ศุภวิชญ์ ประจวบสุข : แนวรับพันธุ์แกร่งลูกเจ้าพระยา

ร.ร สุรศักดิ์มนตรี สถาบันลูกหนังอันเลื่องชื่อย่านดินแดง ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาพวกเขายกระดับขึ้นมาเป็นยอดทีมระดับแถวหน้าของวงการขาสั้นไทย ประจักษ์ด้วยผลงานการคว้าแชมป์รายการต่างๆนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังสร้างนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นมาประดับวงการลูกหนังไทยอย่างมากมาย  

และนี่คืออีกหนึ่งในว่าที่สตาร์ลูกหนังอีกหนึ่งรายที่น่าจับตามอง ผลิตผลจากค่ายลูกเจ้าพระยานามว่า “โอ๊ต”ศุภวิชญ์ ประจวบสุข ที่โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ภูมิใจเสนอ..

เรื่องสั้น 60 วินาที

“โอ๊ต”ศุภวิชญ์ ประจวบสุข แนวรับพันธุ์แกร่งแห่งสถาบันลูกหนังขาสั้นชือดังย่านดินแดง เด็กหนุ่มไฟแรงผู้มีความฝันอยากจะเป็นอาชีพไม่ต่างจากคนอื่นๆ มีทักษะการยืนตำแหน่งกองหลังที่โดดเด่น แข็งแกร่งด้วยเซนส์อันชาญฉลาดในการอ่านทางบอล โดยเฉพาะเบสิคที่แน่นปึ๊ก สามารถเล่นได้ทั้งฟุตบอลและฟุตซอล

ด้วยลีลาการเสียบสกัดบอลที่เด็ดขาด ดุดัน ทำให้เขากลายเป็นปราการเหล็กของร.ร สุรศักด์มนตรีในการล่าแชมป์รางวัลต่างๆมาแล้วอย่างมากมายทั้งโต๊ะเล็กและใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นเบสิคอันฉกาจยังส่งให้เจ้าตัวก้าวไปติดธงครั้งแรก กับทีมฟุตซอลขาสั้นทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีมาแล้ว

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

เด็กน้อยจากอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จุดเริ่มต้นบนเส้นทางลูกหนังเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยวัยเยาว์ โดยเริ่มจากการเล่นสนุกกับเพื่อนแถวบ้าน แต่ด้วยฝีเท้าที่เหนือกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทำให้เขากลายเป็นผู้นำประจำทีม ร.ร บ้านคลองเตย โดยเริ่มจากการเป็นศูนย์หน้า ยิงประตูกระจายฉายแววอัจฉริยะลูกหนังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อ.ณรงค์ พรหมจีน คือกุนซือคนแรกที่ประสิทธ์ประสาทวิชาลูกหนังให้กับ “โอ๊ต” พร้อมเป็นผู้ชี้ทางให้เขาพบกับตำแหน่งที่เหมาะสมจากดาวยิง สู่ยอดปราการหลังอนาคตไกล

“ตอนนั้นจำได้เลยว่าไม่มีใครอยากเล่นกองหลัง เพราะทุกคนอยากจะยิงประตู พูดง่ายๆคนไหนยิงได้ก็ดัง เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนั้นก็ต้องหาคนที่เสียสละ ซึ่งอ.ณรงค์ พรหมจีน เล็งเห็นว่าผมน่าจะเล่นได้ ในใจตอนนั้นบอกตามตรงว่าไม่อยากเปลี่ยนตำแหน่งสักเท่าไหร่ แต่เมื่อโค้ชเห็นว่าเหมาะสม ผมก็ยินดี”

จากแนวรับจำเป็นในวันนั้น “โอ๊ต”เริ่มสนุกกับการวิ่งไล่หวดสกัดเหล่าบรรดาเพชฌฆาต และทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่ง โดดเด่น จนได้รบคำชื่นชม หลังจากวันนั้นเขาก็สลัดคราบดาวยิงจนหมดสิ้น พร้อมกับเรียนรู้และฝึกฝนเพื่อหวังก้าวขึ้นมาเป็นแนวรับชั้นดีให้ได้ในอนาคต

ด้วยความที่นักล่าฝันจากเมืองแควรุ่นพี่ส่วนใหญ่ตบเท้าก้าวเข้าสู่ ร.ร สุรศักด์มนตรี เป็นเสมือนใบเบิกทาง ปากต่อปากเล่าว่าสถาบันแห่งนี้เจ๋งสุดๆในวงการขาสั้น ก็ทำให้นักเตะรุ่นหลังหมายมั่นปั่นมืออยากที่จะเจริญรอยตามรุ่นพี่ เช่นเดียวกับ “โอ๊ต” ที่ไม่มีสถาบันอื่นในใจ เขามุ่งตรงสู่ดินแดงเพราะมีจุดหมายปลายทางหวังเป็นลูกเจ้าพระยาเท่านั้น และก็สมหวังได้เข้าเรียนต่อที่ร.ร สุรศักดิ์มนตรีชั้นม.3

เชื่อหรือไม่ ?

