สุพรรณบุรี เอฟซี : ถึงเวลาสานต่อความยิ่งใหญ่ “ช้าง’ยุทธ”

“พวกเขาทะเยอทะยานมาก คุณท็อป (วราวุธ ศิลปอาชา) ประธานสโมสรของพวกเขา (สุพรรณบุรี เอฟซี) เป็นนักการเมืองชื่อดัง และเขาอยากให้จังหวัดบ้านเกิดมีชื่อในแผนที่ของวงการฟุตบอลไทย...คุณท็อป พยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในทีมให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการฝึกซ้อม ห้องแต่งตัว สนาม หญ้า และอีกมากมาย” นี่ คือ คำพูดของอดีตขวัญใจสาวก “ช้างศึกยุทธหัตถี” เซอร์จิโอ ฟาน ไดจ์ค กองหน้าลูกครึ่งฮอลแลนด์-อินโดฯ ที่ปัจจุบันย้ายไปค้าแข้งในออสเตรเลีย

… กับผลงานของ สุพรรณบุรี เอฟซี นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มก้าวขึ้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ปี 2013…. พัฒนาการต่างๆ ทั้งในและนอกสนาม ผลงาน การบริหารจัดการ ล้วนเป็นสิ่งที่ดีขึ้นมาแบบก้าวกระโดด เพียงแต่ปีแรกบนลีกสูงสุดพวกเขาก็คว้าอันดับ 4 มาได้ แม้ปี 2014 ผลงานดร็อปลงคว้าได้แค่อันดับ 6 แต่ปีล่าสุดพวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของทีมที่แข็งแกร่งด้วยการก้าวขึ้นมาติดท็อปทรีให้ได้อีกครั้ง

ความอ่อนน้อมถ่อมตนของประธานสโมสร วราวุธ ศิลปอาชา ที่ไม่เคยพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่าจะต้องคว้าแชมป์ให้ได้ แต่ผลงานในสนาม คือ สิ่งที่พิสูจน์ว่าทีมเริ่มจะมีพัฒนาการจนใกล้เคียงที่จะต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่ผูกปีบี้แชมป์กันมาเกือบทุกปีได้เหมือนกัน

น่าเสียดายที่ปีก่อน แม้จะจบด้วยอันดับ 3 แต่เพราะติดขัดเรื่องคลับไลเซนซิ่ง ทำให้พวกเขาชวดโอกาสไปเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อก้าวไปสร้างชื่อระดับเอเชียเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้นำบทเรียน ความรู้ ความผิดพลาดมาแก้ไขโดยเร็ว และมุ่งหน้าไล่ล่าความสำเร็จต่อ

ปีก่อนหน้านี้ สุพรรณบุรี เอฟซี ใช้กุนซืออย่าง แซร์โจ้ ฟาริอัส กุนซือแซมบ้ามากประการณ์และดีกรี ทั้งการคุมทีมชาติบราซิลชุดเยาวชน, ทีมยักษ์ใหญ่่หลายสโมสรในตะวันออกกลาง และตลอดจนการพาโปฮัง สตีลเลอร์ ยอดทีมเกาหลีใต้ คว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2009 แต่สุดท้ายต้องแยกทางและใช้ “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ มาทำหน้าที่แทนในช่วงเวลาที่เหลือ...ซึ่งปรากฏว่าทำผลงานได้ดีกว่า ฟารีอัส เสียด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายแล้วพาทีมจบท็อปทรี ได้แบบเหนือความคาดหมาย

