ศิวกรณ์ เตียตระกูล : “ซ้ายสั่งตาย” ฉบับ เฟย เฟย

.. จากเด็กน้อยในอะคาเดมี่กิเลนผยอง..  มุ่งมั่นจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะได้แรงบันดาลใจจากการ ปีนรั้วเข้าไปดู เมืองทอง ลงเล่นในด.2  มี ตอง-กวินทร์ เป็นนักเตะขวัญใจ.. แต่วันนี้เขาเพิ่งซัดประตูแสกหน้าไอดอล

พร้อมยัดเยียดความปราชัยแก่ทีมที่เคยปลุกปั้นเขาขึ้นมา.. “3 ประตูจาก 4 นัดไทยลีก” .. ทั้งหมดคือเรื่องราวของดาวรุ่งที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในชั่วโมงนี้ “เฟย – ศิวกรณ์ เตียตระกูล”

เด็กฝึกเมืองทอง.. จุดเริ่มต้นไฟฝันลูกหนัง

“ตอนเด็กๆ ผมเคยไปเกาะรั้วเข้าไปดูทีมเมืองทอง สมัยยังเล่นอยู่ดิวิชั่น 2 ก่อนหน้านั้นผมยอมรับว่าผมไม่ค่อยจริงจังกับฟุตบอลมากนัก ไม่ได้มีจุดหมายในการเล่นเท่าไหร่ แต่พอได้ดูพวกๆพี่เขาเล่น มันทำให้ผมอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ตั้งแต่นั้นผมก็จริงจังกับการเล่นมากขึ้นจนถึงทุกวันนี้ครับ”

ศิวกรณ์ เตียตระกูล เล่าย้อนถึงความทรงจำวัยเยาว์กับสโมสรแห่งแรกในชีวิตของเขา เด็กน้อยจากจังหวัดสระบุรี ที่มีคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลตัวแทนจังหวัด.. เขาจึงถูกปลูกฝังให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก ตามความชื่นชอบคุณพ่อ ก่อนที่มันแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสในเวลาต่อมา

เขาผ่านการคัดตัวของ ร.ร.กรุงเทพคริสเตียน ตอนอยู่ ป.5 ทำให้มีโอกาสเข้ามาศึกษาในเมืองกรุงฯ พร้อมกับได้เข้าฝึกปรือวิทยายุทธ์ลูกหนัง กับสถาบันฟุตบอล โควร์เวอร์ โค้ชชิ่ง ไทยแลนด์ ซึ่งมีรูปแบบมาจากศูนย์ฝึกระดับโลก ที่นี้นอกจากจะฝึกให้ ศิวกรณ์ เก่งเรื่องทักษะฟุตบอลแล้ว อะคาเดมี่แห่งนี้ยังเป็นพันธมิตรกับ เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ที่ได้ปูเส้นทางสู่การเป็นนักเตะอาชีพให้กับเขา

“ผมเข้ามาเรียนกรุงเทพคริสเตียน ควบคู่ไปกับการฝึกฟุตบอลที่ โคเวอร์ โค้ชชิ่ง ซึ่งเป็นของเมืองทองฯ ทำให้ผมเป็นเด็กฝึกหัดของสโมสรก่อนจะเซ็นสัญญาอาชีพตอน ม.6”

“ที่นี่สอนให้ผมมีทักษะฟุตบอลที่ดีขึ้นมาก รู้จักการเล่นอย่างเป็นระบบ เพื่อนร่วมรุ่นของผมในโควร์เวอร์ ก็มีพี่โจ๋ (กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์) , มิกกี้ ปฐมพล (เจริญรัตนาภิรมย์) แล้วก็อีกหลายคนครับ ส่วนที่กรุงเทพคริสเตียนก็มี เจนรบ สำเภาดี ที่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่สมัยบอลนักเรียนแล้ว”

