StatsZone : 5 เรื่องน่ารู้หลังลอนดอนดาร์บี้สุดมันระหว่างไก่-ปืน

Chris Flanagan  คอลัมนิสต์ FFT อยู่ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน พร้อมกับใช้ Stats Zone วิเคราะห์เกมดาร์บี้แมตช์เมืองหลวง ระหว่าง ท็อตแน่มฮ็อต สเปอร์ส กับ อาร์เซนอล – ดาวน์โหลดฟรีได้ที่ iOS และ Android...

1. อเล็กซิส ยังมีของ

ประตูตีเสมอของ อเล็กซิส ชานเซส คงทำให้แฟนๆ “ไก่เดือยทอง” เซ็งไม่น้อยที่ทีมรักของพวกเขาขึ้นตำแหน่ง “จ่าฝูง” ได้เพียง 14 นาทีเท่านั้น

โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ว่า ปีกทีมชาติชิลี ไม่สามารถยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ทั้งยังฟอร์มตกมาตลอด(พร้อมทั้งโดน “เดอะ กูนเนอร์” ทั่วโลกด่าต่อเนื่อง) โดย อาร์แซน เวนเกอร์ ให้เหตุผลว่า อเล็กซิส กรำศึกหนักมาและแทบไม่ได้พักเลยในช่วงตลอดสองปีที่ผ่านมา(ฟุตบอลโลก 2014, โคปป้า อเมริกา 2015) ทำให้ฟอร์มของ อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า ออกทะเล

อย่างไรก็ตาม การที่มีนักเตะระดับเขาอยู่ในสนาม ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า เหมือนอย่างที่ อเล็กซิส แสดงให้เห็นในเกมเมื่อคืนวันเสาร์

ฉลองประตูตีเสมอ

แม้ว่า อเล็กซิส อาจจะยังไม่ดูโดดเด่นมากในช่วงแรก โดยก่อนหน้าจะยิงประตูได้นั้น ปีกหมายเลข 17 ไม่สามารถเลี้ยงบอลฝ่าผู้เล่นสเปอร์สได้เลย จากความพยายามทั้ง 3 ครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็สร้างโอกาสให้เพื่อนได้ 2 ครั้ง และหาโอกาสยิงได้อีก 3 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ จังหวะการยิงตีเสมอ 2-2 นั่นเอง

“เขาแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและผมหวังว่ามันจะทำให้เขามั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ” เวนเกอร์ ให้สัมภาษณ์หลังเกม “และคราวนี้เราจะเห็น อเล็กซิส คนเดิมอีกครั้ง”

 

2. เด็มเบเล่ กลับมาถูกเวลา

เวนเกอร์ บอกว่า เขาพอใจกับผลงานการเล่นของทีม และคิดว่าหากมีผู้เล่นเท่ากัน ลูกทีมของเขาจะเก็บสามคะแนนได้แน่นอน

อย่างไรก็ตาม คนที่น่าเสียดายมากกว่า คือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และลูกทีม เพราะสถิติทุกอย่างหลังเกมบ่งบอกว่า “ไก่เดือยทอง” เหนือกว่าคู่แค้นทุกกระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล(สเปอร์ส 52% อาร์เซนอล 48%) หรือจะเป็นโอกาสยิงประตูที่ทั้งสองทีมห่างกันชนิดเทียบไม่ติด (สเปอร์ส 26 อาร์เซนอล 10) ซึ่งนั่นคล้ายๆกับเกมแรกที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่พวกเขาขึ้นนำ ก่อนที่จะโดน “ปืนใหญ่” ตีเสมอ

การผ่านความฟิตของ มุสซ่า เด็มเบเล่ ทำให้กองกลางและกองหน้าของ สเปอร์ส เป็นชุดเดียวกับเกมแรกที่เสมอกัน 1-1 ที่บ้านของอาร์เซนอล โดย เด็มเบเล่ ยืนเคียงข้าง เอริค ไดเออร์ ในแดนกลาง ขณะที่สามตัวรุก ประกอบด้วย เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริคเซ่น และ เอริค ลาเมล่า ส่วนหน้าเป้า รับบทโดย แฮร์รี่ เคน

ซึ่งผลงานของทั้งหกคนในเกมกับ “ปืนใหญ่” จากทั้งสองเกม บอกเราได้อย่างดีว่า ทำไม “ไก่” ตัวนี้ถึงบินสูงเหลือเกิน..

พวกเขาสอดประสานกันอย่างลงตัวและเล่นกันอย่างรู้ใจ จนทำให้ผู้เล่นอาร์เซนอลไม่สามารถตั้งเกมสู้ได้เลย ทั้งๆที่ปกติแล้ว ลูกทีมของ เวนเกอร์ มักจะเป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งเสมอ

 
การมี เด็มเบเล่ ทำให้ สเปอร์ส ครองเกมได้

อย่าง ไดเออร์ นั้นเป็นผู้เล่นที่ผ่านบอลดีมากที่สุดในสนาม(42 ครั้ง) หรือจะเป็น อีริคเซ่น ที่สร้างโอกาสให้ทีมได้ 5 ครั้ง พร้อมกับผ่านบอลในพื้นที่สำคัญได้อีก 21 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในสนาม

นอกจากนี้ อัลลี่ ยังช่วยวิ่งกดดัน บีบเกมแนวรับทีมเยือนตลอดทั้งเกม ทั้งยังใช้ความเร็วเบียดชนะ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ จนทำให้ เคน ได้ยิงประตูที่สองอย่างสวยงาม ส่วนกองกลางอย่าง เด็มเบเล่ นั้น เลี้ยงผ่านผู้เล่นอาร์เซนอลได้ถึง 6 ครั้ง พร้อมกับจ่ายบอลเสียงเพียงครั้งเดียว จากการผ่านบอลทั้งหมด 37 ครั้ง

ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆก็ช่วยกันได้ดี โดยเฉพาะแบ็คซ้ายอย่าง แดนนี่ โรส ที่ขึ้นไปช่วยแนวรุกได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย

"ด้วยวิธีที่เราเล่น เราสมควรจะได้อะไรที่มากกว่านี้" โปเช็ตติโน่ กล่าวหลังเกม "พวกเราเป็นทีมที่เด็กที่สุดในพรีเมียร์ลีก เราผิดพลาดไปนิดเดียว แต่ที่เหลือเราเล่นได้ดีมาก ฉะนั้นเราควรมีความสุขกับความพยายามที่นักเตะได้แสดงออกมาให้เห็น" 

 

3. เคน เกิดมาเพื่อ “บิ๊กเกม”

ลูกที่ เคน ยิงขึ้นนำ 2-1 คงมีโอกาสลุ้นประตูแห่งซีซั่นได้เช่นกัน โดยเจ้านายของเขากล่าวชมหลังเกมว่า “มันเป็นประตูที่มหัศจรรย์และน่าประทับใจสุดๆ” เลยทีเดียว

โดยประตูนี้ถือเป็นประตูที่ 4 ที่ “เดอะ เฮอริเคน” ยิงใส่สโมสรที่เคยปฏิเสธเขาในวัยเด็ก ทั้งยังเป็นลูกที่ 14 จาก 18 เกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ในชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมไม่เบา

นั่นหมายความว่า เคน ไม่กดดันเมื่อต้องเล่นในเกมที่ใหญ่หรือมีศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน และนั่นจะส่งผลดีต่อทีมชาติอังกฤษที่สุด เมื่อ ยูโร 2016 กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่ช้า

ดาวยิงวัย 22 ปี ช่วยดึงกองหลัง “ปืนใหญ่” ได้ตลอดทั้งเกม ทั้งยังหาโอกาสยิงได้ถึง 8 ครั้ง(เข้ากรอบ 5) และยังเรียกใบแดงจาก ฟรองซิส โกเกอแล็ง ได้อีกด้วย

 

4. เอลเนนี่ น่ารักน่าลุ้น

อันที่จริง ตอนที่ อาร์เซนอล ขึ้นนำแล้วนั้น พวกเขาเล่นได้ไม่เลวเท่าไร และสมควรได้รับเครดิตเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างพังทลายลงทันทีที่ โกเกอแล็ง เสียใบเหลืองที่สองแบบไม่จำเป็น(ฟาล์ว 3 จากการเข้าบอล 5 ครั้ง และได้ 2 ใบเหลือง) ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงการขาดประสบการณ์ในเกมใหญ่ของ กองกลางดาวรุ่ง รายนี้ โดยก่อนหน้านี้ โกเกอแล็ง ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 44 เกมเท่านั้น

ทว่า หากเทียบกับคนที่ลงสนามน้อยกว่าเขาในพรีเมียร์ลีกถึง 43 เกมอย่าง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ที่เพิ่งได้รับโอกาสเปิดซิงเกมลีกสูงสุดอังกฤษเป็นครั้งแรก ทั้งยังต้องลงสนามในเกมที่กดดันสุดๆเกมหนึ่งของฤดูกาล ถือว่า เอลเนนี่ ทำได้ดีกว่า โกเกอแล็ง พอสมควร

แน่นอนว่าทั้งคู่ไม่สามารถช่วยให้ทีมครองเกมได้ แต่ กองกลางทีมชาติอียิปต์ นั้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขา พร้อมกับสร้างความหวังให้แฟนๆ “เดอะ กันเนอร์” ว่า จะเป็นตัวหลักต่อไปได้ในอนาคต

โดยสถิติของ มิดฟิลด์จากบาเซิ่ล รายนี้ คือ แย่งบอลได้ 10 ครั้ง และ สกัดลูกอันตรายได้อีก 3 ครั้ง

 

5. วิ่งสู้ฟัดสู่แชมป์

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “ไก่เดือยทอง” เล่นได้ดีกว่าในเกมนี้ ก็เพราะว่า การเล่นเพรสซิ่งที่เหนือกวาสทีมเยือน โดยเด็กๆของ โปเช็ตติโน่ วิ่งเข้าบีบผู้เล่นอาร์เซนอล ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม

โดย สเปอร์ส แย่งยอลได้ทั้งหมด  29 ครั้ง ขณะที่ “ปืนใหญ่” ทำได้ 25 ครั้ง ซึ่งภาพจาก StatsZone แสดงให้เห็นว่า เจ้าถิ่น ตั้งใจบีบเข้าใส่ อาร์เซนอล ตั้งแต่กลางสนามเป็นต้นไป ขณะที่ ทีมเยือน นั้นมักจะถอยลงไปรับต่ำและตัดเกมบริเวณแดนของตัวเองเท่านั้น

ซึ่งด้วยพลังงานที่ยังสดของเด็กหนุ่มในทีม ทำให้ สเปอร์ส สามารถใช้แผนนี้เข้าสู้ได้ และไม่แน่ว่า ในช่วงท้ายๆซีซั่นแบบนี้ ที่หลายทีมเริ่มกรอบจากโปรแกรมการเล่นที่ถี่หยิบ อาจจะทำให้ พวกเขาได้เปรียบเล็กๆเช่นกัน

ฤา “ไก่เดือยทอง” จะสร้างประวัติสร้างได้สำเร็จ?

 

Analyse Tottenham 2-2 Arsenal yourself using Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android