้า ซึ่ง 33 ประตูเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาแค่ 6 เดือนสุดท้าย ก่อนปิดซีซั่น

8.บาส ดอสท์ 2014/15  (12 ประตูจาก 7 เกม)

ฤดูกาลนี้ บาส ดอสท์ ทำได้ 5 ประตูจาก 8 เกมกับโวล์ฟบวร์ก ในศึกบุนเดสลีก้า ถือเป็นการออกสตาร์ทที่น่าพอใจ แต่หากย้อนไปดูฟอร์มเมื่อฤดูกาลก่อน ดาวยิงชาวดัตช์ เคยระเบิดฟอร์มทำ 12 ประตูจาก 7 เกมมาแล้ว
 
ดอสท์ ทำประตูให้หมาป่าเมืองเบียร์ในเกมนัดส่งท้าย ก่อนที่ลีกเยอรมันจะปิดเบรกหนีหนาว แต่ช่วงเวลา 5 สัปดาห์ กลับไม่ทำให้ฟอร์มการถล่มประตูของเขาตกลงไป  อดีตศูนย์หน้าฮีเรนวี ประเดิมด้วยการทำประตูเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค แม้นัดต่อมาจะยิง แฟรงเฟิร์ต ไม่ได้ แต่หลังจากนั้นมีส่วนสำคัญพาทีมเก็บแต้ม หลังจัดการซัด 1 ประตูในเกมพบ ฮอฟเฟนไฮม์, เหมา 4 ประตูในนัดถล่มไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ต่อด้วย 2 ประตูกับ แฮร์ธา เบอร์ลิน และแวร์เดอร์ เบรเมน

9. โอเวน คอยล์ 1990/91 (12 ประตูจาก 4 เกม)

นับเป็นเวลานานแล้วที่ โอเวน คอยล์ แขวนสตั๊ดและผันตัวเองมาเป็นกุนซือให้กับเบิร์นลีย์,โบลตัน รวมทั้ง วีแกน แอธเลติก แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าในสมัยเป็นนักเตะอาชีพ คอยล์ เคยถล่มประตู 1 โหลจากการลงเล่นแค่ 4 เกมมาแล้ว
 
ผู้จัดการทีมฮุสตัน ไดนาโม ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เคยยิง 12 ประตูจาก 4 เกมในสมัยเล่นให้ ไอร์เดรโอเนียน  ในลีกระดับ 2 ของสกอตแลนด์มาแล้ว ในนัดที่พบกับ ฟอร์ฟาร์,ลีฟวิงสตัน,อายร์ และไคลน์ ช่วงเดือนกันยายนปี 1990 ก่อนคว้าดาวซัลโวลีกเมื่อจบซีซั่น

Owen Coyle, Airdrie

Coyle's three-year first spell at the club produced 50 league goals

10.กาเบรียล บาติสตูต้า 1994/95 (ทำประตู 11 เกมติด) 

ดาวยิงเจ้าของฉายา “บาติโกล” ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดทีมชาติอาร์เจนตินา และฝากผลงานยอดเยี่ยมตลอด 9 ปีกับ ฟิออเรนตินาช่วงระหว่างปี 1991 ถึง 2000 จนก้าวเป็นตำนานของทีมวิโอลา 
 
จุดเริ่มโมเมนต์สำคัญของ บาติสตูตา คือการยิงประตู กายารี นาทีที่ 80 ในเกมเปิดฤดูกาล 1994/95 หลังจากนั้น บาติโกล ทำประตูติดต่อกัน 11 แมตช์ แต่การแบกภาระทีมไว้คนเดียวไม่สามารถช่วยให้ ฟิออเรนตินา ประสบความสำเร็จได้ เมื่อ ฟิออฯ จบฤดูกาลเพียงแค่อันดับ 10 ของตารางเท่านั้น

11. มาซาชิ นากายามะ 1997/98 (16 ประตูจาก 4 เกม)

นากายามะ อาจไม่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลมากนักเมื่อเทียบกับดาวยิงคนอื่นๆ แต่สำหรับกองเชียร์ซามูไร บลูส์ นี่คืออีก 1 ศูนย์หน้าที่คนญี่ปุ่นไม่เคยลืม
 
อดีตกองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น รับใช้ จูบิโล อิวาตะ ต้นสังกัด ในฤดูกาล 1998 เคยยิง 16 ประตูจาก 4 เกมมาแล้ว ซึ่งเมื่อนำมาคิดค่าเฉลี่ย สถิติของเขาดีกว่า 19 ประตูจาก 10 เกมของ เลวานดอฟสกี้ ด้วยซ้ำไป

12. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 2015/16 (14 ประตูใน 5 เกม)

ยอดกองหน้าชาวโปแลนด์ ออกสตาร์ทฤูดูกาลนี้ด้วยการยิง 3 ประตูจาก 3 เกมแรกในทุกรายการ หลังจากนั้นฟอร์มยิงประตูมาสะดุดในเกมกับ เลเวอร์คูเซ่น  แต่อดีตศูนย์หน้าดอร์ทมุนด์  ก็กลับมาคือฟอร์ม ยิงประตูต่อเนื่องทั้งทีมชาติที่พบกับ เยอรมัน 1 ประตู และ 2 ประตูในเกมพบ ยิบรอลตา  ต่อด้วยเกมกับสโมสรในศึกบุนเดสลีก้า ที่เอาชนะ เอาก์สบวร์ก 2-1   ก่อนที่ เลวานดอฟสกี้ จะระเบิดฟอร์มเหมาคนเดียว 5 ประตในนัดที่ถล่ม โวล์ฟบวร์ก 5-1 ทั้งที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง  นั่นเป็นจุดเริ่มของการเดินหน้าถล่มประตู เพราะหลังจากนั้นเขาทำได้  2 ประตูกับ ไมนซ์ 05, แฮตทริค  กับ ดินาโม ซาเกร็บ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก,2 ประตูกับ ดอร์ทมุนด์ และอีก 2 ประตูกับ สกอตแลนด์ ในเกมยูโร 2016 รอบคัดเลือก เบ็ดเสร็จ 5 นัด 14 ประตู