SIT AND SAY : ชีวิตในแดนล้านนาของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์

เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนเศษๆแล้ว ที่มิดฟิลด์เจ้าของค่าตัวสถิติไทยลีกอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ได้เดินทางมาใช้ชีวิตที่แดนล้านนา...เราได้มีโอกาสนั่งจับเข่าคุยกับเขาที่สนามสิงห์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เขาต้องปรับตัวมากน้อยแค่ไหนกับจังหวัดเชียงราย แตกต่างกับที่กรุงเทพหรือไม่ และมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ติดตามได้ที่นี่

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์ตัวรับที่มีฝีเท้าเก่งกาจระดับต้นๆของประเทศ จนได้รับฉายาว่า “บุสเกตส์เมืองไทย” อีกทั้งยังเป็นเจ้าของค่าตัวสถิติไทยลีก หลังย้ายร่วมทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" ด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านบาท นับว่าเป็นดีลที่ทำเอาสะเทือนไปทั้งวงการฟุตบอลไทย

นับตั้งแต่ปี 2010 ที่เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนให้ บางกอก เอฟซี ต่อเนื่องมาถึงช่วงก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ของ บีอีซี เทโรศาสน และที่เพิ่งคว้าดับเบิลแชมป์กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลก่อน "ตั้ม" ไม่เคยย้ายออกไปใช้ชีวิตนอกเขตเมืองหลวงเลยมาก่อน และการเข้ามาสัมผัสบรรยากาศลมหนาวในแดนล้านนา ถือเป็นการย้ายถิ่นฐานเป็นครั้งแรกของเขาและครอบครัว ซึ่งเจ้าตัวก็พอใจกับมันพอสมควร

"เป็นครั้งแรกเลยครับที่ได้มาใช้ชีวิตในต่างจังหวัด ซึ่งไกลมากด้วย เราเคยแต่ไปเที่ยวค้างคืนที่ต่างจังหวัดอะไรแบบนี้ แต่นี่มาอยู่ประจำก็รู้สึกแปลกดี" ธนบูรณ์ เริ่มบรรยายความรู้สึก

"แต่ผมคิดว่ามันโอเคนะ สิ่งแวดล้อมการเดินทาง การใช้ชีวิต มันไม่วุ่นวายเหมือนกรุงเทพ ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบกรุงเทพนะ เราชอบเพราะเราเคยอยู่มานาน รู้ว่าตรงไหนคืออะไร แต่พอมาอยู่ที่นี่เขาก็ต่างคนต่างอยู่กัน ไม่ได้วุ่นวายเหมือนกรุงเทพ"

การที่มีอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง สุริยา สิงห์มุ้ย รวมถึงรุ่นพี่ทีมชาติอย่าง ประทุม ชูทอง อยู่ด้วย ทำให้ "ตั้ม" ปรับตัวได้ง่ายพอสมควร และแม้จะมาในฐานะนักเตะชื่อดัง ที่เป็นตัวความหวังของทีม แต่เขาก็ไม่เคยวางตัวยิ่งใหญ่เหมือนชื่อเสียง พร้อมยืนยันว่าจะช่วยทีมไปสู่ความสำเร็จให้ได้

"ทุกคนให้การต้อนรับที่ดี ก็รู้สึกอบอุ่นครับ เราไม่ได้คิดว่าเราเป็นซูปอร์สตาร์ที่มาจากทีมใหญ่ แล้วมาจะเป็นแบบนั้นในทีมนี้ แต่คิดว่าเรามาเพื่อช่วยทีมหรือคนอื่นๆ มาช่วยให้เป้าหมายของสโมสรสำเร็จ"

"ก็ดีใจครับที่อย่างน้อยมีเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันมาก่อน เลยไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก แค่ปรับวิธีการเล่นให้เข้ากับแท็คติกของโค้ช แล้วก็เพื่อนร่วมทีมต่างชาติ และเราจะคุยกันมากขึ้นว่าจะเล่นยังไงให้ทรงบอลไม่เสีย เพื่อให้ทีมมันสมูธและสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์"

