ศนุกรานต์ ถิ่นจอม : คนเล็ก..หัวใจใหญ่ (ว่าที่)จอมทัพคนใหม่กิเลนผยอง

นี่คือหนึ่งในยอดแข้งดาวรุ่งที่ “กิเลนผยอง” ดึงกลับมาร่วมทัพอีกครั้ง หลังปล่อยให้อาร์มี่ ยืมไปใช้งานในฤดูกาลก่อน และเคยถูกสถาบันลูกหนังปฏิเสธเข้าร่วมทีมเพราะตัวเล็ก แต่มาวันนี้เขากลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก และโอกาสครั้งสำคัญของเขามาถึงอีกครั้ง เพื่อพาต้นสังกัดป้องกันแชมป์ไทยลีกให้ได้อีกหนึ่งสมัยในฤดูกาล 2017

เมืองทอง ยูไนเต็ด ยอดทีมเบอร์หนึ่งของเมืองไทยในเวลานี้ต่างเต็มไปด้วยบรรดายอดแข้งล้นทีม ซึ่งนอกจากนักเตะทีมชาติหรือสตาร์หลายอื่นๆยังมีเหล่าดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิดกับทีมอย่างเต็มตัว ซึ่งฤดูกาล 2017 “กิเลนผยอง” เรียกนักเตะวัยทีนที่ถูกปล่อยยืมในปีที่ผ่านมากลับมาสู่อ้อมอกอีกครั้ง โดยหวังเป็นกำลังสายเลือดใหม่เพื่อพาทีมไปสู่ความสำเร็จอีกครั้งในปีนี้

“เจ้าเกม” ศนุกรานต์ ถิ่นจอม หนึ่งในดาวรุ่งดวงใหม่แห่งทัพ “กิเลนผยอง” คือนักเตะที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าแข้งรุ่นเดียวกันที่ถูกดึงตัวกลับมาเล่นให้ต้นสังกัดที่แท้จริง แม้เพิ่งเคยประเดิมไทยลีกครั้งแรก ในฤดูกาล 2016 แต่กลับทำผลงานได้น่าประทับใจ เขาคือใคร? ฝีเท้าร้ายกาจแค่ไหน? และต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะมาถึงวันนี้… โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับยอดดาวรุ่งที่น่าจับตารายนี้กัน

เรื่องเล่า 60 วินาที

เจ้าหนูตัวจิ๋วนาม ศนุกรานต์ ถิ่นจอม เป็นชาวจังหวัดแพร่ เกิดในครอบครัวเกษตรกร ฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก ใช้ชีวิตเหมือนเด็กในหมู่บ้านชนบททั่วๆไป แต่แล้ววันหนึ่งหลัง เห็นเพื่อนๆกำลังเตะฟุตบอลเจ้าหนูรายนี้เกิดอยากลองเล่นดูบ้างก่อนจะติดใจ จนหลงใหลในกลิ่นสาบลูกหนัง และตั้งแต่นั้นมาเขาได้ตั้งความฝันไว้ว่าสักวันจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้

จุดเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลของเกม เกิดขึ้นเมื่อสมัยเรียนที่โรงเรียนเทพพิทักษ์วิทยา ในจังหวัดบ้านเกิด ฉายแววเด่นจนได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งรายการต่างๆในจังหวัด หลังใกล้จบชั้นประถมศึกษา เกมเห็นเพื่อนในจังหวัดมาคัดตัวกับโรงเรียนกีฬาในเมืองหลวง จึงตัดสินออกเดินทางเพื่อตามความฝันของตัวเองอีกขั้น ซึ่งพ่อ และแม่ของเขาต่างสนับสนุนไม่มีกีดกันแต่อย่างใด

หลังจากนั้นเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อโรงเรียนฟุตบอลชื่อดังอย่างพณิชยการราชดำเนิน สถาบันลูกหนังที่ผลิตยอดแข้งสู่เวทีอาชีพมาแล้วมากมายรับเจ้าตัวเข้าศึกษา และเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นฟุตบอลกับว่าที่จอมทัพช้างศึก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก่อนที่จะกลายเป็นคู่ซี้ และเล่นร่วมกันในเวลาต่อมา