ในฐานะเด็กฝึกหัดของเมืองทองฯ ทำให้เขามีโอกาสได้ซ้อมกับรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่บ้าง ซึ่งเฟ่ย-ศิวกรณ์ ยอมรับว่า “โค้ชหมี” สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ เฮดโค้ชกิเลนผยอง ในเวลานั้น คือหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ปลุกปั้นและสอนเขามาตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ฝึกหัดวิชาลูกหนังอยู่ที่ โคเวอร์ โค้ชชิ่ง

“การฝึกซ้อมกับพวกรุ่นพี่ก็ทำให้เราได้ซึมซับความเป็นมืออาชีพและเรียนรู้จากพวกพี่ๆ ถ้าถามว่าผมมีนักฟุตบอลคนไหนเป็นต้นแบบ ผมชื่นชอบพี่ตอง กวินทร์ (ธรรมสัจจานันท์) และ พี่มุ้ย ธีรศิลป์ (แดงดา) ผมเห็นพี่เขามานานแล้ว เขาอายุน้อย แต่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ จนช่วยกันพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้”  ศิวกรณ์ เผยถึงไอดอลทั้งสองคนที่ตัวเขาอยากเจริญรอยตาม

ถึงเวลากิเลนน้อย..โบยบิน

… หลังจากเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว ศิวกรณ์ เตียตระกูล ได้ออกเดินทางบนวิถีลูกหนังครั้งแรก กับทีมนครนายก เอฟซี ในปี 2013 ซึ่งแม้จะเป็นการเปิดซิงการเล่นอาชีพครั้งแรก แต่ปีกซ้ายดาวรุ่งรายนี้ก็เริ่มฉายแววความเก่ง จนไปเข้าตา วรพรรณ ตุ่นต้น เฮดโค้ชทีมลูกอิสาน พญานาคิน เพื่อนร่วมลีก ...จึงได้ขอติดต่อยืมตัว ศิวกรณ์ มาร่วมงานกันในเลก 2

ศิวกรณ์ ได้รับความไว้วางใจอย่างมากจาก โค้ชเปิ้ล-วรพรรณ และยึดตัวหลักของทีมจนจบฤดูกาล ซีซั่นต่อมา เขาถูกส่งไปเล่นให้กับ กรมศุลกากรฯ ทีมพันธมิตรของเมืองทองฯ ในดิวิชั่น 2  ก่อนที่ฤดูกาล 2015 จะขยับขึ้นมาเล่นในระดับที่สูงขึ้นในศึกยามาฮ่า ลีกวัน กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในเลกแรก

“ช่วงที่อยู่พัทยา ยูไนเต็ด ผมได้เป็นลงเล่นอย่างต่อเนื่องครับ แล้วก็ทำผลงานได้ดีด้วย อย่างเกมที่เราเอาชนะทีมใหญ่อย่าง ชลบุรี เอฟซี ได้ 3-1 ในบอลถ้วยโตโยต้า ลีก คัพ มันเป็นเกมที่ผมประทับใจมาก เพราะเพื่อนร่วมทีมช่วยกันเล่นและผมก็ยิงประตูสวยๆได้ด้วย”

“รวมถึงการได้ร่วมงานกับ โค้ช ลิม จอง เฮือน (อดีตกุนซือพัทยา) เขาช่วยพัฒนาผมได้มากเลยทีเดียว เพราะเขาเป็นคนที่ใส่ใจผู้เล่นทุกคนภายในทีม เขาจะเรียกนักเตะไปติวแบบตัวต่อตัว และคอยแนะนำว่าเราควรเล่นอย่างไร ปรับปรุงเพิ่มเติมตรงไหนบ้าง”

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในเลกแรก ทำให้ เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้นสังกัดที่แท้จริง เรียกตัวกลับไปใช้งานในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2015 .. ช่วงเวลาหลังจากนี้ของ ศิวกรณ์ คือชีวิตจริงบนเวทีไทยลีก.. ที่เขาต้องเจอกับการแข่งขันที่สูงขึ้น จนทำให้เขาท้อแท้และเกือบถอดใจกับชีวิตลูกหนังมาแล้ว  

-ติดตามเรื่องราว สมรภูมิรบไทยลีก และการยิงทีมเก่า ของ ศิวกรณ์ ในหน้าถัดไป-