สก็อตต์ แม็คอินไตร์ : ชาติอาเซียนกับเจ้าภาพ 'คอนเฟดฯ'...ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?

เยอรมัน เดินทางกลับประเทศของพวกเขาด้วยแชมป์ คอนเฟเดอเรชั่น คัพ 2017 ขณะที่กลิ่นอายของการแข่งขันก็เริ่มจากลงไป ... ศึกครั้งต่อไปจะเวียนมาในอีก 4 ปี และที่ไหนบนโลกนี้ที่เหมาะจะเป็นสังเวียนเเข้งที่ใช้ฟาดฟันสำหรับทัวร์นาเม้นต์นี้? 

ฟีฟ่า ยืนยันแล้วว่ายังไม่มีแผนกำหนดอย่างชัดเจนว่าคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ จะจัดขึ้นที่ไหนเพราะดูๆ แล้ว กาตาร์ คงจะไม่ได้จัดแน่ๆ...ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ชาติจากอาเซียนจะใช้จังหวะดังกล่าวเสนอตัวเพื่อเข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดการเเข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อนโหมโรงฟุตบอลโลก 2022 หลากหลายชาติที่พยายามจะอาศัยจังหวะดังกล่าวเข้ามาเป็นตัวแทนจัดคอนเฟเดอเรชั่นส์คัพส์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นชาติจากยุโรปที่พร้อมชูมือรับช่วงต่อ หรือแม้แต่ชาติจากตะวันออกกลาง

“ฟุตบอลโลกไม่ได้แข่งขันในทวีปเอเชียมากว่า 2 ทศวรรษ และนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับรายการที่สำคัญๆเช่นนี้”

ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาทีมจากภูมิภาคเดียวกันจะไม่มีสามารถจัดทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆติดๆกันได้ 2 สมัย และการชิงตำแหน่งเจ้าภาพก็มีเหตุมีผลพอทีชาติในอาเซียนจะก้าวขึ้นมาลองทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ดูสักครั้ง

ฟุตบอลโลกมีโอกาสที่จะได้กลับมาจัดเเข่งขันในทวีปเอเชียอีกซักครั้ง อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า จีน จะมีภาษีดีที่สุด ณ ตอนนี้ เพราะฉะนั้นการยื่นของจัดการแข่งขันคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ คงเป็นโอกาสครั้งสำคัญ และมีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะได้จัดทัวร์นาเม้นต์ระดับโลก

ชาติในอาเซียนก็มีศักยภาพเเข็งแกร่งทั้งในด้านของจำนวนผู้ชม นอกจากนี้มันยังจะช่วยปลุกกระแสฟุตบอลให้ตื่นตัวครั้งใหญ่อีกด้วย

ณ ตอนนี้หลากหลายสโมสรชั้นนำในยุโรปพยายามที่จะใช้พื้นที่อาเซียนเป็นแหล่งโกยเงิน และสร้างฐานแฟนบอลใหม่ๆ พวกเขามามากันเป็นกลุ่มและลงเเข่งกันแบบซีรี่ส์เพื่อชิงเงินรางวัลก้อนโตในอาเซียน แต่การเป็นเจ้าภาพ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ นั้นแตกต่างกันออกไป มันจะเป็นเวทีที่สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ของภูมิภาคอาเซียน และแสดงให้เห็นศักยภาพว่าแท้จริงเเล้วนั้นอาเซียนทำอะไรได้บ้าง

ชาวอาเซียนมีความหลงใหลฟุตบอลยุโรปมาอย่างมาก โดยเฉพาะฟุตบอลอังกฤษที่กลายเป็นที่ดึงดูดและทำให้กองเชียร์ต่างเเดนรู้สึกมีอารมณ์ร่วมมากเป็นพิเศษ ที่นี่คือทำเลทองแบบที่หาได้ยากจากทวีปหรือที่อื่นๆ

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเป็นเจ้าภาพจะต้องเริ่มที่กำลังเงินจำนวนมากสำหรับอีเว้นท์ที่ใหญ่ขนาดนี้ มันจะต้องใช้เวลาเพื่อสร้างความพร้อมทุกๆด้าน บางครั้งอาจจะต้องใช้เวลาหลายปี แต่นั่นจะแลกมาซึ่งการแข่งขันที่สมบูรณ์แบบ

การจัดรายการกระชับมิตรอุ่นเครื่องกับสโมสรดังด้วยการใช้เงินจ้างเพื่อดูนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ลงเล่นอาจจะเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจแฟนบอลได้บ้าง แต่การเป็นจ้าภาพคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ จะทำให้ได้ชมเกมระดับ 5 ดาวที่ชาติที่เก่งกาจที่สุดในแต่ละทวีปมาดวลกัน มันจะเป็นเกมที่ดีที่สุดชนิดที่ยากจะเทียบได้

