ตามหาพ่อมา 20 ปี : ชีวิตดราม่าผ่านเฟซบุ๊คของ...ยาคา อิห์เบเชห์

เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่เขาต้องพลัดพรากจากพ่อแท้ๆ ก่อนจะหากันจนเจอผ่านเฟซบุ๊ค...

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1986 เด็กน้อยคนหนึ่งได้ถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้ จากชายชาวปาเลสไตน์ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากบ้านตัวเอง ไปศึกษาต่อที่ประเทศโครเอเชีย และได้พบรักกับหญิงสาวชาวสโลเวเนีย ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับดินแดนตราหมากรุก

อิห์เบเชห์ ต้องใช้ชีวิตหลังจากนั้นกับแม่และน้องสาว ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่นสัมผัสกับกีฬาลูกหนังเป็นครั้งแรก ตอนอายุประมาณ 10-11 ขวบ และได้เข้าร่วมสโมสรท้องถิ่น ที่อยู่ถัดไปจากเมืองเกิดของเขา

“ผมเกิดที่ประเทศสโลเวเนีย และตัวเองก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาตลอด” ยาคา อิห์เบเชห์ เริ่มเท้าความถึงเรื่องราวเมื่อ 30 ปีก่อน

“พ่อของผมเป็นคนปาเลสไตน์ แต่เดินทางไปเรียนหมอที่ประเทศโครเอเชีย และเขาก็ได้พบกับแม่ของผม จริงๆแล้วผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปเจอกันได้ยังไงนะ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็แต่งงานกัน และให้กำเนิดผมกับน้องสาวขึ้นมา”

ทว่าอีก 7 ปี ให้หลัง ก็มีเหตุให้แข้งลูกครึ่ง ปาเลสไตน์-โครเอเชีย รายนี้ ต้องพลัดพรากจากพ่อของเขา จนถึงขั้นไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยเป็นเวลานานกว่า 20 ปี

“พวกเขาหย่ากัน พ่อเลยกลับไปปาเลสไตน์ ส่วนผม, แม่ และน้องสาว เรายังใช้ชีวิตอยู่ที่สโลเวเนียเหมือนเดิม แล้วอีกปีนึงหรือสองปีให้หลังนี่แหละ เราก็ไม่มีข้อมูลใดๆเอาไว้ติดต่อกับเขาอีกเลย”

แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป...อิห์เบเชห์ ต้องใช้ชีวิตหลังจากนั้นกับแม่และน้องสาว ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่นสัมผัสกับกีฬาลูกหนังเป็นครั้งแรก ตอนอายุประมาณ 10-11 ขวบ และได้เข้าร่วมสโมสรท้องถิ่น ที่อยู่ถัดไปจากเมืองเกิดของเขา

เส้นทางบนถนนลูกหนังของเขาดูดีและมีอนาคตขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีบางช่วงที่แอบนึกถึงพ่ออยู่บ้าง แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น ก่อนที่จะใช้เวลาไม่นานนัก ก็ได้รับโอกาสย้ายไปร่วมสโมสรดังของประเทศตอนอายุ 16 ปี

“แฟคเตอร์ ทีมในเมืองหลวงของสโลเวเนีย (ลูบลิยานา) ดึงตัวผมไปร่วมทีมตอนอายุได้ 16 ปี” อิห์เบเชห์ กล่าว “ผมฝึกซ้อมอยู่กับทีมเยาวชน 5 ปี ก่อนได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตอนปี 2007 พอเปิดลีกได้ 6 เดือน มหาเศรษฐีคนหนึ่งเข้ามาซื้อทีม และเปลี่ยนชื่อเป็น อินเตอร์บล็อค ลูบลิยานา แทน”

“ย้อนกลับไปตอนอายุได้ 12 ขวบ ผมคิดถึงพ่อเหมือนกันนะ แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ซึ่งผมก็มีแม่อยู่แล้ว แม่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ดูแลผมและน้องสาวได้ทุกอย่าง พักหลังเลยไม่ค่อยได้นึกถึงพ่อเท่าไหร่นัก”

อิห์เบเชห์ และน้องสาว

แม้จะไม่ได้รู้สึกอยากอยู่เป็นครอบครัว แต่เมื่อ อิห์เบเชห์ เติบโตขึ้นจนถึงวัยที่พอมีความเป็นผู้ใหญ่ เขาก็เริ่มสงสัยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้พ่อทำอะไรอยู่? เขาจะเป็นยังไงบ้าง? จนต้องเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อติดต่อกับพ่อให้ได้

“เมื่อผมโตขึ้น ก็เริ่มนึกถึงและสงสัยว่าพ่อจะเป็นยังไงบ้าง จนกระทั่ง ปี 2013 ผมก็เริ่มตามหาพ่อ” อิห์เบเชห์ เล่าต่อ “ทั้งภรรยาและน้องสาวก็พร้อมช่วยเหลือผมอย่างเต็มที่ แต่ตอนแรกก็งงอยู่เหมือนกัน ว่าจะทำยังไงดี (หัวเราะ)”

“ผมบอกแม่ก่อนเลยว่าจะตามหาพ่อ แม่พูดแต่สิ่งดีๆเกี่ยวกับพ่อเสมอ แล้วก็ช่วยผมด้วยเหมือนกัน เริ่มแรกเรามีทีอยู่หนึ่งในประเทศปาเลสไตน์ ที่เคยส่งจดหมายไปตอนผมยังเด็ก เลยเขียนจดหมายส่งไปตามที่อยู่นั้นว่า ‘ผม ยาคา อิห์เบเชห์ นะ ผมเป็นลูกของคุณ ถ้าอยากติดต่อผมก็แค่เขียนตอบกลับมา หรือไม่ก็แอดเฟซบุ๊คมานะ’”

เฟซบุ๊ค เครือข่ายโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านคน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่พ่อของเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานเช่นกัน...หลังจากส่งจดหมายฉบับนั้นไป อิห์เบเชห์ จึงเริ่มใช้เฟซบุ๊คเสิร์ชหาชื่อของพ่อ แต่ค้นยังไงก็ไม่เจอจนเกือบจะถอดใจเลิกตามหา แต่แล้วก็มีชื่อของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นบนเฟซบุ๊คของเขา...

“หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อเป็นภาษาอารบิก แอดเฟซุบ๊คผมมา ผมก็กดรับไป พอเข้าไปดูก็รู้เลยว่าพ่อผมนี่เอง”

“หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อเป็นภาษาอารบิก แอดเฟซุบ๊คผมมา ผมก็กดรับไป พอเข้าไปดูก็รู้เลยว่าพ่อผมนี่เอง” ขณะเดียวกันนั้นเองเขาก็จึงนึกขึ้นได้ว่า ที่ผ่านมาหาเฟซบุ๊คของพ่อไม่เจอเพราะไม่ได้ใช้ภาษาอารบิก

“ตอนนั้นผมดีใจจนบอกไม่ถูกเลย และเราก็เริ่มคุยกันตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เขายังใช้ภาษาโครเอเชียอยู่ แต่สโลเวเนียก็เป็นส่วนหนึ่งของยูโกสลาเวียเช่นกัน เพราะฉะนั้นภาษาเลยคล้ายๆกัน การสื่อสารจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา”

อิห์เบเชห์ พูดคุยรำลึกความหลังไปถึงตอนที่เขายังเด็กๆก่อนพ่อและแม่จะแยกทาง และอัพเดตเรื่องราวตลอด 20 ปี ที่พลัดพรากกัน หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ตัดสินใจเดินทางไปหาพ่อ และเรื่องราวเหล่านี้ก็รู้ไปถึงหูของสมาคมฟุตบอลประเทศปาเลสไตน์

“ผมเดินทางไปหาพ่อครั้งแรกเมื่อปี 2014 แล้วทางสมาคมฟุตบอลของพวกเขาไม่รู้ว่าไปสืบมาจากไหน ว่าผมเป็นนักฟุตบอล และเป็นลูกครึ่งปาเลสไตน์ เลยติดต่อเข้ามาและถามว่าอยากเล่นกับพวกเราไหม?”

“ตัวผมเองไม่เคยติดทีมชาติมาก่อนเลย จึงตอบไปว่า ‘แน่นอนสิ! ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?’ หลังจากนั้นเราก็จัดการเคลียร์ทุกอย่าง และผมก็ได้เป็นนักเตะทีมชาติปาเลสไตน์อย่างเต็มตัวในเดือนธันวาคมปีนั้นเอง”

อิห์เบเชห์ และพ่อของเขา

อิห์เบเชห์ ได้ประเดิมสนามภายใต้เครื่องแบบของประเทศปาเลสไตน์ ที่เป็นอีกครึ่งสายเลือดของเขา ในศึกเอเชียน คัพ 2015 ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่น่าเสียดายทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวไม่เป็นที่น่าจดจำนัก เมื่อทีมของเขาต้องตกรอบแบ่งกลุ่ม

แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก แต่เขาก็รู้สึกภูมิใจเสมอเมื่อได้รับใช้ชาติ และเมื่อไหร่ที่มีโปรแกรมแข่งขันทีมชาติในบ้าน เขาก็จะได้กลับไปเจอกับพ่อ ผู้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเลือกลงสนามให้ปาเลสไตน์

“ทุกครั้งในช่วงฟีฟ่าเดย์ที่มีโปรแกรมเตะในบ้าน ผลจะกลับไปปาเลสไตน์และได้เจอกับพ่อปีละประมาณ 2-3 ครั้ง จริงๆแล้วเขาคือสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือกเล่นกับทีมชาติปาเลสไตน์ ผมอยากให้เขาภูมิใจในตัวผม และผมเองมีความสุขมากจริงๆที่ตัดสินใจแบบนี้”

อ้อ...ลืมบอกไป นอกจาก อิห์เบเชห์ จะได้เจอพ่อแล้ว เขายังได้เจอกับ น้องสาว 3 คน และน้องชายอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นพี่น้องต่างแม่ของเขาอีกด้วย!

“พวกเขาน่ารักมากๆเลย และชอบผมมากๆด้วย อายุของเราก็ไม่ห่างกันมาก เลยได้ใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ ตอนนี้เราก็เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ปาเลสไตน์และครอบครัวที่นั่นก็เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของผมเลย”

“ผมบอกพ่อด้วยนะว่าย้ายมาเล่นที่ไทย เขาดีใจกับผมมากเลย ยินดีกับผมที่หาทีมใหม่ได้ และถามผมด้วยนะว่าประเทศไทยเป็นยังไงบ้าง เพราะเขาไม่เคยมาที่นี่ วัฒนธรรมเป็นยังไง? อาหารล่ะ? ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย? พวกเขาดูแลลูกดีรึเปล่า? ผมก็ตอบไปว่าที่นี่สุดยอดมาก ถ้ามีเวลาก็อยากให้พ่อมาหาสักครั้งเหมือนกัน”

ปล. อิห์เบเชห์ มีน้องชายต่างพ่ออีกหนึ่งคนอยู่ที่สโลเวเนีย สรุปแล้วเขามีพี่น้องทั้งหมด 7 คนเลยทีเดียว

อิห์เบเชห์ และน้องๆที่ปาเลสไตน์ทั้ง 4 คน