สก็อตต์ แม็คอินไตร์ : ถ้า สิงคโปร์ ยังไม่พัฒนาดาวรุ่ง ก็จงตามหลัง ไทย ตลอดไป

สก็อตต์ แม็คอินไตร์ คอลัมนิสต์ชาวออสเตรเลีย จะมาวิเคราะห์ถึง ความตกต่ำของวงการลูกหนังสิงคโปร์ที่ปราศจากบรรดาเยาวชนฝีเท้าดีมาช้านาน...

ให้ทายว่าในวันสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้วของ เอสลีก สิงคโปร์ นั้น มีนักฟุตบอลเลือดลอดช่องที่อายุต่ำกว่า 23 ปีกี่คนที่ได้ลงสนามในวันนั้น? (ไม่นับรวม ทีม ยัง ไลอ้อนส์ ที่ใช้ทีมชาติสิงคโปร์ชุดเยาวชนเป็นหลักอยู่แล้ว)

และคำตอบที่ได้คือ 1 คนเท่านั้น

ดังนั้น เราคงบอกได้เต็มปากว่า สิงคโปร์กำลังมีปัญหาในเรื่องของการพัฒนานักเตะรุ่นใหม่ขึ้นมา

และนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ในรายชื่อของซีรี่ย์ “ความหวังภูมิภาค : 20 ยอดแข้งอายุต่ำกว่า 20 ปีแห่งอาเซียน” จะมีดาวรุ่งเลือดลอดช่องเข้ามาติดในลิสต์เพียงคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งหากยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รับรองว่าวงการลูกหนังของเกาะเล็กๆแห่งนี้จะต้องตกต่ำไปอีกแสนนานทีเดียว

ซาบลอน ผู้อำนวยการเทคนิคของสมาคมฟุตบอล

ปัญหาหลักของเด็กรุ่นใหม่ใน สิงคโปร์ คือ การขาดทักษะเบสิคที่ดี เหมือนกับที่ ผู้อำนวยการเทคนิคของสมาคมฟุตบอลเมืองลอดช่องอย่าง มิเชล ซาบลอน เคยบอกกับ FourFourTwo เมื่อปี 2015

โดยก่อนหน้านี้ สิงคโปร์ มีโปรเจคที่สร้าง ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หรือ เอ็นเอฟเอ ตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว โดยพวกเขาใช้สโลแกนว่า ‘shaping the future of Singapore football’ หรือแปลเป็นไทยสวยๆว่า “สร้างอนาคตของวงการฟุตบอลสิงคโปร์กัน” และยังสร้างทีม ยัง ไลอ้อนส์ ขึ้นมาด้วย

แต่เท่าที่ดูแล้ว มันยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่าจะแข่งกันในระดับรุ่นอายุเท่าไร ทีมชาติสิงคโปร์ก็มักจะแพ้กับเพื่อนบ้านใน อาเซียน ไปทุกที

ซึ่งนั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลงานในระดับทวีป อย่างเมื่อปีที่แล้ว ในศึก เอเอฟซี ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี รอบคัดเลือก นั้น กองทัพ “เมอร์ไลอ้อนส์” ปรสบกับชัยชนะเพียงเกมเดียวกับประเทศอย่าง หมู่เกาะนอร์ทมารีน่า ที่เป็นดินแดนที่ไว้เปิดรีสอร์ทเป็นหลัก ทั้งยังไม่ได้เป็นสมาชิกของ เอเอฟซี โดยสมบูรณ์ด้วย

อิรฟาน ฟานดี้ คือ หนึ่งในไม่กี่คนที่ก้าวขึ้นมาได้

หรือจะย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในปี 2014 พวกเขาก็ชนะได้แค่ บรูไน ทีมเดียวเท่านั้น หรือในปี 2012 สิงคโปร์ ไม่สามารถค้นหาชัยชนะได้ด้วยซ้ำ ขณะที่ปี 2010 นั้น จบตำแหน่งรองบ๊วยในกลุ่มที่มีทีมทั้งหมด 6 ประเทศ

ที่ต้องขีดเส้นใต้ก็คือ ทั้งหมดเกิดขึ้นในรอบคัดเลือกทั้งสิ้น และผลงานทั้งหมดคือตั้งแต่ยุคที่ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ เข้ามามีบทบาท

คำถามอีกข้อที่อยากถามก็คือ ให้ทายว่า ครั้งสุดท้ายที่ ทีมชาติสิงคโปร์ ชนะในรอบคัดเลือกฟุตบอลโอลิมปิค นั้นเกิดขึ้นเมื่อใด?

คำเฉลยก็คือ ไม่นานเท่าไร แค่ตั้งแต่ กันยายน ปี 2003 ที่พวกเขาพิชิต ปากีสถาน ลงได้นั่นเอง

ที่เหลือเชื่อคือ ตลอดเกือบ 15 ปีมานี้ กองทัพจากเกาะที่มีขนาดเล็กกว่าภูเก็ต ยิงประตูรวมกันได้เพียง 5 ลูก และ 2 ใน 5 ลูกเกิดจากความหวังใหม่ของประเทศอย่าง อิรฟาน ฟานดี้ เมื่อศึกครั้งล่าสุดนี่เอง

และเมื่อผลงานระดับเยาวชนยังย่ำแย่ขนาดนี้ ฟอร์มระดับชุดใหญ่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

สิ่งที่หลายคนวิเคราะห์ปัญหาของ ศูนย์ฝึกแห่งนี้ฯ ก็คือ การไม่มีปรัชญาฟุตบอลที่แน่นอนและทำให้เด็กๆเล่นไปในทางเดียวกันได้