นั่นเป็นอีกหนึ่งบทเรียนในสนามที่ “บิ๊กท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา เข้าใจว่าโลกของฟุตบอลบางครั้ง โค้ชไม่จำเป้นต้องใช้คนที่มากด้วยดีกรีและประสบการณ์เสมอไป… เอกลักษณ์ ความเป็นตัวตน และความน่าจะเป็นที่จะเข้ากับนักเตะไทย ปรับตัวกับผู้เล่นไทยได้มีความสำคัญไม่แพ้กัน หลังจากมีข่าวคราวกับกุนซือชื่อดังมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะ อัฟชิน ก็อตบี อดีตกุนซือทีมชาติอิหร่าน ที่เดินทางมาถึงประเทศไทย มีการปิดห้องคุยกันแล้ว แต่สุดท้ายหัวใจไม่คลิกตรงกัน ทำให้การเจรจาไม่ลงตัว ก่อนที่สุดท้ายจะเบนเป้าไปที่ แซร์์โจ อปาเรซิโด้ อเล็กซานเดร กุนซือบาซิลเลี่ยนผู้ที่มีประสบการณ์ในแถบตะวันออกกลางมานานกว่า 10 ปี และเริ่มต้นวิถีอาชีพโค้ชในวัย 28 ปีเท่านั้น

“จากบทเรียนปีก่อน ทำให้เรารู้ว่า บางครั้งการเลือกโค้ชที่มีจิตวิทยาที่ดี และปรับตัวเข้ากับนักเตะได้ เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ประสบการณ์ หรือดีกรี” บิ๊กท็อป เริ่มกล่าว

“ผมตามเขาไปที่สนามซ้อมในวันแรก ปกติโค้ชทั่วๆไปจะเรียกนักเตะมายืนหน้ากระดาน พูดแนะนำตัว หรืออบรมกัน แต่กับคนนี้ (แซร์์โจ อปาเรซิโด้ อเล็กซานเดร) เขาให้นักเตะเข้ามายืนกันอัดแน่นตัวติดๆกันเป็นวงกลม และพูดว่าอยากจะให้นักฟุตบอลทุกคนที่นี่ รักกลมเกลียว สามัคคี เหมือนภาพในวันนี้ ซึ่งมันจะทำให้ทีมเราก้าวไปสู้ความสำเร็จได้”  บิ๊กท็อป กล่าว

การเสริมทัพของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” ปีนี้ต้องบอกว่า น่ากลัวมากกว่าปีที่ผ่านมา… พวกเขายังมีนักเตะจากปีก่อนเป็นแกนหลัก ทั้ง จักรพันธ์ พรใส, ปรัชญ์ สมัครราษฎร์, ณัฐพงษ์ สมณะ, ประทุม ชูทอง, ณภัทร ธำรงศุภกร, มาร์ซิโอ โรซาริโอ ขณะเดียวกัน พวกเขาได้นำผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยมานานับ 10 อย่าง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล มาจากชลบุรี เอฟซี ได้แบบสุดเซอร์ไพรส์, “กัปตันอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค จากบีอีซี เทโรศาสน ที่แม้ว่าปัจจุบันจะอายุปาเข้าไป 37 ปี แต่ยังคงมีทีเด็ดให้ดูอีกมากมาย โดยเฉพาะลูกนิ่ง, ทินกร อสุรินทร์ จากสระบุรี  กิเญร์เม อกุสโต อัลเวส เดลลาตอเร่ อดีตกองหน้าปอร์โต้ และ หลุยส์ โอตาวิโอ หรือ ติงก้า อดีตแข้งเจลีก มาร่วมทัพ นอกจากนี้ยังมียังบลัดที่พร้อมเต็มที่ที่จะสร้างชื่อแจ้งเกิดในปีนี้ ทั้ง ชิตชนก ไชยเสนสุรินทร ลูกครึ่งไทย-ลาว อดีตดาวรุ่งของซามพ์โดเรีย, เจนภพ โพธิ์ขี กับ ประสิทธิ์ จันทุม 2 ผู้เล่นดาวรุ่งที่ถูกดึงขึ้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรก

ยิ่งไปกว่านั้น ขวัญใจมหาชน (ผู้หญิง) อย่าง ชาริล ชัปปุยส์ สลัดอาการบาดเจ็บ พร้อมกลับมาลงสนามในรอบ 1 ปีแล้ว

ด้วยขุมกำลังและการเตรียมทีมแบบนี้… ต้องดูว่าพวกเขาจะรักษามาตรฐานติดท็อป 3 ได้เหมือนกับเป้าหมายที่วางเอาไว้หรือไม่…

หรือบางทีอาจจะดีกว่านั้น?

