สก็อตต์ แม็คอินไตร์ : ‘ชนาธิป’ จะกลายเป็นกุญแจสำคัญของสโมสรในการดิ้นรนหนีตกชั้น

บางที มันอาจเป็นสิ่งที่คู่ควรแล้วที่ไอ้หนูขี้เล่นจากเมืองไทยประเดิมเกมแรกในเจลีก ลีกอาชีพสูงสุดของญี่ปุ่นกับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ได้สุดชื่นมื่นแบบนี้

หลายเดือนแห่งความคาดหวัง ถึงคราวสิ้นสุด หลังสตาร์แดนสยาม ซึ่งย้ายมาอยู่กับซัปโปโรด้วยสัญญายืมตัว ลุกจากม้านั่งสำรองในเกมบอลถ้วย ลูวาน คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน ก่อนกลายเป็นตัวจริงให้กับต้นสังกัดในเกมดวลกับอูราวะ เร้ดส์ ไดม่อนด์ ภายใต้การคุมทีมของ มิไฮโล เปโตรวิช (ที่ต้องแยกทางทันทีหลังจบเกมนัดนี้ หลังแพ้ให้คอนซาโดเล 0 - 2 คาซัปโปโร โดม) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความจริงหลายคนที่เฝ้าดูและติดตามเส้นทางของเพลย์เมกเกอร์ร่างจิ๋ว ต่างรู้ดีว่า "เมสซี่เจ" มีคุณภาพ ที่จะประสบความสำเร็จในลีกที่ดีที่สุดแห่งเอเชียอย่าง “เจลีก” แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถอย่างเดียว… ก่อนหน้านี้ ซัปโปโร เคยมี เล กง วินห์, อิรฟาน บาชดิม และรายอื่นๆ จากเอเชียอาคเนย์ แต่ด้วยสไตล์การเล่น ชีวิตทั้งในและนอกสนาม รวมถึงวัฒนธรรมและภาษา ทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่อาจสร้างผลงานคุณภาพได้ดีพอบนแผ่นดินซามูไร

สถิติเชิงตัวเลข หลังจบครึ่งแรก เขาวิ่งมากกว่าผู้เล่น ของทั้ง 2 ทีม และหลังจบเกม เขายังเป็นผู้ที่วิ่งสปรินท์มากที่สุดให้ต้นสังกัด

ดังนั้น มันจึงมีความวิตกกังวลไม่น้อยว่า ชนาธิปจะปรับตัวได้เร็วแค่ไหนกับชีวิตใหม่ในเจลีก มีคำพูดพรั่งพรูพูดถึงเขามากมาย แต่ในที่สุดเขาก็ได้ลงสัมผัสสนามทันทีที่สามารถลงเล่นได้ (ตามกฎ ชนาธิป สามารถลงเล่นได้ในเลกที่ 2)

สนามคินโช ในเมืองโอซาก้า ระหว่าง เซเรโซ่ โอซาก้า กับ คอนซาโดเล ซัปโปโร ใศึกลูวาน คัพ รอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2 มีแฟนบอลมากมายทั้งไทยและชาวญี่ปุ่น ต่างโบกธงของชาติไทย ปลิ้วสไวในสนามมากมาย ซึ่งเกมดังกล่าวชนาธิปถูกประกาศชื่อเคียงข้างกับบรรดาขุมกำลังสำรอง

หลังจากเซเรโซ นำห่าง คอนซาโดเล สกอร์รวม 2 นัด เป็น 3 - 0 แถมเกมของทีมดังทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ยังสร้างสรรค์โอกาสยิงประตูไม่ได้สักครั้งเดียวใน 45 นาทีแรก…ซูเฮอิ โยโมดะ กุนซือคอนซาโดเลก็ส่งแข้งวัย 23 ปี ถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง ให้แฟนบอลได้เห็นฝีเท้าของเขาอย่างใจนึกเสียที และ 45 นาทีหลัง เขาก็สร้างมิติใหม่ในเกมรุกให้กับทีมได้ทันที

ทันทีที่ขจัดความกลัวออกไป "เมสซี่เจ" รับมือกับสถานการณ์ความกดดันได้อย่างดี เขาถูกจับไปยืนทางกราบขวา ซึ่งอาจไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา แต่ ชนาธิป ก็กระตือรือร้น ที่จะคอยรับบอล และวิ่งเยอะทีเดียวเพื่อมีส่วนร่วมกับทีม

เขาสร้างความอันตรายตั้งแต่ 90 วินาทีแรกที่อยู่ในสนาม จากจังหวะที่ถูกทำฟาล์ว และช่วยเรียนฟรีคิกระยะหวังผลให้กับทีม

หลังจากนั้น เขาแทบไม่มีข้อผิดพลาด ด้วยการผ่านบอลอันคมกริบ ทำให้ทีมเยือน สามารถเคลื่อนเกมรุก บุกโจมตีทีมเจ้าถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง เขาสร้างสรรค์โอกาส จ่ายบอลให้เพื่อนยิงได้อีก 2-3 ครั้ง… บางจังหวะที่เขาดูเหมือนจะเสียบอลไปแล้ว แต่ก็ไล่ตามแย่งบอลกลับมาได้อีกครั้ง

 

15 นาทีแรกที่อยู่ในสนาม ชนาธิปมีโอกาสสับไก และ 8 นาทีหลังจากนั้น เขาโดดเด่น จนคุมเกมแทบอยู่หมัด ก่อนสร้างโอกาสอีกยิงประตูได้อีกครั้ง

ท้ายที่สุด ซัปโปโรพ่าย 0-1 ในเย็นวันนั้น และตกรอบบอลถ้วย

เขาสร้างความอันตรายตั้งแต่ 90 วินาทีแรกที่อยู่ในสนาม จากจังหวะที่ถูกทำฟาล์ว และช่วยเรียนฟรีคิกระยะหวังผลให้กับทีม

เกมลีกในอีกไม่กี่วันถัดมา...คอนซาโดเล ซัปโปโร เปิดรังรับการมาเยือนของ อุราวะ เร้ด ไดมอนด์ ท่ามกลางสิ่งที่ผู้คนคิดว่าเขาจะออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองอีกครั้ง แต่ ซูเฮอิ โยโมดะ กุนซือซัปโปโร ประทับใจกับสิ่งที่เขาได้แสดงให้เห็นในเกมบอลถ้วย จึงจัดการส่งเขาลงเป็นตัวจริงต่อเนื่องทันที… ชนาธิป กลายเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นเจลีก 1 นับตั้งแต่เปลี่ยนเป็นลีกอาชีพเมื่อปี 1993

ชนาธิปถูกประกาศชื่อเป็นตัวจริงในฐานะหนึ่งใน 2 มิดฟิลด์ตัวรุก ภายใต้ระบบ 5-4-1 และเพียง 3 นาทีแรก เขามีโอกาสยิงเป็นครั้งแรกของเกม และโดนใบเหลืองแรก หลังเข้าปะทะอย่างโฉ่งฉ่างจากด้านหลัง

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชนาธิปตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว และจับจังหวะของเกม และเริ่มแผลงฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง การผ่านบอลที่เยี่ยมยอดทั้งทิศทางและน้ำหนัก และไม่กลัวที่จะเรียกบอลและกระชากฝ่ากองหลัง

ในนาทีที่ 22 เขาชิพบอลอย่างชาญฉลาด จากแดนตัวเอง และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ชนาธิปสบโอกาสสับไก ก่อนโดนเซฟอย่างสุดเฉียบจากนายทวารทีมเยือน

แม้เขาอยู่ในสนามอีกเพียง 15 นาที หลังกลับมาเล่นครึ่งหลัง ชนาธิปยังยอดเยี่ยมในการส่วนร่วมกับเกมอย่างมาก แม้อาจสูญเสียการครองบอลไปบ้าง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก ด้วยกองหน้าอังกฤษที่มีประสบการณ์ในลีกไทยมาก่อนอย่าง เจย์ โบธรอยด์

หลังเกม โยโมดะออกโรงยกย่อง และบอกว่าเขา "ประทับใจ" กับฟอร์มการเล่นของชนาธิป และมั่นใจว่า แข้งไทยจะกลมกลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกับทีม และเราจะเห็นความประทับใจมากกว่านี้ จากมิดฟิลด์ซูเปอร์สตาร์ชาวไทย

สิ่งที่ดีคือ เขาทำอะไรๆได้อย่างง่ายดาย การครองบอล, การผ่านบอล, และความชื่นชอบในการวิ่งฝ่าแนวรับ และด้วยบุคลิกเหล่านี้ที่เขาแสดงออกมา มันชัดเจนว่า เขาสามารถเล่นในเกมระดับนี้ได้อย่างสบายๆ

แน่นอน ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ยังคงต้องการความปราณีต รวมถึงการวิ่งยามไม่มีบอลของเขา อาจหมายรวมถึงความมั่นใจในการยิงประตู และการยืนตำแหน่งในการจบสกอร์ มากกว่าการเปิดป้อนให้เพื่อนร่วมทีม

สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามนั่นคือ สถิติเชิงตัวเลข หลังจบครึ่งแรก เขาวิ่งมากกว่าผู้เล่น ของทั้ง 2 ทีม และหลังจบเกม เขายังเป็นผู้ที่วิ่งสปรินท์มากที่สุดให้ต้นสังกัด และจากสถิติดังกล่าวเพียงอย่างเดียว ย่อมแสดงให้เห็นถึงผลกระทบในเชิงบวกที่เขามีต่อทีม

นี่เป็นสัปดาห์แรกในฟุตบอลญี่ปุ่น ซึ่งเขาสามารถก้าวข้ามความคาดหมายทั้งปวง และแสดงให้เห็นว่า เขาจะกลายเป็นกุญแจสำคัญของสโมสร ในการดิ้นรนหนีตกชั้น

แต่สิ่งที่เขาต้องทำคือ การพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้บุกเบิกที่แท้จริง สำหรับการเป็นคลื่นลูกใหม่ทักษะสูงจากเอเชียอาคเนย์ ในการสานฝันสู่ลีกที่ดีที่สุดแห่งภาคพื้นเอเชีย