สุภโชค สารชาติ : (ว่าที่) อีเนียสต้าเมืองไทยของนายเนวิน ชิดชอบ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เต็มไปด้วยบรรดาดาวรุ่งชื่อดังมากมาย แต่ ณ ปัจจุบันคงไม่มีใครฮอตไปกว่าหนุ่มน้อยวัยเพียง 19 ปี รายนี้

สุภโชค สารชาติ หนึ่งในผลผลิตจากอะคาเดมีของยอดทีมแดนอีสาน ฟอร์มกำลังร้อนแรงเหลือเกินหลังศึกโตโยต้า ไทยลีก เปิดฉากฟาดแข้งไปได้ 4 นัด ก็จัดการยิงไปแล้วถึง 4 ประตู รวมถึงเกมเมื่อวานนี้ที่ซัดแฮตทริกใส่ทีมน้องใหม่อย่าง ไทย ฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี...แต่เขาเป็นใคร มาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขาแบบทุกซอกทุกมุม

เรื่องเล่า 60 วินาที

หนุ่มน้อยจากศรีสะเกษ จังหวัดในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานของไทย เกิดในครอบครัวเกษตรกรโดยแท้ พ่อแม่ประกอบอาชีพทำนาข้าวของตัวเอง พร้อมกับมีกิจการร้านขายปุ๋ยควบคู่ไปด้วย สุภโชคมีพี่น้องทั้งหมดสองคน และน้องชายของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา แข้งรุ่นจิ๋วจากทีมชาติไทย ชุด U14 ที่ฝีเท้าร้ายกาจไม่แพ้พี่ชายเลยทีเดียว

“เจ้าเช็ค” เริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 9 ขวบ เพราะเห็นคนในพ่อและน้าเตะเล่นกันสนุกๆ เช่นเดียวกันกับน้องชายของเขา ประกอบกับที่สถานศึกษาตอนประถมอย่าง โรงเรียนชุมชนบ้านหัวเสือ อยู่หน้าบ้านพอดี ทำให้ให้ได้เล่นฟุตบอลอย่างจริงจังนับตั้งแต่นั้นมา พัฒนาฝีเท้าจนได้เป็นนักกีฬาของโรงเรียนขุขันธ์ ในระดับมัธยม เดินทางไปแข่งตามโรงเรียนต่างๆ โดยมีอายุน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมถึงสามปี

ต่อมาจนอายุ 13 ปี โค้ชของทีมโรงเรียนก็เห็นแววรุ่ง จึงได้พาทั้งตัวเขาและรุ่นพี่ในทีมอีก 4-5 คน เดินทางไปคัดตัวเข้าอะคาเดมีระดับ 16 ปี ของบุรีรัมย์ (โรงเรียนภัทรบพิตร) และนั่นคือจุดเริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังของดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยอดทีมแดนอีสานรายนี้

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

จากสองประตูสุดสวยในเกมโตโยต้า ลีก คัพ กับ สงขลา ยูไนเต็ด และประตูชัยพาทีมถอนแค้น อาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อวานนี้ ทำให้สปอตไลท์ทุกดวงสาดส่องมายังตัวเขาในทันที

สุภโชค ฉายแววฝีเท้าฉกาจมาตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมทัพ “ปราสาทสายฟ้า” จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ว่าเขาและรุ่นพี่จากโรงเรียนมัธยม เดินทางไปคัดตัวเข้าอะคาเดมี ผลปรากฎว่า “เจ้าเช็ค” เป็นคนเดียวที่ได้รับโอกาสดังกล่าว ทั้งที่มีอายุน้อยกว่าคนอื่นถึง 3 ปี จากตอนแรกที่พ่อและแม่ไม่ค่อยสนใจเรื่องฟุตบอลของลูกชายเท่าไหร่ ก็ทำให้หันมาใสนับสนุนเต็มที่และดีใจที่เขาประสบความสำเร็จก้าวแรกของชีวิต

เช็ค หอบข้าวของจากบ้านเกิดมาใช้ชีวิตคนเดียวที่บุรีรัมย์นับตั้งแต่นั้นมา สั่งสมประสบการณ์และฝีเท้า จนได้โอกาสประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่นิดๆหน่อยๆเมื่อปีที่แล้ว จนมาได้ลงสนามบ่อยๆในฤดูกาลนี้ ซึ่งฟอร์มของเขาหากเทียบกับนักเตะรุ่นเดียวกัน ถือว่าโดดเด่นเอาเรื่อง สามารถเล่นร่วมกับรุ่นพี่ได้อย่างเข้าขาและเนียนตา ไม่ว่าจะรับบทบาทกองกลางตัวรุกตามธรรมชาติ หรือปีกที่ถนัดรองลงมา จึงทำให้ได้เห็นเขาโลดแล่นอยู่บนผืนหญ้าหลายครั้ง และไม่เคยทำให้บรรดา GU12 ต้องผิดหวัง