The Coach : แซร์โจ อปาเรซิโด อเล็กซานเดร : กุนซือผู้พาทีมเป็นแชมป์ 2 ทีมปีเดียวกัน

นี่ คือ กุนซือที่เริ่มต้นอาชีพโค้ชตอนอายุ 28 ปี และ เคยพา 2 ทีมที่ยูเออีคว้าแชมป์ในปีเดียว

แซร์โจ ฟารีอัส กุนซือชาวบราซิลเลี่ยนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เคยพาทีมอย่าง โปฮัง สตีลเลอร์ คว้าแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2009 มาแล้ว… กลับล้มเหลวในการคุมทีม “ช้างศึกยุทธหัตถี” นั่นอายุทำให้ประธานสโมสร วราวุธ ศิลปอาชา เข้าใจว่า โปรไฟล์โค้ชบางครั้งไม่ได้สูงส่งเสมอไป…

- ติดตามเรื่องราวของกุนซือที่เคยพาสองทีมเป็นแชมป์ในปีเดียวกันได้ที่นี่ -

Key Player - จักรพันธ์ พรใส : ต่อให้อายุ 30...ผมก็ยังคิดจะพัฒนาตัวเองต่อไป

“ส่วนตัวลึกๆจริงๆ ของผม ผมก็อยากจะทำให้ได้ ผมอยากมีโอกาสไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีกสักครั้ง เพราะนั่นจะเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้ผมได้ไปค้าแข้งต่างประเทศ” คำพูดของ บอล-จักรพันธ์ พรใส ถึงเป้าหมายของตัวเองในปี 2016

- ติดตามเรื่องราวของนักเตะที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองได้ที่นี่ -

Rising Player : เจนภพ โพธิ์ขี : ทักแชทเฟซบุ๊คไปบอกความในใจไอดอล

“พูดง่ายๆ คือ ผมบ้าแกจริงอ่า” เจนภพ โพธิ์ขี ตัวรุกดาวรุ่งวัย 20 ปี ชาวจังหวัดมหาสารคาม เริ่มกล่าวถึงไอดอลของเขา...

เจน หรือ เจนภพ... เขา คือ กองหน้าตัวอันตรายของสีหมอก เอฟซี เพราะกระหน่ำยิงไปถึง 12 ประตู ในลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 เมื่อฤดูกาลก่อน ชีวิตเขาคลั่งไคล้แต่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียวมาตั้งแต่เด็ก แม้จะเคยรูปร่างผอมบางจนโรงเรียนกีฬาขอนแก่น เกือบไม่รับเขาไว้ แต่ก็ได้ความเร็ว ความดุดัน ถึงลูกถึงคนเข้ามาทดแทน...

- ติตตามเรื่องราวของในวัยเด็กของเจนภพที่บ้าบอลจนถึงขั้นโดนสั่งห้ามเล่นมาแล้วได้ที่นี่ -

Supporter : ถาวร สันติตรานนท์ : เลือด ’ยุดยา...หัวใจสุพรรณฯ 

บางครั้งการเป็นแฟนลูกหนังพันธุ์ทีมจังหวัดไหนๆ… ไม่ได้จำเป็นต้องเกิด หรือ มีเลือดเนื้อเชื้อไขที่ภูมิลำเนานั้นๆ…

นี่ คือ เรื่องราวของ “ต่าย” ถาวร สันติตรานนท์ คนนำเชียร์สุพรรณบลัด ทีแม้จะเกิดที่จังหวัดอยุธยา แต่เพราะย้ายครอบครัวมาปักหลักที่จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้เขาอดใจที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการนำทีมของบ้านตัวเองไม่ได้...

- ติดตามเรื่องราวของแฟนบอลที่หลงรักทีมที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาตัวเองอย่างหัวปักหัวปำได้ที่นี่ -