สปีดเร็วกว่านรก : 10 กุนซือต่างชาติอายุสั้นสุดไทยลีก

แซม อัลลาร์ไดซ์ อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ มีอันต้องสละตำแหน่งเพราะเรื่องฉาว หลังเข้ารับงานได้เพียง 67 วัน… แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะเหล่ากุนซือต่างชาติที่เข้ามาทำงานในทยลีก แล้วด่วนไปไวกว่าเขามีอีกเยอะ…

นี่ คือ 10 อันดับ กุนซือต่างชาติที่มีอายุงานสั้นที่สุดในไทยลีก

อันดับ 10

แซร์โจ้ อปาเรซิโด้ อเล็กซานเดร

6 มกราคม 2016 - 22 มีนาคม 2016 (76 วัน)

“ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี คือทีมที่ไม่เคยหยุดเรื่องของพัฒนาและวางเป้าหมายให้สูงขึ้นทุกปี ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดการแต่งตั้งกุนซือมากประสบการณ์ในระดับเอเชียอย่าง แซร์โจ้ อปาเรซิโด้ อดึตกุนซือของอัล ซะบ๊าบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เริ่มต้นการเป็นโค้ชตั้งแต่อายุ 28 ปีในลีกระดับล่าง (สุดๆ) ของบราซิล

เขาเป็นกุนซือประเภทอ่อนน้อมถ่อมตน จิตวิทยาดี และปรับตัวเข้ากับนักเตะได้ง่าย แต่พออยู่ๆไปเรื่องจิตวิทยา และความเข้าอกเข้าใจนักเตะไม่เพียงพอ ไม่สร้างความเชื่อมั่นในตัวเขาให้กับลูกทีมได้ แถมไม่สามารถอธิบายแท็คติกอะไรให้ผู้เล่น “ช้างศึกยุทธหัตถี” เข้าถึงได้สักคน รูปแบบการซ้อมก็จัดว่าไม่มีแบบแผนเสียเลย

แม้ประเดิมนัดแรกด้วยความพ่ายแพ้ แต่แน่นอนว่ายังมีโอกาสให้แก่ตัว ทว่ากุนซือวัย 48 ปีกลับพาทีมเก็บได้เพียง 4 คะแนนจาก 3 นัดแรก ก่อนนัดต่อมาจะไม่ได้ยืนคุมทีมข้างสนามเพราะท้องเสีย แต่ทีมกลับเอาชนะศรีสะเกษ เอฟซี ได้ 1-0 และแล้วหลังจบแมตช์ดังกล่าว สโมสรก็ประกาศแยกทางกับเขาทันที กลายเป็นกุนซือคนแรกของซีซั่น 2016 ที่ขาเก้าอี้หัก

อันดับ 9

เรเน เดอซาเยียร์ (บีอีซี เทโร)

28 เมษายน 2013 - 11 กรกฎาคม 2013 (74 วัน)

เรื่องฝีมือในการคุมทีมนั้นต้องบอกเลยว่าไร้ข้อกังขาสำหรับ เรเน เดอซาเยียร์ อดีตกุนซือที่เคยพา “กิเลนผยอง” เถลิงถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเมื่อปี 2010 ถูกดึงตัวแต่งตั้งเข้าคุมทัพ “มังกรไฟ” แทนสเตฟาน เดโมล กุนซือคนบ้านเดียวกัน ที่ได้รับโอกาสทำหน้าที่เพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น แม้จะพาทีมเก็บชัยได้ถึง 5 จาก 7 เกม และแพ้แค่นัดเดียว

อย่างไรก็ตาม การมาของ เรเน่ ไม่อาจสานต่อผลงานที่กำลังเข้าท่าเข้าทางของทีมได้ เมื่อกุนซือชาวเบลเยียมรายนี้ พาบีอีซี เทโรศาสน คว้าชัยได้แค่ 4 นัดเท่านั้น จากการคุมทีมทั้งหมด 12 นัดในทุกรายการ แม้ในลีกจะได้รับโอกาสแก้ตัวเรื่อยมา แต่ฟางเส้นสุดท้ายก็ต้องหลุดมือเมื่อตกรอบ 16 ทีม ศึกเอฟเอ คัพ โดยพ่ายให้กับทีมรองบ่อนอย่าง ปตท.ระยอง ไป 2-1 ประเดิมเป็นกุนซือคนแรกที่โดนปลดในช่วงเลกสองของปีนั้น

