Analysis

ส่องฟอร์มนักเตะที่สนามสำคัญไฉน...แล้วการดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หรือ เทคโนโลยีอื่นๆล่ะ?

นักเตะทั่วโลกมากมายได้เข้าสู่ทีมฟุตบอลอาชีพชั้นนำ, แจ้งเกิด และ โด่งดัง เพราะถูกแมวมองไปซุ่มดูฟอร์มที่สนาม เราต้องยอมรับกันว่านักเตะบางคนเกิด และเติบโตในชุมชนลูกหนัง ที่คุณไม่อาจสามารถสเก๊าท์ฟอร์มผ่านเทคโนโลยีให้เราเห็นได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทีมแมวมองทั่วโลก ยังคงมีงานมีการทำต่อไป….  

We are part of The Trust Project What is it?

เอาล่ะ… แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดเทคโนโลยีเข้าแทรกผ่านทุกรู้ขุมขนในทุกพื้นที่ที่มีนักฟุตบอลอยู่จริงๆล่ะ? การดูฟอร์มนักฟุตบอลถึงสนามยังคงสำคัญอยู่ไหม? FourFourTwo Thailand เปิดใจ เหล่ากุนซือผู้มีความรู้และประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งภาคปฏิบัติ, ภาคทฤษฎี และกุนซือที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานหน้าจอโทรทัศน์ ในฐานะผู้บรรยาย และนักวิเคราะห์เกม เพื่อให้กระจ่างว่าแท้จริงแล้ว การส่องฟอร์มการเล่นนักเตะในสนามมันมีความสำคัญขนาดไหน? อย่างไร? และการดูผ่านเล่นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ มีความสำคัญในแง่มุมไหนบ้าง?

ดูสดๆ เห็นการวิ่งได้ชัดเจน (กว่า)

“วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมัน เคยกล่าวไว้กับโฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ว่า สมัยคุมทีมชาติจาไมก้า เขาทุ่มเงินออกค่าตั๋วเองบินไปดูผู้เล่นชาวจาไมก้าถึงเกาะอังกฤษ ซึ่งอยู่อีกซีกหนึ่งของโลก เราไม่รู้เจตนาเขาหรอกว่า การพูดแบบนั้นในขณะที่สถานการณ์ของ “ซิโก้”  เกียรติศีกดิ์ เสนาเมือง กำลังสั่นคลอน แท้จริงแล้วเป็นเช่นไร

… แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้เราฉุกคิดว่า “การดูบอลที่สนามคงจะสำคัญจริงๆ” โดยเฉพาะยามผู้เล่นไม่มีบอล เพราะการถ่ายทอดสดนั้น ไม่สามารถทำให้คุณมองเห็นการวิ่งของผู้เล่นคนนั้นๆ ที่คุณกำลังเพ่งเล็งอยู่ได้ตลอด 90 นาที  

“คุณดูได้แค่จอเล็กๆ แต่ในสนามคุณดูได้กว้างกว่า ถ้าคุณจะดูฟอร์มแบ็คซ้าย แล้วบอลไปข้างหน้า มันก็เห็นแค่กองหน้า แต่เราไม่รู้ว่าตอนนั้นแบ็คซ้ายทำอะไรอยู่” นี่ คือ คำพูดของ วินนี่ ที่เคยให้สัมภาษณ์กับโฟร์โฟร์ทู เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 สอดคล้องกับคำพูดของโค้ชไทยหลายๆ คนที่เราได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์  

“โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด  อดีตโค้ชเยาวชน 19 ปี ทีมชาติไทย ชุดชิงแชมป์เอเชียและสโมสร ขอนแก่น เอฟซี ในศึกไทยลีก 2 หรือศึกเอ็ม 150 แชมเปี้ยนชิพ

แน่นอนว่า ความเป็นโค้ชรุ่นใหม่ ย่อมทำให้เขาใช้เทคโนโลยี ดูฟุตบอลผ่านคลิปวิดีโอมากมาย แต่เขากลับเห็นด้วยกับเรื่องนี้จากคำพูดของวินนี่มากๆ

จากเกมถ่ายทอดสดเราจะเห็นเพียงแค่พื้นที่แคบๆ และไอ้ตอนไม่มีบอลนั่นแหละ คือ สิ่งสำคัญ ที่โค้ชต้องดู...บางทีที่เราเห็นว่าเล่นดีในการถ่ายทอดสด แต่อาจจะไม่เต็มคุณภาพอย่างที่เราต้องการ