ด้วยฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาจึงเกิดไปสะดุดตาอาจารย์พยงค์ ขุนเณร ปรมาจารย์ลูกหนังเมืองไทยแห่งพณิชยการราชดำเนิน แนะนำให้ไปคัดตัวกับ บีอีซี เทโรศาสน จนได้ร่วมทีมเยาวชน “มังกรไฟ” ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เขาได้ร่วมเล่นกับ ชนาธิป ก่อนผนึกกำลังพา “มังกรไฟ” คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ได้สำเร็จ และนั่นคือจุดเริ่มต้นสู่เวทีระดับอาชีพครั้งแรก ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ “กิเลนผยอง” ในที่สุด

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

ฤดูกาล 2016 ถือเป็นปีที่เปลี่ยนชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว เพราะก่อนหน้านี้สมัยอยู่ บีอีซี เทโรศาสน ตลอดจนย้ายมาเมืองทอง ยูไนเต็ด เขาไม่เคยมีโอกาสสัมผัสเกมลีกสูงสุดแม้แต่ครั้งเดียว อย่างมากก็แค่ระดับดิวิชั่น 3 เท่านั้น

แต่หลังถูก “กิเลนผยอง” ปล่อยให้ อาร์มี ยูไนเต็ด ยืมตัวมาใช้งาน มันกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในชีวิต เมื่อกลายคนสำคัญของต้นสังกัดใหม่ชนิดที่เจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสลงเล่นไทยลีกมากมาย และมาถึงเร็วขนาดนี้ เพราะนึกเพียงมาเก็บประสบการณ์เพื่อต่อยอดความสำเร็จในอนาคตเท่านั้น

ด้วยความที่ยังใหม่จึงยังปรับตัวไม่ได้ ตื่นเต้น สมาธิไม่มี ไม่ทันจังหวะเกม ส่งผลให้แมตช์แรกกับอาร์มี่ ที่บุกไปเยือนบีอีซี เทโร ในนัดเปิดสนามจบไม่ค่อยสวยนัก โดยถูกส่งลงเล่น 2 นาทีสุดท้ายแทน ราฟาเอล บ็อตติ แต่ถือเป็นความประทับใจไม่น้อยสำหรับแข้งดาวรุ่งรายนี้

ทว่าหลังจากนั้น ความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เจ้าตัวจำ และเก็บมาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง ส่งผลให้มีพัฒนาการที่ดี ก่อนจะได้รับโอกาสลงสนามบ่อยขึ้น ท้ายที่สุดได้รับเลือกเป็นผู้เล่น 11 คนแรก และเป็นนักเตะที่ทีมจะขาดไม่ได้ โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 28 เกม เป็นตัวจริงถึง 22 เกม และสำรองเพียง 6 นัดเท่านั้น ทั้งที่เป็นการประเดิมลีกสูงสุดปีแรกในชีวิต นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้นสังกัดที่แท้จริงดึงตัวกลับมาร่วมทีมอีกครั้งเพื่อลุยศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2017 ที่จะถึงนี้

จุดแข็ง

ความคล่องตัว ทักษะดี ว่องไว พื้นฐานฟุตบอลดีเยี่ยม ทำให้เขารับบทจอมทัพได้ไม่ยาก จากการลงสนามให้อาร์มี่ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2016 ทั้ง 28 นัด พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีดีแค่ไหน นอกจากนี้การผ่านบอลของเจ้าตัวช่วยสร้างโอกาสอันตรายได้หลายครั้ง รวมถึงเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้แต่อย่างใด แม้ผลงานโดยรวมจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ผลงานส่วนตัวถือว่ายอดเยี่ยม และอีกหนึ่งจุดแข็งที่เขามีติดตัวมาตั้งแต่เด็กนั่นคือ จิตใจนักสู้ ไม่เคยย่อท้อต่อความลำบาก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นำพาเขามาไกลได้ขนาดนี้