เด็กบ้านนอกจากอ.บางระกำ ไม่รู้สึกชอกช้ำที่เลือกเสี่ยงพวงมาลัยมาอยู่กับสถาบันลูกเจ้าพระยา เมื่อเขาได้รับโอกาสให้เป็นตัวหลักช่วยทีมอย่างต่อเนื่องทุกรายการ และมีส่วนสำคัญพาทีมรุ่น 16 ปี ทะยานกลับสู่ถ้วยก.ได้สำเร็จ และในปีถัดมาก็พาทีมคว้าแชมป์ 16 ปีก.ได้อีกด้วย ซึ่งที่นี่เขาได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ดีกรีเยาวชนทีมชาติ ที่ช่วยปลูกฝังให้รู้จักกับคำว่าอดทนเสมอมา

“ผมมีรุ่นพี่ที่สนิทกันอย่าง พี่ไอซ์ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ที่ตอนนี้ติดเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย ตอนนั้นผมอยู่ม.4 พี่เขาอยู่ม.6 กินนอนและอยู่ด้วยกันตลอด พี่เขาจะสอนผมอยู่เสมอว่าให้ตั้งใจฝึกซ้อม อย่าท้อเมื่อเจออุปสรรค แล้วสักวันจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน”

นอกเหนือจากฟุตบอลที่ปักหลักเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว เขายังมีความสามารถในการเล่นฟุตซอลโดดเด่นไม่แพ้กัน หลังพาทีมผงาดคว้าแชมป์ 2 รายการเมเจอร์อย่าง 18 ปีก. กรมพละศึกษา และฟุตซอลกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทย ที่จ.นครศรีธรรมราช เขาก็ได้รับเลือกให้ติดเป็น 1 ใน 14 ขุนพลทีมฟุตซอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ลุยศึกฟุตซอลอาเซียนสกูลเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่จ.เชียงใหม่ ก่อนจะผงาดคว้าแชมป์ไปครองในบั้นปลาย

รายการที่แจ้งเกิดสุดๆของ “โอ๊ต” ก็คือการสวมปลอกแขนพาทีม ร.ร สุรศักดิ์มนตรี เข้าชิงฟุตบอลนักเรียน 7 สีแชมเปี้ยนคัพ 2016 โดยตลอดทัวร์นาเมนต์ “โอ๊ต”ประจำการแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง เฉลียวฉลาดในการแย่งบอล พร้อมเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้อย่างรวดเร็ว มีส่วนช่วยทำให้ทีมรอดพ้นการเสียประตูหลายครั้ง แม้ว่านัดชิงจะพ่ายแพ้ต่อร.ร โพธินิมิตรวิทยาคม 2-4 แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า นี่คือแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้ใคร

จากปากคนใกล้ตัว

“เขาตามๆเพื่อนมาคัดบอลที่ร.ร สุรศักดิ์มนตรี ผมก็คิดแล้วว่าไอ้พวกเด็กพิษณุโลกจะมากันทำไมเยอะแยะ ผมบอกก่อนเลยว่าไม่ใช่จะรับเข้าเรียนได้ทุกคนนะ อย่าคิดว่าเพื่อนแนะนำมาจะต้องเอาทั้งหมด เพราะต้องผ่านการทดสอบและต้องเป็นของจริงเท่านั้นถึงจะได้เข้าเรียนที่นี่

ผมก็เลยลองให้ลงไปคัดตัวดูไปงั้นแหละ แต่ปรากฎว่าเขาทำได้ดีเกินกว่าที่ผมคิดไว้ มีโอกาสแล้วทำให้เห็น ผมจึงไม่รอช้าที่จะรับเข้าเรียนในโควต้านักกีฬา ซึ่งเขาก็สามารถเล่นได้ทั้งฟุตบอลและฟุตซอล ก็ตรงสเป็คที่ผมตั้งไว้ แถมยังอ่านทองบอลฉลาด ยิงบอลหนัก และที่สำคัญเขาเป็นเด็กดี ไม่เกเร ความประพฤติอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว เด็กคนนี้น่าสนับสนุน เขาสามารถพัฒนาได้อีก เชื่อว่าอนาคตไกลแน่นอน”

จุดหมายปลายทาง

ปัจจุบัน “โอ๊ต” ยังไม่ได้เซ็นสัญญากับสโมสรใด โดยกำลังจะจบการศึกษาชั้นม.6 ซึ่งนักเตะที่เป็นไอดอลของไอ้หนุ่มเมืองสองแควรายนี้ ก็คือ ประทุม ชูทอง ปราการหลังพันธุ์ดุทีมชาติไทยและสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด โดยวางเป้าหมายเอาไว้ว่าอยากจะก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะอาชีพให้ได้

ขณะเดียวกันเวทีไทยลีก..ลีกสูงสุดของเมืองไทย ก็เป็นสุดยอดปรารถนาของเขา ที่อยากจะลองสัมผัสกลิ่นอายในลีกลูกหนังชั้นเอกให้ได้  ส่วนความฝันสูงสุดอยากจะติดทีมชาติไทยชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต เพื่อที่จะมีรายได้เลี้ยงครอบครัว และสร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลสืบไป..