สก็อตต์ แม็คอินไตร์ : สัญญาณจากเมืองทองฯกำลังส่งผ่านไปทั่วเอเชีย

“สงครามแห่งวีรบุรุษ” คือ สโลแกนของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ฟังดูอาจจะแปลกๆ แต่การที่ขุนพลกิเลนผยองเอาชนะคาชิม่า อันท์เลอร์ส แชมป์เจลีกได้เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือวีรบุรุษอย่างแท้จริง

เมื่อไม่ถึงสองเดือนก่อน อันท์เลอร์สเพิ่งจะสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกโดยการขับเคี่ยวกับยักษ์ใหญ่อย่างรีล มาดริดจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษในศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ แต่ครั้งนี้ที่กรุงเทพมหานคร เมืองทองกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย จากการพังประตูชัยแซงทีมดังจากแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนทำให้เกมนี้ถือเป็นชัยชนะที่หอมหวานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเกมหนึ่ง  

นับตั้งแต่สโมสรบีอีซี-เทโร ศาสนทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศรายการสโมสรชิงแชมป์เอเชีย (บังเอิญว่าตอนนั้นพวกเขาก็ต้องเจอกับคาชิม่าในรอบแบ่งกลุ่มด้วย) ก็ไม่มีสโมสรใดจากประเทศไทยทำผลงานได้ดีเท่านี้อีก

ถ้าดูกันจริงๆแล้ว ก่อนเกมเมื่อคืน มีเพียงแค่ 4 สโมสรจากแดนสยามเท่านั้น ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ในรายการเอเชีย และคว้าชัยได้เพียงนัดเดียวจาก 26 ครั้งที่สู้กับทีมจากญี่ปุ่น

ย้อนไปในปี 2012 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ลงเล่นในเวทีเอเชียเป็นครั้งแรก และสามารถเอาชนะคาชิว่า เรย์โซลไปได้ 3-2 แต่ต้องยอมรับว่าฟอร์มของเรย์โซลยุคนั้น เทียบชั้นไม่ได้เลยกับอันท์เลอร์สชุดนี้ แม้ในนัดเจอกับเมืองทองจะมีการพักผู้เล่นตัวหลักหลายคนก็ตาม

นี่คือทีมที่มีผู้รักษาประตูชั้นยอด แนวรับที่เหนียวแน่น กองกลางที่สร้างสรรค์และกองหน้าที่เฉียบคม

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ได้เอื้ออำนวยให้ผลการแข่งขันนี้เกิดขึ้นได้ เพราะช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เจลีกได้ส่งหลายทีมให้ร่วมแข่งขันช่วงปรีซีซั่นกับสโมสรในไทย เพื่อประโยชน์ของทั้งสองลีก

คาชิม่าเองก็เป็นหนึ่งในทีมที่มาแข่งปรีซีซั่นที่ไทย เพื่อให้นักเตะคุ้นเคยกับสภาพอากาศ เครื่องอำนวยความสะดวก รวมถึงสไตล์การเล่นของทีมในเมืองไทย ซึ่งพวกเขาถล่มสุพรรณบุรีไป 4-2 ก่อนจะส่งชุดผู้เล่นตัวสำรองไปแพ้ให้กับแบงคอก ยูไนเต็ดไป 3-4

เมืองทองเองก็ได้ประโยชน์จากการลงเล่นกับทีมดังจากญี่ปุ่น แต่หลังจากแพ้ให้กับซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่าในศึกโตโยต้า พรีเมียร์ คัพ 2016 ไป 3-1 ดูเหมือนว่าการผ่านคาชิม่าจะเป็นงานหินสำหรับพวกเขา เพราะในเจลีก คาชิม่าจบฤดูกาลที่แล้วด้วยคะแนนเหนือฮิโรชิม่าถึง 19 แต้ม

ทีมกิเลนผยองกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น นอกจากจะมีนักเตะทีมชาติไทยร่วมทีมหลายคน หลายสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า เมืองทองแทบไม่ต่างอะไรจากทีมช้างศึกเลย

11 ผู้เล่นตัวจริงของเมืองทองเมื่อคืนนี้ มีถึง 7 คนที่ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพครั้งล่าสุด โดยเฉพาะถ้านับรวมธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงของทีม (ที่เมื่อวานเป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงเล่น) นี่คือทีมชาติไทย

เราได้เห็นทีมลักษณะนี้ในเอเชียมาแล้ว เช่น กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ที่เดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จ กำลังนักเตะทีมชาติ ผสานกับผู้เล่นต่างชาติที่มีประสิทธิภาพ ทีมพวกเขายิ่งทรงพลังยิ่งขึ้น

และท้ายที่สุดแล้วก็เป็นผู้เล่นต่างชาติที่ช่วยคว้าชัยชนะให้เมืองทอง ซิสโก้ซัดประตูชัยให้เมืองทองในนาทีที่ 94 แต่เกมของพวกเขาก็เริ่มต้นด้วยผลงานของ 2 นักเตะไทยคนสำคัญ

เรียวตะ นากากิ กองหลังทีมชาติญี่ปุ่นของคาชิม่าคือคนที่ต้องดวลกับชนาธิป สรงกระสินธ์นับครั้งไม่ถ้วน ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ แต่เมื่อคืนเขาถึงกับงงในจังหวะลากเลื้อยของชนาธิป จนทำให้เมืองทองได้ลูกฟรีคิกตั้งแต่ต้นเกม

ชนาธิปเลี้ยงจี้เข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ จนนากากิไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องทำฟาลว์ ลีลากระชากลากเลื้อยของเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติไทยที่ทำให้กองหลังต้องร้อนๆหนาวๆแบบนี้เอง ทำให้การไปเล่นในเจลีกกลางปีหน้าของเขาเป็นที่ตั้งตารออย่างยิ่ง

ธีราทร บุญมาทัน นักเตะที่ยิงลูกยิงฟรีคิกได้ดีที่สุดคนหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการซัดบอลผ่านกำแพง และผ่านมือดควอน ซุน แต ผู้รักษาประตูทีมชาติเกาหลีใต้เข้าประตูไป ให้เมืองทองขึ้นนำอย่างสวยงาม

จากนั้นเมืองทองมีโอกาสหนีห่างอีกครั้ง ชนาธิปแหวกแนวรับของคาชิม่า แต่มงคล ทศไกรยิงพลาดไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นบอลมาเข้าทางซิสโก้ แต่ก็ยังไม่เป็นผล แม้คาชิม่าเหลือกองหลังเพียงตัวเดียว ส่วนควอนก็หลุดตำแหน่งไปแล้ว

ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรก ทีมเยือนครองเกมได้มากกว่าแต่จบสกอร์ไม่ได้ และเมืองทองกลับมาเสียประตูตั้งแต่ 90 วินาทีแรกของครึ่งหลัง จากการประสานงานของสองนักเตะบราซิล เลอันโดร และเปโดร จูเนียร์ ก่อนจะเป็นเปโดร จูเนียร์ที่ยิงผ่านมือกวิน ธรรมสัจจานันท์เข้าไป สกอร์ขยับเป็น 1-1

ก่อนจบเกม 10 นาที ยูมะ ซูซูกิ ดาวรุ่งของทีมเยือนเรียกจุดโทษได้ท่ามกลางการประท้วงของผู้เล่นเมืองทอง เพราะเห็นว่าอดิศร พรหมรักษ์แทบจะไม่ได้สัมผัสหัวไหล่กองหน้าของอันท์เลอร์สด้วยซ้ำและดูเหมือนจะเป็นกรรมที่ตามสนอง ซูซูกิยิงลูกจุดโทษออกด้านข้างไป ทำให้เมืองทองกลับมามีหวังอีกครั้ง

และความหวังก็กลับกลายเป็นความสะใจ ชนาธิปทำเกมขึ้นมา ไหลบอลต่อไปยังอดิศักดิ์ ไกรษร ก่อนที่ทริสตอง โด เปิดบอลจากริมเส้นเข้าไปหน้าประตู ควอน ซุนแต ออกมาตัดบอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง ซิสโก้ ฆิเมเนซ ซัดด้วยซ้ายเข้าประตู

ไป ให้แฟนเจ้าบ้านเฮกันลั่นสนามศุภชลาศัย

โค้ชธชตวัน ศรีปาน กำลังพัฒนาทีมเมืองทองในแบบเดียวกับที่อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติไทย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กำลังทำให้ทีมช้างศึก ทั้งสองคนกำลังเพิ่มศักยภาพให้ทีมช้างศึกเลือดใหม่

ทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เล่นเกมบุกอย่างดุดันในการต่อกรกับทีมที่ชื่อชั้นเหนือกว่า จนทำให้พวกเขามีโอกาสอย่างสูงที่จะได้เป็นทีมที่ 3 จากเมืองไทย ในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์เอเอฟซี แชมป์เปียนส์ลีก ต่อจากบีอีซี-เทโร ศาสน และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นี่คือทีมที่มีผู้รักษาประตูชั้นยอด แนวรับที่เหนียวแน่น กองกลางที่สร้างสรรค์และกองหน้าที่เฉียบคม

ทีมยักษ์ใหญ่จากเมืองไทยได้ส่งสัญญาณเตือนไปทั่วทั้งเอเชียแล้วว่า พวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน และไม่ว่าใครก็ประมาทพวกเขาไม่ได้