นอกจากนี้ หนุ่มน้อยวัย 19 ปี ยังเป็นที่โปรดปรานของประธานสโมสรอย่าง เนวิน ชิดชอบ ที่ถึงกับยกย่องว่าเขาคือ ว่าที่ อันเดรส อิเนียสต้า แห่งเมืองไทยเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่าดีใจที่นายใหญ่ของทีมพูดถึงตนแบบนั้น อีกทั้งยังไม่เคยคิดว่าจะให้โอกาสและชื่นชอบในตัวเขามากขนาดนี้

จุดแข็ง

ความเร็ว, ความคล่องแคล่วว่องไว และความสามารถเฉพาะตัวของเขา ทำเอาแนวรับของหลายๆทีมในไทยลีกถึงกับหัวปั่นมาแล้วนักต่อนัก อีกทั้งยังสามารถเล่นได้ทั้งสองบทบาทอย่างกองกลางตัวรุก และปีกสองฝั่ง เรียกได้ว่ามีทั้งลูกบุ๊และบุ๋นอยู่ในตัวเอง ยามเล่นตรงกลางสนาม ก็สร้างผ่านบอลได้อย่างเฉียบคม หรือเมื่อรับหน้าที่ริมเส้น ก็ปั่นปวนคู่ต่อสู้ได้อยู่เสมอ

จุดอ่อน

แน่นอนว่าด้วยร่างการที่ผอมบาง และส่วนสูงไม่มากนัก ความแข็งแกร่งจึงเป็นจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดของสุภโชค ยามต้องปะทะกับกองหลังที่ตัวใหญ่และมีความแข็งแกร่ง อาจทำให้เขาไปไม่เป็นจนถึงกับเล่นไม่ออก ทำให้ต้องถูกจับเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 3 วัน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังมีอายุน้อยเพียงแค่ 18 ปี เรื่องประสบการณ์และการตัดสินใจ คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องปรับจูนแก้ไขในบางจังหวะ

ปากคำคนใกล้ตัว

แม้จะไม่ได้เก่งกาจเทียบเท่า แต่ด้วยลักษณะและสไตล์การเล่นของเขา ทำเอาบิ๊กบอสแห่ง "ปราสาทสายฟ้า" เห็นฝีเท้าของสุภโชคแล้ว ต้องนึกถึงนักเตะชื่อดังระดับโลกอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า และชื่นชอบถึงขนาดยกย่องว่าจะกลายเป็น "ว่าที่อิเนียสต้า" คนต่อไปของเมืองไทย

“ผมพูดมาตลอดว่าผมคิดว่าเด็กคนนี้สไตล์คล้ายๆ อิเนียสต้า ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ แต่ด้วยตำแหน่งและวิธีการเล่นของเขานั้น ผมก็พยายามให้เขาดูวิธีการเล่นของอิเนียสต้าบ่อยๆ” เนวิน ชิดชอบ กล่าวถึงดาวรุ่งในสังกัดของเขารายนี้

“ผมเองชอบอิเนียสต้าอยู่แล้ว เขาอาจจะไม่ได้เก่งเท่ากับระดับนั้น แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กเหมือนกัน หัวใจที่มุ่งมั่นและวิธีการเล่น ผมเชื่อว่าถ้าเขาแข็งแรงขึ้น จะเล่นได้อันตรายกว่านี้แน่นอน”

รู้หรือไม่?

ไอดอลของสุภโขค ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนนอกจาก จักรพันธ์ แก้วพรหม ที่เขาเห็นมาตั้งแต่อยู่ที่อะคาเดมี ไม่เวลาจะเวลาซ้อม หรือลงแข่งในสนาม ก็มักจะคอยตามเชียร์คนต้นแบบของเขาเสมอ รวมถึงอยากลงสนามเคียงข้างกัน และด้วยตำแหน่งกับสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึง คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ “เจ้าเช็ค” ชื่นชอบในตัวมิดฟิลด์รุ่นพี่แห่งทัพ “ปราสาทสายฟ้า” จนได้มาร่วมทีมชุดใหญ่ด้วยกันในท้ายที่สุด

โปรดติดตามตอนต่อไป...

สุภโชค ยังฟอร์มดีไม่มีตกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2017 โดยที่เขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากพาทีมกลับมาทวงความสำเร็จให้ได้ในทุกรายการ หลังจบซีซั่นก่อนแบบมือเปล่า ตามคอนเซ็ปต์ของทีมว่า "Strike Back" และถึงแม้จะผิดหวังกับการไม่มีชื่อเป็น 20 ขุนพล ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไปป้องกันแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 29 แต่ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ ก็ทำการเรียกเขาติดทีมเตรียมลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กับ อิรัก และออสเตรเลีย ภายในอีกไม่กี่วันให้หลัง และเขาจะได้เป็น 23 คนสุดท้ายหรือไม่? อีกไม่นานจะได้รู้พร้อมๆกัน