จุดอ่อน

ครั้งแรกในเวทีระดับลีกสูงสุด แน่นอนว่าย่อมมีเกร็งกันบ้างเป็นธรรมาดา บางจังหวะยังมีผิดพลาดให้เห็น รวมถึงรูปร่างของเขาที่ผอมบางทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดลงไป ซึ่งเป็นอุปสรรคในการต่อกรแนวรับคู่ต่อสู้ อย่างไรก็ตามเวลายังอีกยาวไกลบนถนนสายนี้ ยังเหลือเวลาอีกมากให้พัฒนาฝีเท้า และความแข็งแกร่ง ตลอดจนเพิ่มประสบการณ์ลูกหนังเพื่อก้าวไปสู่เส้นทางสุดยอดนักเตะในอนาคต

รู้หรือไม่

ในช่วงวัยเด็กความหลงใหลในเกมลูกหนังทำให้เขาฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ด้วยร่างกายที่เล็กเกินเด็กรุ่นเดียวกันถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งคุณพ่อของเขาต้องนำกระดาษมายัดปลายรองเท้าสตั๊ดเพื่อให้ลูกชายได้สวมเล่นฟุตบอลเลยทีเดียว เพราะไม่มีขนาดตามที่ต้องการ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สถาบันลูกหนังหลายแห่งปฏิเสธรับเกมเข้าเรียน

หลังเดินทางตามเพื่อนในจังหวัดบ้านเกิดเข้ามาคัดตัวกับโรงเรียนในเมืองหลวง ปรากฏว่าเพื่อนทุกคนผ่าการคัดเลือก มีเพียงเกมที่ต้องใช้เวลา 3 ปี กว่าจะได้รับโอกาสนั้น โดยปีแรกไปคัดตัวกับอัสสัมชัญธนบุรี แต่ไม่ติด ปีที่ 2 คัดที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และกรุงเทพคริสเตียน ก็ไม่ติดอีกเช่นเคย แต่ก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคโดยหวังอยากได้ทุนเรียนฟรีเพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน และเป็นนักเตะอาชีพให้ได้

สุดท้ายเขาเลือกไปคัดตัวกับพณิชยการราชดำเนิน สถาบันลูกหนังชื่อดัง ก่อนจะได้รับโอกาสเข้าศึกษา ตลอดจนฝึกปรือฝีเท้าอย่างจริงจัง และถือเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานที่ปั้นเขาไปสู่เวทีระดับอาชีพในเวลาต่อมา

โปรดติดตามตอนต่อไป…

ปัจจุบัน ศนุกรานต์ ถิ่นจอม ถูกเมืองทอง ยูไนเต็ด ดึงตัวกลับมาจากอาร์มี่ เป็นที่เรียบร้อย หลังปล่อยให้ยืมไปใช้งาน 1 ฤดูกาล ทว่าเส้นทางข้างหน้ายังมีสิ่งที่เขาต้องพิสูจน์อีกมาก ทั้งสตาร์ดังที่มีล้นทีม การแข่งขันในทีมที่สูงขึ้น รวมถึงความกดดันที่ต่างจากอาร์มี่ ยูไนเต็ด เพราะในฤดูกาล 2017 ขุนพล “กิเลนผยอง” ต้องทำผลงานให้ดีขึ้น หลังมีศักดิ์ศรีทีมแชมป์ไทยลีกปีล่าสุดค้ำคออยู่ และมีเป้าหมายเข้ารอบลึกๆในถ้วยเอเอฟซีอีกด้วย

แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาหวั่นเกรงแม้แต่น้อย ที่สำคัญมันกลับทำให้เขารู้สึกกระหายในชัยชนะมากขึ้น และตัวเขาเองยอมรับว่า วันนี้มาไกลมากจนคิดไม่ถึง จากเด็กต่างจังหวัดวิ่งตามความฝันมาตลอด แต่วันนี้ได้มาอยู่จุดที่เคยฝันไว้ได้สำเร็จ นอกจากนี้เจ้าตัวยืนยันว่า แม้จะเป็นเรื่องยากกับโอกาสลงสนาม แต่ก็ขอสู้เต็มที่ เพราะเวลานี้มาไกลเกินจะย้อนกลับไปได้แล้ว