สุโขทัย เอฟซี : ค้างคาวไฟ ปฐมบทใหม่แห่งทีมภูธรบนลีกสูงสุด

หากจะพูดถึงทีมภูธรทีมแรกๆที่ทำผลงานได้ดีในวงการฟุตบอลไทยเราคงต้องนึกย้อนไปที่ชลบุรี เอฟซี แชมป์ไทยลีกเมื่อปี 2007 แต่หากพูดถึงในยุคนี้ คงไม่มีใครกล้าปฎิเสธทีมนี้ที่กำลังจะสร้างปฐมบทใหม่ให้กับไทยลีกอีกครั้ง "คางค้าวไฟ" สุโขทัย เอฟซี กับตำแหน่งอันดับที่สามศึกยามาฮ่า ลีกวัน

กำแพงเมืองจีนไม่ได้สร้างเสร็จภายในเวลา1ปี แต่กับใช้เวลากว่าทศวรรษ เช่นเดียวกับทีมสุโขทัย เอฟซี ที่ใช้เวลากว่า 8 ปี กว่าจะขึ้นไทยลีกได้ พวกเขาไม่ได้เพิ่งเริ่มแต่เริ่มมานานแล้ว ก่อนที่จะมาทำสำเร็จจากผู้ชายที่มีชื่อว่า "สมศักดิ์ เทพสุทิน"

“เราต้องการให้ฟุตบอลเป็นเสมือนสมบัติของคนทั้งจังหวัด เพราะผมเชื่อว่าฟุตบอลจะสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้” ประธานสโมสรค้างคาวไฟย้ำทุกครั้งเมื่อให้สัมภาษณ์สื่อหลังเข้ามาดูแลทีมอย่างเต็มตัวในปี2013จากการเรียกร้องของแฟนๆในตำแหน่งประธานสโมสร (ก่อนหน้านั้นดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมาศักดิ์สโมสร)

สุโขทัย เอฟซี เริ่มส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ลีกภูมิภาคดิวิชั่น2 ในปี 2009 โดย 5 ปีกับลีกล่างสุด เปลี่ยนกุนซือมาแล้วกว่า 6 คน ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยผลงานที่ถือว่าไม่ค่อยเข้าตานัก จบด้วยอันดับครึ่งโซนท้ายซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยความมุงมั่นของผู้บริหารบวกกับแรงผลักดันจากแฟนบอลทั้งจังหวัด ทำให้ในปี 2013 (อิสสระ ศรีทะโร กุนซือขณะนั้น) พวกเขาสามารถทำผลงานได้ดีจนผ่านเข้าสู่รอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น1 เนื่องจากทำได้เพียงอันดับสามเท่านั้น ก่อนที่จากถัดมาปีเดียว 2014 (ชูศักดิ์ ศรีภูมิ กุนซือขณะนั้น) พวกเขาได้เก็บข้อผิดพลาด รวมพลังสู้อีกครั้ง จนคว้าแชมป์โซนภาคเหนือด้วยผลงาน ชนะได้ถึง 19 นัด เสมอ 4 แพ้แค่ 3 จากการลงสนาม 26 เกม และผ่านเข้าเล่นรอบแชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งครั้งนี้พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป แม้จะไม่ได้แชมป์ แต่ก็รั้งอันดับสองในกลุ่มได้สิทธิขึ้นสู่ศึกดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ สร้างความสุขและความหวังให้กับสาวกค้างคาวไฟไปถ้วนหน้า

ฤดูกาลแรกบนลีกรองของประเทศ (2015) ทัพค้างคาวไฟจัดการเปลี่ยนแปลงทีมพอสมควร แต่ยังยึดผู้เล่นพลังหนุ่มจากชุดเดิมเป็นหลัก โดยมี “โค้ชชาย" สมชาย มากมูล กุนซือมากประสบการณ์ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งพวกเขาเริ่มต้นได้ดีเลยทีเดียว เกมรุกมีความเฉียบคมทะลวงประตูคู่แข่งได้มากสุดติด1ในสามทีมของการแข่งขัน รั้งอันดับเลขตัวเดียวในเลกแรก ชนิดที่แฟนบอลทั่วประเทศต่างคาดไม่ถึงเนื่องจากถือว่าเป็นน้องใหม่ในเวทีระดับนี้ แต่ด้วยผลงานที่เด่นชัดบวกกับโอกาสที่ปฎิเสธไม่ได้ว่าเวลานั้นพวกเขาเองก็มีสิทธิเลือนชั้นสุงพอสมควร เพราะเป็นปีที่แต้มไม่ห่างกัน ทำให้ทางผู้บริหารจึงเริ่มมองถึงเป้าหมายที่สุงขึ้นคือเลื่อนชั้นไปไทยลีก (จากน้องใหม่ช่วงแรกเป้าหมายหวังแค่อยู่รอดและทำให้ดีที่สุด) เมื่อเป้าหมายใหญ่ขึ้น แน่นอนพวกเขามีการปรับเปลี่ยนทีมอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นตำแหน่งกุนซือที่ได้ดึงเอา “น้าฉ่วย” สมชาย ช่วยบุญชุม กุนซือจอมเก๋าและผ่านเวทีกับลีกไทยมาแล้วมากมายเข้ามารับภารกิจคต่อจาก โค้ชชาย สมชาย มากมูล ที่วางมือไป

ค้างคาวไฟในยุค “น้าฉ่วย” ยังคงเล่นได้อย่างสนุก ดุดัน ผู้เล่นต่างชาติยังถือเป็นทีเด็ดและเป็นของแสลงสำหรับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น ฟิลิเป้ เฟอร์ไรร่า มิดฟิลด์ชาวบราซิล หรือ จอห์น บาจโจ้ แนวรุกดีกรีทีมชาติมาดากัสก้าที่เป็นนักเตะโนเนมไม่มีคนรู้จักมาก่อน แต่กลับทำผลงานได้อย่างสุดยอดชนิดที่สาวกค้าวคาวไฟยกให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าที่สุด

ผลงานช่วงนั้นถือว่าติดปีกเลยทีเดียว จากที่มีแฟนๆเป็นจำนวนมากคอยติดตามอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขาได้เล่นเป็นทีมเหย้า สนาม ทุ่งทะเลหลวง (นรกทีมเยือน) จะมีแฟนๆมาให้กำลังใจชนิดที่เต็มความจุของสนามทุกนัด 8,000 คน (บางทีก็ล้น และมีบางส่วนที่เข้าชมไม่ได้เนื่องจากตั๋วหมด)

เป้าหมาย ความคาดหวัง บวกกับแรงกดดันที่มีมากขึ้นเป็นทวีคูณ สิ่งเหล่านี้ถูกโยนมาที่กุนซือวัย 62 ปี “น้าฉ่วย” ไม่ทำให้สาวกค้างคาวไฟผิดหวังเมื่อจัดการพาทีมโกยแต้มได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจนขยับมารังอันดับที่4หลังผ่านพ้นไป37นัดในลีก ก่อนที่จะตอกย้ำความสำเร็จด้วยการพาลุกทีมเอาชนะ นครปฐม ยูไนเต็ด ในนัดตกค้างที่ยื้อเยื้อมากว่า6เดือน 1-0 พวกเขาทยานสู่ไทยลีกอย่างสง่างาม พร้อมสถิติเป็นอีกหนึ่งทีมที่สามารถเลื่อนชั้นได้สามลีกจากสามปี ที่ลงทำการแข่งขัน และถูกบันถึงให้เป็นทีมที่ 7 ที่ก้าวมาจากลีกดิวิชั่น 2 ต่อจาก เชียงราย ยูไนเต็ด ปี 2011 ,บุรีรัมย์ เอฟซี ปี 2012 , ชัยนาท ปี2012 , ราชบุรี ปี 2013 , นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ปี 2015 และ สระบุรี ปี 2015

ฤดูกาล 2016 สำหรับการเตรียมทีมในการเล่นบนลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในฐานะน้องใหม่ที่ต้องเผชิญกับคำว่าของจริง ทางผู้บริหารยังคงวางใจให้น้าฉ่วยเป็นกุนซือตามเดิม กับเป้าหมายต้องไม่ต้องชั้น ซึ่งน้าช่วยเองก็มั่นใจว่าทีมจะไม่ตกชั้นแน่นอน พร้อมการันตีจบเลขตัวเดียวไ้ด้ โดยผู้เล่นมีก็มีการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร การจากไปของ ฟิลิเป้ เฟอร์ไรร่า ที่ถือว่าเป็นผู้เล่นหลักมาตลอด ทำให้บอร์ดบริหารต้องเล็งหานักเตะเพื่อมาทดแทน และเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งพวกเขาได้นักเตะใหม่เข้ามาถึง 9 ราย ไล่ตั้งแต่ ดาวิด บายีฮา (ราชนาวี) ,ดิยุฟ บีรัม (สระบุรี เอฟซี) ,ยุทธพงษ์ ศรีละคร (สระบุรี เอฟซี) ,สุริยกานต์ ฉิมจีน (สระบุรี เอฟซี) ,สราวุธ กองลาภ (บางกอกกล๊าส เอฟซี) ,พรปรีชา จารุนัย (บีบีซียู เอฟซี) ,ศักดรินทร์ มิ่งสมร (ยาสูบ เอฟซี) ,ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด (สุพรรณบุรี เอฟซี) และ พงศกร สีรอด (ยืมตัวจาก แบงค็อก ยูไนเต็ด) ขณะที่ผู้เล่นแกนหลักก็ได้รับการต่อสัญญาใหม่เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทำผลงานได้ดีกับสโมสรและมอบความสุขให้กับชาวสุโขทัยตลอดมา ไม่ว่าจะเป็น คาตาโนะ ฮิโรโมชิ ,ยอด จันทวงศ์ , เสมอภาค ศรีนนท์ และ ศตวรรษ บรรดาศักดิ์ รวมถึง จอห์น บาจโจ้ ผู้เล่นคนสำคัญที่จะพาทัพค้างคาวไฟฝุงนี้ได้พิสูจน์อีกครั้งกับคำว่าทีมภูธรที่มักจะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ

The Coach : สมชาย ชวยบุญชุม : เรื่องตกชั้นตัดไป เป้าหมายเราเลขตัวเดียว

บุคคลิกที่เชื่อมั่นในตัวเอง และเป็นกันเองกับนักเตะ พร้อมความตั้งใจที่ใส่เกินร้อยทุกครั้งที่คุมทีมอยู่ข้างสนาม เรากำลังพูดถึงอีกหนึ่งสุดยอดโค้ชแถวหน้าของเมืองไทย “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือวัย 62 ปี ของสโมสรสุโขทัย เอฟซี สมาชิกใหม่ไทยลีก 2016

- ติดตามเรื่องราวของกุนซือมากประสบการณ์ได้ที่นี่ -

Key Player - จอห์น บาจโจ้ : ร้านอาหารข้างทางไม่ยอมคิดตังค์ผม! 

จากเด็กตัวกระเปี๊ยกที่มีความสูง 168 ซม. จนเพื่อนๆในทีมฟุตบอลของหมูบ้านให้ค่อยช่วยเก็บบอลจากการฝึกซ้อม มุ่งมั่นพยายามสู่แข้งทีมชาติมาดากัสการ์ และกลายนักเตะที่เปรียบเสมือนลมหายใจทัพ “ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี น้องใหม่ศึกไทยลีก2016 ที่ขาดไม่ได้!

- ติดตามเรื่องราวรองแข้งที่เป็นเหมือนลมหายใจของสุโขทัยได้ที่นี่ -

Rising Star - กิตติศักดิ์ ธูปขุนทด : ค้างคาวไฟยังบลัด

นี่ คือ ดาวเตะอนาคตไกลความหวังสูงสุดของ “ค้างคาวไฟ”... "เจ้าเบิร์ด” เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด แนวรับวัย 21 ปี

- ติตตามเรื่องราวของนักเตะอนาคตไกลของ "ค้างคาวไฟ" ได้ที่นี่ -

Supporter : โทนี่ จี๋ - วัชรินท์ พุฒฤทธิ์ : เวลาอยากรู้ข้อมูลทีมของรัก แต่ต้องไปอ่านจากที่อื่นมันน่าเจ็บใจนะครับ

“ย้อนไป 5-6 ปีที่แล้ว วันนั้นผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง และเขาก็บอกว่าจังหวัดเรามีทีมฟุตบอลลงแข่งขันกับเขาแล้วนะ ซึ่งเป็นลีกดิวิชั่น2 รู้บ้างมั้น? ผมเองก็งงๆ ตอบไปว่าไม่รู้เลย และก็รู้สึกหงุดหงิดว่าเอ้ทำไมนี่ขนาดเราติดตามเรื่องฟุตบอลโดยเฉพาะฟุตบอลไทยมาตลอดยังไม่รู้เลยเหรอ นี่ทีมบ้านเราเองแท้ๆนะ และนั้นมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจ และเริ่มติดตามอย่างจริงจัง” โทนี่ จี๋ ผู้ที่ได้รับการขนานนามจากเหล่าสาวกค้างคาวไฟให้เป็นประธานกลุ่มแฟนคลับระดับซีเนียร์ เริ่มเล่าถึงที่มาของเจ้าตัวให้กับ FFT ฟังทันทีที่ได้คุยกัน

- ติดตามเรื่องราวของกลุ่มแฟนบอลเริ่มติดตามฟุตบอลมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกได้ที่นี่ -