อันดับ 8

โคอิชิ ซูกิยาม่า (บีบีซียู)

22 กุมภาพันธ์ 2016 - 25 เมษายน 2016 (63 วัน)

หลังจากพาทีมอยุธยา เอฟซี จบอันดับ 6 ในศึกดิวิชั่น 2 โคอิชิ ซูกิยาม่า ก็ถูกดึงตัวกลับไปคุมทีมยังถิ่นกำเนิดในแดนอาทิตย์อุทัย ก่อนจะหวนคืนสู่แดนสยามอีกครั้ง โดยการรับงานกุมบังเหียน บีบีซียู น้องใหม่แห่งศึกโตโยต้า ไทย ลีก ที่บอร์ดบริหารหวังใช้ประสบการณ์อันล้นเหลือของเขา ประคองทีมให้อยู่รอดบนลีกสูงสุดของประเทศ

แต่โคอิชิก็ต้องทำให้เหล่าผู้บริหารและแฟนบอล “บิ๊กแบง” ต้องผิดหวัง เพียงแค่เปิดซีซั่น ก็ประเดิมด้วยการบุกไปพ่าย ราชบุรี 2-0 แม้นัดถัดมาจะเปิดบ้านเอาชนะศรีสะเกษได้ 2-0 อีก 5 นัดหลังจากนั้นโคอิชิก็พาทีมแพ้รวดทั้งหมด พาทีมเก็บได้เพียง 3 คะแนนจาก 7 นัดรั้งอันดับสุดท้ายของตาราง ทำให้ล่าสุดมีอันต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังใช้เวลากับ “บิ๊กแบง” เพียง 62 วันเท่านั้น

และด้วยเหตุนั้นเอง ทำให้เฮดโค้ชเลือดซามูไร ถูกปลดออกจากตำแหน่งเป็นรายที่ 3 หลังเปิดฤดูกาลไปได้ไม่นาน ต่อจาก อิสสระ ศรีทะโร ของชัยนาท ฮอร์นบิล และ แซร์โจ้ อปาเรซิโด ของ สุพรรณบุรี เอฟซี

อันดับ 7

มิก้า ลอนน์สตรอม (สระบุรี เอฟซี)

14 เมษายน 2015 - 15 มิถุนายน 2015 (62 วัน)

หลังห่างหายจากวงการฟุตบอลแดนสยามไปค่อนปี กุนซือผมสลวยก็กลับมาจับงานคุมทีมอีกครั้งกับ สระบุรี เอฟซี โดยเป็นการเซ็นสัญญาคุมทีมแค่ครึ่งฤดูกาล เข้ามาแทนที่ ธชตวัน ศรีปาน โค้ชคนเก่าที่ลาออกจากตำแหน่งไป โดยมีเงื่อนไขระบุไว้ว่า หากทำทีมผลงานดี ลอนน์สตรอมจะได้ขยายสัญญาคุมทีมยาวจนจบซีซั่น นอกจากนี้ยังเป็นขงเบ้งชาวต่างชาติคนแรกของทีมอีกด้วย

เจ้าตัวหมายมั่นปั้นมือจะแก้ตัวจากความล้มเหลวกับเพื่อนตำรวจ แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม แม้จะเริ่มต้นสวยด้วยการพาทีมบุกชนะสุรินทร์ 3-1 ในศึกโตโยต้า ลีก คัพ แต่เกมนัดถัดมาในลีกก็จัดการพ่ายคารังให้ราชบุรี 2-1 เสียเลย และหลังจากนั้นมาก็หาคำว่าชัยชนะไม่เจอ อีกทั้งเกมสุดท้ายในฐานะกุนซือก็คือการพาทีมพ่ายพัทยา ยูไนเต็ด กระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพ

ต่อมาสถานการณ์ในทีมย่ำแย่ถึงขีดสุด เมื่อ วีระพล อดิเรกสาร ประธานสโมสร ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ด้วยปัญหาสุขภาพและทางด้านการเงิน ที่ไม่มีงบหมุนเวียนในทีม และอีกสองวันให้หลัง ไอ้หนุ่มผมยาวจากฟินแลนด์ก็ไขก๊อกลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน หลังจากคุมทีมลงทำศึกในลีกได้เพียง 4 นัด ด้วยผลงาน แพ้ 3 เสมอ 1 และไม่ชนะใครเลย

อันดับ 6

คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ่ (เมืองทอง ยูไนเต็ด)

31 ธันวาคม 2010 – 28 กุมภาพันธ์ 2011 (58 วัน)

ปี 2009 คาร์ลอสเริ่มจับงานสโมสรเป็นครั้งแรกในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ก่อนจะลงมาจับงานโค้ชด้วยตัวเอง แทนที่ของ สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่ขอลาออก ทว่าเขากลับทำผลงานได้ย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นโค้ชที่ชอบโรเตชั่นนักเตะแบบยกทีมมากเกินไป จนทำให้แฟนบอลเริ่มไม่พอใจ สุดท้ายบอร์ดบริหารของกระต่ายแก้วทนไม่ไหวสั่งพักงาน ต่อมา คาร์ลอส ก็ได้ตัดสินใจลาออกจากถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม ปิดฉากด้วยสถิติคุมทีม 20 นัด ชนะได้เพียงแค่ 8 เกมเท่านั้น

หลังจบฤดูกาล 2010 คาร์ลอส ก็ได้งานใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการเข้ามารับงานคุมทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก 2 สมัย ที่เพิ่งแยกทางกับ เรเน่ เดอซาเยียร์ พร้อมกับความเชื่อมั่นของผู้บริหารกิเลนผยองว่า คาร์ลอสจะเข้ามาทำให้ทีมไปไกลถึงเอเชีย พร้อมทุ่มงบให้ คาร์ลอส ซื้อแข้งผู้เล่นเสริมให้มากมาย แต่เพียงแค่เกมถ้วย ก ซึ่งเป็นนัดแรกอย่างเป็นทางการเขาก็ทำให้ผู้คนต้องอึ้ง…

ต้องอึ้งซิ...ก็เขาเล่นจับ เซช เรห์มาน อดีตกองหลังกัปตันทีมวัตฟอร์ดมายืนเป็นแบ็คขวาหน้าตาเฉย เรื่องพลอยซวยไปถึง เรห์มาน ด้วย เพราะเขาทำหน้าที่ได้ไม่ดีในเกมนัดนั้น ก่อนเมืองทองฯ เป็นฝ่ายแพ้ไป หลังจากนั้นบรรดาแข้งที่เขาเป็นคนเซ็นสัญญาเข้ามา ทั้งหมดต่างก็ล้มเหลวกับทีม รวมถึงเขายังปล่อยตัวออกไปจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบการขายขาดและยืมตัว

อย่างไรก็ตาม จุดจบของเขากับเมืองทองมาถึงรวดเร็วมาก ถึงขนาดที่ไม่ได้คุมทีมไทยลีกนัดแรก แถมไม่ได้ถ่ายภาพหมู่สโมสรด้วยซ้ำ...ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2010  คาร์ลอส มีภารกิจพาเมืองทอง ลงเล่นเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก แต่กลับคว้าน้ำเหลวด้วยการแพ้จุดโทษ ศรีวิจายา และด้วยรูปเกมที่ไม่สวยงาม ซึ่งดูแล้วทีมไม่น่าจะไปรอด เมืองทอง จึงถอดเขาออกจากตำแหน่งเฮดโค้ช แล้วก็ส่งตัวให้ไปทำทีมเยาวชนและดูแลอะคาเดมี่แทน ก่อนจะหายหน้าไปจากวงการลูกหนังไทย 2-3 ปี และกลับมาล้มเหลวอีกครั้งกับเพื่อนตำรวจ ที่ได้โอกาสคุมทีมแค่ 9 นัดเท่านั้น ด้วยสถิติแพ้ถึง 6 เสมอ 2 และชนะแค่เกมเดียว