กาต้าร์ เติบโตขึ้นอย่างมากจากการได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก

ในทัวร์นาเม้นต์ระดับ "คอนเฟดส์" จะเต็มไปด้วยนักเตะขวัญใจที่มาพร้อมแต่ละชาติยกตัวอย่างเช่นของ เม็กซิโก ที่มี ฮาเวียร์ เอร์นันเดซ, จิโอวานนี่ ดอส ซานโต๊ส และ เอ็คตอร์ โมเรโน่ ขณะที่ โปรตุเกส ที่มี เปเป้, เจา มูตินโญ่, อังเดร โกเมส และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ การมารวมตัวกันของพวกเขาเหล่านี้ในการเเข่งขันที่จริงจังมันคือความท้าทายในระดับ "ของเเท้" มันหมายถึงการได้ชมเกมระดับคุณภาพตลอดระยะเวลาการเเข่งขันกว่า 2 สัปดาห์

ขณะที่แฟนๆจากทั่วโลกจะเดินทางหลั่งไหลมาเพื่อเชียร์ชาติของพวกเขา ขณะที่เจ้าภาพเองก็จะได้รับการเป็นจุดสนใจจากทั่วทุกมุมโลก

แฟนบอลจากท้องถิ่นจะช่วยกันสร้างบรรยากาศก่อนจะเข้าเกมการเเข่งขัน ไม่ว่าจะบนถนนหนทางรอบๆสนามหรือบริเวณแฟนโซนซึ่งเรื่องดังกล่าวจะสร้างความคึกครื้นกันแบบรายวัน

“ประเทศที่เป็นเจ้าภาพจะได้สิทธิ์ลงเล่นในการเเข่งขันและสิ่งนี้นี่เองทรงพลังและสร้างศักยภาพได้เติบโตที่สุด”

อาเซียน เคยจัดรายการฟุตบอลระดับฟีฟ่าที่ใหญ่ที่สุดคือการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกยู 20 ปี 1997 ที่ประเทศมาเลเซีย ส่วนรองๆลงมาคือการเป็นเจ้าภาพร่วมรายการ เอเชี่ยน คัพ ปี 2007 ที่ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และ ไทย 4 ชาติร่วมจับมือกัน

คำถามหลังจากนี้คือสถานที่แห่งไหนในอาเซียนที่เหมาะสมที่สุดที่จะจัดการเเข่งขันทัวร์นาเม้นต์ดังกล่าวและพร้อมที่จะเสนอตัวที่เป็นเจ้าภาพไม่ว่าจะเป็น คอนเฟเดอเรชั่นส์ หรือแม้แต่รายการใหญ่ๆในระดับเอเอฟซี

ทั้งไทยและ มาเลเซีย สามารถชูจุดเด่นด้วยขนาดของประเทศ และจำนวนเมืองที่พร้อมรองรับการแข่งขัน ขณะที่ อินโดนีเซีย ก็มีสนามที่ใหญ่โตที่สุดในภูมิภาค ด้านสิงคโปร์ก็มีสเตเดี้ยมที่เเสนจะทันสมัย ส่วนเวียดนามก็สามารถใช้ความเป็นประเทศที่บ้าคลั่งฟุตบอลยิ่งกว่าใคร อย่างไรก็ตามหากคำนวนดูจากคุณสมบัติทั้งหมด สิงคโปร์ ดูจะเป็นชาติที่มีโครงสร้างพื้นฐานใกล้เคียงกับคำว่าพร้อมมากที่สุดหากเปรียบกับทุกชาติที่กล่าวมา

ไม่ว่าหนทางไหนที่จะเกิดขึ้น ใครจะได้เป็นเจ้าภาพ หรือแม้แต่จะต้องมีเจ้าภาพมากกว่า 1 ประเทศ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะต้องล้ำค่าตราตรึงใจอย่างยิ่งสำหรับวงการกีฬา และมันจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาท้องถิ่นอีกด้วย

ในช่วงเวลาเดียว อินเดีย ได้ลองยื่นข้อเสนอที่จะขอเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกยู 20 ปี 2019 ซึ่งมองดูแล้วหากชาติในอาเซียนลองเอาจริงเอาจังดูสำหรับเรื่องนี้และเริ่มที่จะมีส่วนร่วมกับฟุตบอลในระดับ "ของจริง" มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ตอนนี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เวลาปล่อยของเเล้ว

จะได้เห็นซูเปอร์สตาร์ดวลกับทีมเจ้าภาพ