ตามหาแข้งรุ่นคุณปู่ชุดพาไทยไปโอลิมปิกครั้งล่าสุดเมื่อปี1968

ขณะที่ “ช้างศึก” ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี กำลังมุ่งหวังไล่ล่าคว้าตั๋วไป โอลิมปิก เกมส์ ที่ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล แบบต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย…

อย่างที่ทราบกันดีว่าทีมชาติไทยเคยไปโอลิมปิก เกมส์มา 2 ครั้ง คือ ปี 1956 และ 1968...ทีมงาน FFT TH ได้รวบรวมเรื่องราวของเหล่าขุนพลฮีโร่ทีมชาติไทยเมื่อ 48 ปีก่อน ที่ช่วยกันพาทีมชาติไทยไปเล่นโอลิมปิก เกมส์ รอบสุดท้ายที่เม็กซิโก เมื่อปี 1968 มาเพื่อสร้างความฮึกเหิมเฮือกสุดท้ายเหล่าแข้งความหวังโอลิมปิกยุคใหม่

สราวุธ ประทีปากรชัย  

สราวุธ ประทีปากรชัย นายทวารมือหนึ่งของทีม ที่เวทีฟุตบอลโอลิมปิก เม็กซิโก 1968 ถือเป็นทัวร์นาเม้นต์ แจ้งเกิดของเจ้าตัวอย่างแท้จริงในถนนสายลูกหนัง

ภายหลังจากทีมชาติไทยต้องสูญเสีย ผู้รักษาประตูดาราเอเชีย อย่าง อัศวิน ธงอินเนตร ในปี พ.ศ. 2508 ทีมชาติไทยก็ใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะได้ผู้รักษาประตูจอมหนึบที่ไว้ใจได้มากที่สุดมาแทนที่ นั่นก็คือ สราวุธ ประทีปากรชัย ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น ก่อนจะใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี ในการก้าวยึดตำแหน่งนายทวารมือหนึ่งของประเทศ

ฟุตบอลปรีโอลิมปิก 1968 สราวุธ ประทีปากรชัย โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นด้วยการป้องกันลูกยิงของ แนวรุก อิรัก และ อินโดนีเซีย จนทำให้ทีมชาติไทยตีตั๋วไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิก เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์

ทีมชาติไทยเดินทางไปเม็กซิโก ล่วงหน้าก่อนการแข่งขัน 1 เดือน ลงทีมอุ่นเครื่องหลายเกมที่นั่น และ สราวุธ ก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จน นสพ. เอล เฮรัลโด สื่อท้องถิ่นของเม็กซิโก ตั้งฉายาให้เขาว่า “เอล กาโต” หรือว่า "เจ้าแมวป่า"  

ปัจจุบัน สราวุธ ประทีปากรชัย ในวัย 68 ปี ก็ยังคลุกคลีอยู่ในวงการฟุตบอล ด้วยการรับบทบาทเป็นผู้ควบคุมการแข่งขันของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด

นอกเหนือจากการเดินทางไป ทำหน้าที่แมตช์คอมฯ ในวันที่มีเกมฟุตบอล รวมไปถึงการประชุมของ บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ในช่วงกลางสัปดาห์ สราวุธ หรือคุณลุง “ใช้”  ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น โดยมีกิจกรรมยามว่างก็คือ ออกกำลังกาย, อ่านหนังสือ, ดูหนัง (ทั้งที่บ้านและโรงภาพยนต์) รวมไปถึงการออกไปเดินเล่นห้างสรรพสินค้ากับลูกๆหลานๆ

ลีลาการเซฟของ "เอล กาโต้" หรือ "ไอ้แมวป่า" สราวุธ ประทีปากรชัย

เชาว์ อ่อนเอี่ยม

ผู้รักษาประตูมือ 2 ที่ฝีไม้ลายมือในการป้องกันประตูก็ไม่ได้ต่างไปจาก "เจ้าแมวป่า" สราวุธ ประทีปากรชัย สักเท่าไหร่ ยามได้รับโอกาสลงสนาม