“เมื่อไปที่สนามเราจะได้เห็นนักฟุตบอลที่เราต้องการดูทุกพื้นที่ แม้ไม่ได้ครองบอลเขาเคลื่อนตัวด้วย ความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน และสร้างโอกาสให้เพื่อนๆในเกมรุกและเกมรับอย่างไร”

“การดูจากทีวีที่ถ่ายทอดสดบางครั้งเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่มุมกล้องในการนำเสนอของการถ่ายทอดสดจะไม่สอดประสานกับวิธีการเล่นของผู้เล่นที่เราต้องการจะนำเข้ามาสู่ทีม” โค้ชจุ่น กล่าว

“จากเกมถ่ายทอดสดเราจะเห็นเพียงแค่พื้นที่แคบๆ และไอ้ตอนไม่มีบอลนั่นแหละ คือ สิ่งสำคัญ ที่โค้ชต้องดู...บางทีที่เราเห็นว่าเล่นดีในการถ่ายทอดสด แต่อาจจะไม่เต็มคุณภาพอย่างที่เราต้องการ เพราะธรรมชาติของการการนำเสนอต่อสายตาแฟนบอลผ่านการถ่ายทอดสดทุกความเคลื่อนไหวจะตามไปที่ลูกฟุตบอล” โค้ชเบ๊-ไพโรน์ บวรวัฒนดิลก พูดด้วยความสบายๆกับโฟร์โฟร์ทู ไม่ได้ดุดันตามสไตล์เหมือนตอนสัมภาษณ์ในห้องแถลงข่าว

สภาพจิตใจ, ทัศนคติ, และความฟิต

“ในสนามฟุตบอลหนึ่งเกม 90 นาที มีอะไรเยอะแยะมากมาย” โค้ชธง-ธงชัย สุขโกกี เริ่มกล่าวถึงการไปดูนักเตะที่สนาม ซึ่งจะช่วยทำให้เห็นทัศนคติ และสภาพจิตใจนักเตะอย่างไร…

การเกาะติดดูนักฟุตบอลสักคนว่าเป็นนักเตะที่ดีหรือไม่...มันอาจจะไม่ใช่เกมเดียว เพราะสภาวะแวดล้อมเกมเหย้า - เยือนแตกต่างกันออกไป

สืบเนื่องจากข้อแรก… การดูนักฟุตบอลผ่านหน้าจอโทรทัศน์บางครั้ง มันแคบเกินไป ดูได้เฉพาะตอนภาพถ่ายทอดสดตัดไป หรือนักเตะคนนั้นๆ เข้ามาพัวพันกับลูกฟุตบอล แต่ถ้าได้ดูที่สนาม สังเกตดีๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วย คุณอาจเห็นสภาพจิตใจ (Mentality) รวมถึง ทัศนคติ (Attitude) ของนักเตะด้วย

“การเกาะติดดูนักฟุตบอลสักคนว่าเป็นนักเตะที่ดีหรือไม่...มันอาจจะไม่ใช่เกมเดียว เพราะสภาวะแวดล้อมเกมเหย้า - เยือนแตกต่างกันออกไป เวลาเจอภาวะกดดัน นักเตะเหล่านี้จะมีวิธีการเล่นที่เปลี่ยนไปอย่างไร ตื่นตระหนกไหม? (Panic) พอโค้ชเปลี่ยนแผน เปลี่ยนระบบ ความสามารถของเขาคงที่รึเปล่า เปลี่ยนไปแค่ไหน เมื่อทีมเปลี่ยนรูปแบบการเล่นที่อาจไม่ใช่แบบถนัดของเขา เขายังเล่นเพื่อทีมได้ดีเหมือนเดิมหรือเปล่า ปัจจัยอื่นๆเหล่านี้ ที่จะช่วยให้เราวิเคราะห์ได้ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น” โค้ชธง กล่าวทิ้งท้าย

อ.ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์  อดีตกุนซือหลายสโมสรในเมืองไทย และอดีตวิทยากรอบรมผู้ฝึกสอนฟุตบอล ผู้สันทัดงานด้านทฤษฎี กล่าวเสริมได้น่าสนใจ