แม้จะเพิ่งย้ายมาจากทีมยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งคว้าดับเบิลแชมป์ไปครองได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่อยู่ในช่วงก่อร่างสร้างทีมให้แข็งแกร่งทัดเทียมกับบรรดาบิ๊กหัวตาราง แต่ ตั้ม กลับมีความเห็นว่าต้นสังกัดใหม่ของเขา มีมาตรฐานอยู่ในระดับเดียวกันกับ "กิเลนผยอง" เลยทีเดียว

"เราจะเห็นว่าเมืองทองฯเป็นรูปแบบของทีมใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งเขาไม่ได้เป็นทีมที่เพิ่งสร้าง การจัดการต่างๆก็พร้อมอยู่แล้ว ส่วนเชียงราย ปีนี้เราก็หวังทุกอย่าง และมันก็เป็นในแนวทางที่ดี อยู่ในช่วงสร้างทีมให้เป็นทีมใหญ่และแข็งแกร่ง ผมมองว่าเราไม่ได้ตามหลังเมืองทองฯมาก ตอนนี้อาจอยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ ไม่ต่ำกว่าหรือสูงกว่า ประมาณนั้นครับ"

เป็นที่รู้กันดีว่าการจราจรในกรุงเทพมหานครนั้นแออัดและวุ่นวาย จากที่เคยใช้เวลาเดินทางนับชั่วโมงจากบ้านไปยังสนามซ้อม หรือ เอสซีจี สเตเดี้ยม มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับชีวิตใหม่ในดินแดนเหนือสุดของประเทศ ที่ขับรถออกจากบ้านเพียง 10 นาที ก็ถึงสนามซ้อมแล้ว ซึ่งทำให้เขาสะดวกสบายยิ่งกว่าในเมืองหลวงมากพอสมควร

"ตอนอยู่ที่นู่น บ้านผมกับสนามเมืองทองฯไกลกันมาก เวลาไปซ้อมก็เหมือนเดินทาง 3 จังหวัด เริ่มที่สมุทรปราการ ผ่านกรุงเทพ ไปจนถึงนนนทบุรี พอซ้อมเสร็จกินข้าวกว่าจะเดินทางถึงบ้านก็ 4-5 ทุ่ม แล้ว แต่พออยู่นี่ซ้อมเสร็จ 6 โมง กลับบ้านเวลาเหลือตั้งเยอะ"

"มาที่นี่ก็รู้สึกสบายขึ้น การเดินทางเราไม่ต้องเครียดเลย อย่างจากบ้านผมมาถึงสนามแค่ 10 นาทีเองถ้ารถไม่ติด ถึงจะไฟแดงเยอะ แต่ก็สะดวกกว่าที่นู่น ที่ต้องเครียดเรื่องรถติด ต้องเผื่อเวลาก่อนจากบ้านถ้ามีธุระ แต่ที่นี่สบายเลยครับ การเดินทางไม่มีปัญหา รถโล่ง ทำธุระเสร็จยังเหลือเวลาด้วย"

แม้ชีวิตในแดนล้านนาจะเพิ่งผ่านพ้นมาได้แค่เพียงเดือนเดียว ได้พบเจอกับอะไรใหม่ๆทั้งในและนอกสนาม แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งทุกอย่างก็เริ่มเป็นใจและเข้าที่เข้าทางได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อาจเป็นเพราะเขาตกอยู่ในมนต์สเน่ห์แห่งแดนล้านนาแล้วก็เป็นได้

"ก็แฮปปี้ครับ สิ่งไหนที่ดีกว่าเดิม ทำให้เรารู้สึกว่ามันโอเค มันก็ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขทั้งในและนอกสนาม หรือกระทั่งในครอบครัว และกับเพื่อนรอบข้าง พอมาอยู่ที่นี่เรารู้สึกว่ามีสมาธิกับฟุตบอล จริงๆก็มีอยู่แล้ว แต่สิ่งแวดล้อมต่างๆมันทำให้เรารู้สึกว่าต้องการเล่นฟุตบอลจริงๆ"

"ตอนอยู่เมืองทองก็มีและเป้าหมายอยู่แล้ว แต่มาอยู่นี่มันเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เราไม่เคยได้เห็นและได้กระทำมาก่อน รู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัว เพื่อนร่วมทีม,โค้ช และทางผู้ใหญ่เขาให้การต้อนรับที่ดี ก็มีความสุขมากครับ" ธนบูรณ์ กล่าวทิ้งท้าย