หลังจากกลับมาจากประเทศเม็กซิโก เชาว์ อ่อนเอี่ยม ก็รับใช้ทีมชาติไทยอีกหลายปี ก่อนจะประกาศแขวนถุงมือ ความจริงนักเตะทีมชาติในยุคนั้น ต่างพูดในทำนองเดียวกันว่า สราวุธ กับ เชาว์ ใครลงเฝ้าเสาก็ไม่ต่างกัน แต่เพราะ สราวุธ มีภาวะผู้นำมากกว่าจึงมักถูกใช้บริการเฝ้าเสา

ปัจจุบัน คุณปู่เชาว์ อ่อนเอี่ยม เป็นผู้จัดการสนามกอล์ฟ กรังด์ปรีซ์กอล์ฟคลับ ที่จังหวัดกาญจนบุรี...ที่สำคัญฝีไม้ลายมือการตีกอล์ฟของคุณปู่คนนี้ไม่ธรรมดาเช่นกัน

ยงยุทธ สังขโกวิท

เขาเป็นนักเตะที่เก็บบันทึกเรื่องราว รวมถึงของมีค่าสำคัญจากโอลิมปิก ครั้งนั้นเอาไว้มากมาย...

ยงยุทธ สังขโกวิท หนึ่งในปราการหลังของทีมชาติไทยชุดเม็กซิโก เกมส์ 1968 มีรูปร่างสูงใหญ่ เขาอาจเชื่องช้า แต่มีจุดเด่นเรื่องการเล่นลูกกลางอากาศ อย่างไรก็ตามพอไปเจอกับผู้เล่นยุโรปอย่างบัลแกเรีย, เช็คโกสโลเกีย, หรือกระทั่งกัวเตมาลา… เขากลับตัวเล็กไป

ชีวิตของเขายังเดินทางไปๆมาๆระหว่างเมืองไทยกับสหรัฐฯ โดยงานอดิเรกคือการนำเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะโอลิมปิก เกมส์ ที่เม็กซิโก มาเขียนบันทึกให้คนรุ่นหลังได้อ่าน และปัจจุบันเขายังติดตามข่าวสารฟุตบอลทีมชาติไทยที่เขารักผ่านโลกโซเชี่ยลอยู่เสมอ

จิรวัฒน์ พิมพวาทิน

กองกลางสไตล์ฮาร์ดแมนในยุค 40 - 50 ปีก่อน ต้องยกให้ จิรวัฒน์ พิมพวาทิน

แม้ความจริงจะเป็นกองกลางตัวรุก แต่เล่นได้ดุดัน เข้าสกัดปะทะแบบไม่เคยกลัวใคร ถึงลูกถึงคน แม้พอไปแข่งขันระดับโอลิมปิก เกมส์ จะสู้ไม่ได้ แต่หากวัดในระดับเอเชียเขาก็ไม่เป็นสองรองใคร

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล จิรวัฒน์ พิมพวาทิน เข้าทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ และเก็บเงินก้อนโตจากการทำงานแบงก์มาทำบ้านพักตากอากาศที่เขาเขียวอยู่แบบสบายๆ หากมีเวลาว่างก็มักจะเดินทางไปสอนฟุตบอลเด็กๆตามสถานที่ต่างๆ (แบบงานการกุศล)

ไพบูลย์ อัญญโพธิ์

แฟนบอลไทยยุคใหม่อาจเคยได้ยินชื่อว่าเขาเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษของบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก...

แต่ย้อนไปเมื่อปี 1968 เขา คือหนึ่งในขุนพลสำคัญในการพาทีมชาติไทยไปโอลิมปิก เขาเล่นได้ทั้งแบ็คซ้ายและขวา นับเป็นแบ็คสมัยใหม่ เพราะเล่นได้ทั้งรุกและรับ เขาเป็นนักเตะที่ฟิตที่สุดในทีมรองจาก ชัชชัย พหลแพทย์ คนเดียวเท่านั้น ตลอดชีวิตการเป็นนักฟุตบอล เขาไม่เคยตะคริวขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว

Topics