ปัจจัยขั้นพื้นฐาน สิ่งแรกที่จะต้องทำเวลาจะดูใครสักคน คือ เข้าใจคุณลักษณะของผู้เล่นที่เราต้องการจะส่องฟอร์ม...ทักษะเขาเป็นอย่างไร? ตำแหน่งที่เล่นเหมาะสมกับรูปแบบของทีม ณ ขณะนั้นอย่างถึงที่สุดหรือไม่

“ปัจจัยขั้นพื้นฐาน สิ่งแรกที่จะต้องทำเวลาจะดูใครสักคน คือ เข้าใจคุณลักษณะของผู้เล่นที่เราต้องการจะส่องฟอร์ม...ทักษะเขาเป็นอย่างไร? ตำแหน่งที่เล่นเหมาะสมกับรูปแบบของทีม ณ ขณะนั้นอย่างถึงที่สุดหรือไม่” อ. ไพบูลย์ กล่าวเริ่ม “ฟุตบอลหนึ่งเกมจะเห็นแนวทางการเล่นของผู้เล่นแต่ละคน ทัศนคติต่อการเล่นเป็นทีมความเป็นมืออาชีพ เทคนิคการเล่นในสถานการณ์ที่กดดัน ความเข้าใจในการเติมเต็มเกมรุก และป้องกันเกมรับ ยิ่งฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้องใช้พละกำลังสูง ผู้เล่นที่ไม่ได้ครองบอลมีส่วนสำคัญมากต่อความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างหลัง คุณจะเห็นได้ชัดเลยว่า ผู้เล่นคนนั้นๆ วิ่งเยอะ (หมายถึงฟิต) และเป็นประโยชน์แค่ไหน”

สร้างความฮึกเหิมได้  

ข้อนี้ค่อนข้างเหมาะสมกับโค้ชทีมชาติ (...อย่างถึงที่สุด) คุณลองนึกภาพหากดาวรุ่งวัย 18 ปี คนหนึ่งที่กำลังฟอร์มดี ยิงประตูได้ต่อเนื่อง แล้วกุนซือทีมชาติ เข้ามาชมเกมสดๆในสนามดูซิ… ความฮึกเหิมในการลงเล่น อยากจะโชว์ฟอร์ม มันยิ่งมีมากขึ้นแค่ไหน? วินนี่ เคยพูดถึงสาเหตุสำคัญๆ ที่ทำให้เขาต้องบินข้ามทวีปไปชมเกมสดๆ ที่สนามในอังกฤษ เพราะสาเหตุนี้นี่แหละ

นักเตะจะรู้สึกฮึกเหิมว่า เฮ้ย! เอาล่ะ โค้ชทีมชาติของฉัน เข้ามาดูอยู่ในสนามนะ จริงๆ มันไม่ใช่กับเฉพาะนักเตะคนที่ติดทีมชาติอยู่แล้ว แต่รวมถึงทุกๆ คนในสนาม

“คือ นักเตะจะรู้สึกฮึกเหิมว่า เฮ้ย! เอาล่ะ โค้ชทีมชาติของฉัน เข้ามาดูอยู่ในสนามนะ จริงๆ มันไม่ใช่กับเฉพาะนักเตะคนที่ติดทีมชาติอยู่แล้ว แต่รวมถึงทุกๆ คนในสนาม พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจ … หลังจบเกม ผมก็จะเข้าไปหาพวกเขาในห้องแต่งตัว ไปให้กำลังใจพวกเขา ไปบอกว่าเขาเล่นดีนะ ทำได้ดีแล้ว หรือว่าควรปรับปรุงแก้ไขตอนไหน มันเหมือนกันตอนสมัยผมเป็นนักเตะนั่นแหละ” วินนี่ อธิบายถึงเรื่องนี้ได้อย่างน่าฟัง

เอาล่ะ… ต่อให้คุณไม่ใช่โค้ชทีมชาติ แต่หากคุณเป็นแค่สเก๊าท์คนสำคัญของทีมใหญ่ทีมหนึ่งที่แอบเข้าไปส่องฟอร์มการเล่นของดาวรุ่งคนหนึ่ง หากเด็กคนนั้นรู้เข้าล่ะก็… พวกเขายิ่งต้องเต็มที่จริงจังกับเกมนั้นแน่ๆ   

แล้วส่องฟอร์มผ่านทีวี และ คลิปวิดีโอล่ะ...ได้ประโยชน์ไหม?

เทคโนโลยี...ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์อยู่แล้ว และกับเกมฟุตบอลก็เช่นกัน อย่าเพิ่งคิดแอนตี้ไป หากโค้ชจำเป็นต้องดู, ศึกษา, สเก๊าท์ฟอร์ม ผ่านโทรทัศน์, คลิปวิดีโอ หรือข้อมูลเชิงสถิติ ที่ได้จากโปรแกรมเก็บข้อมูลสมัยใหม่ และ / หรือ บางครั้งไม่ได้ไปดูฟุตบอลที่สนาม

ถ้าเป็นผมอันดับแรกจะดูทีวีก่อนหากว่าต้องการได้ใครมาร่วมทีม

“ถ้าเป็นผมอันดับแรกจะดูทีวีก่อนหากว่าต้องการได้ใครมาร่วมทีม” สะสม พบประเสริฐ กุนซือที่กำลังพาแอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด บินสูงขณะนี้ และคอมเมนเตเตอร์ฟุตบอลดัง กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู ในมุมที่แตกต่างไป  “มันเป็นการลดเวลาในการค้นหาผู้เล่น ที่นอกเหนือจากจะส่งทีมแมวมองที่จะไปสนามต่างๆ จากนั้นสิ่งที่ตามมา คือ การไปดูต่อที่สนาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจ”

“โดยเฉพาะกรณีนักเตะต่างชาติที่มีเงื่อนไขของเวลามาเกี่ยวข้อง และไม่สามารถดูด้วยตาที่ขอบสนามได้ สิ่งแรกคือข้อมูลจากการลงสนามในเว็บไซต์หลักต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดบอกอยู่ว่าจำนวนนัดลงสนาม ใบเหลือง ใบแดง การยิงประตู ระยะทางการวิ่งในแต่ละเกม มันพอจะบอกได้ในระดับหนึ่งว่าผู้เล่นคนนั้นๆ น่าสนใจแค่ไหน โลกมันหมุนไปไกลแล้ว สิ่งที่จะทำให้เราตัดสินใจได้ดีมากขึ้น คือ การศึกษาข้อมูลจากรอบด้าน ซึ่งมัน ช่วยลดขั้นตอนการไปดูเกมที่สนามได้ในระดับหนึ่ง”  

แต่ก็เหมือนกับโค้ชในเมืองไทยทั่วไปนั่นล่ะ เกือบทุกคนคงไม่มีเวลาไปดูฟอร์มนักเตะต่างชาติที่สนามถึงต่างแดน พวกเขาก็ต้องใช้วิธีนี้เป็นหลัก... พวกเขาไม่สามารถบินไปสเก๊าท์ดูฟอร์มผู้เล่นต่างชาติที่สนใจจะคว้ามาร่วมทีมได้ทุกคน เพราะมีเงื่อนไขเรื่องเวลาที่จำกัด และแน่นอนว่าสโมสรก็คงไม่ออกตังค์ให้โค้ชไปศึกษานักเตะต่างชาติที่สนใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน ที่สำคัญบางครั้งเงื่อนไขของนักเตะบางรายก็ไม่ยินยอมที่จะมาทดสอบฝีเท้าก่อนเซ็นสัญญาด้วย อย่าง อาเรียล โรดริเกซ กองหน้าคอสตาริก้า “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ใช้เวลานั่งศึกษาข้อมูล และวิดีโอการเล่นของเขาอย่างละเอียดระหว่างปฏิบัติหน้าที่กับบางกอกกล๊าสอยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยซ้ำ

“หากว่ามันจำเป็นจริงๆ เราจำเป็นต้องหาข้อมูลจากฟูลแมตซ์ 3 เกมต่อเนื่อง เพราะใน 3 เกมต่อเนื่องหากว่าฟอร์มการเล่นของเขารักษามาตรฐานตัวเองได้ดีมันก็พอตอบอะไรได้บางอย่าง แต่คลิปวิดีโอผมไม่แนะนำ” อ. ไพบูลย์ กล่าวทิ้งท้าย ถึงเคสที่หากจำเป็นต้องส่องดูฟอร์มนักเตะสักคน ผ่านโทรทัศน์

ว่าแล้วก็อยากรู้นักว่า แต่ละทีมในไทยลีก… มีแมวมองที่จะซุ่มดูคู่แข้ง หรือเฟ้นหานักเตะใหม่ๆสักแค่ไหนกัน?

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand