ฟุตบอลไทย

ตามรอย เจ,อุ้ม,มุ้ย : 5 แข้งไทยมีโอกาสไปค้าแข้งเจลีกในอนาคตอันใกล้

การได้เห็น “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ อันเดรส อิเนียสต้า สุดยอดมิดฟิลด์ระดับโลกที่ย้ายมาร่วมทัพ วิสเซล โกเบ ก็เป็นประกายให้นักเตะไทยคนอื่นๆ หวังที่จะมีโอกาสเดินทางไปเล่นเจลีกสักครั้ง นั้นก็ทำให้นักเตะไทยมีความกระหายและความพยายามมากขึ้น และนี่ก็คือ 5 แข้งไทยที่โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทยมองว่า พอจะมีโอกาสได้ไปสัมผัสลีกสูงสุดประเทศญีปุ่นในอนาคตอันใกล้นี้

We are part of The Trust Project What is it?

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

นี่คือนักเตะที่ผ่านประสบการณ์เดินทางไปทดสอบฝีเท้าที่ประเทศญี่ปุ่นมาถึง 4 ครั้ง และทุกครั้งที่เขาเดินทางไปก็ต้องผิดหวังกลับมาพร้อมกับคำวิจารณ์ต่างๆนาๆ ว่าเขายังดีไม่พอสำหรับการเดินทางไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่น

นั้นก็ทำให้หลายคนกังวลว่า “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ จะหยุดชะงักการพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง และไปไม่สุดในเส้นทางลูกหนัง แต่...กลายเป็นว่าคำสบประมาทเหล่านั้น ทำให้ “เจ้ายิม” มีความกระหายมากขึ้น ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของเขาในฤดูกาลนี้ ที่ก้าวมาเป็นหัวใจสำคัญของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี

“เจ้ายิม” ในวัย 20 ปี กลายเป็นผู้นำทัพฉลามชลเจเนอเรชั่นใหม่ ที่ทำให้แฟนบอลชลบุรี เอฟซี ดูจะมีความหวังอีกครั้งกับทีมแห่งอนาคตชุดนี้ และฟอร์มอันร้อนแรงของในฤดูกาลนี้ ที่ยิงไปแล้ว 9 ประตู นำเป็นดาวซัลโวไทยลีก (เฉพาะนักเตะไทย) ร่วมกับ สุมัญญา ปุริสาย ก็ทำให้โอกาสในการล่าฝันของ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ที่จะไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่น ดูจะมีประกายอีกครั้งหนึ่ง

ดินแดนอาทิตย์อุทัย อาจจะยังไม่ใช้เร็วๆนี้ที่ “เจ้ายิม” จะหวนกลับไปอีกครั้ง เมื่อเขากำลังสนุกกับการลงสนามรับใช้ ชลบุรี เอฟซี และหากเขารักษาฟอร์มการเล่นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ โอกาสที่จะได้ทำตามความหวังในการค้าแข้งในศึกเจลีก ก็ไม่ใช้เรื่องไกลเกินเอื้อม บางทีฟอร์มการเล่นกับ “ฉลามชล” อาจเป็นใบเบิกทางให้เขาเดินทางไปที่ญี่ปุ่นแบบไม่ต้องทดสอบฝีเท้าเหมือนในอดีตที่ผ่านมาก็ได้

 

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

เป็นฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำสักเท่าไหร่สำหรับ บีจี เอฟซี เมื่อทีมเงินถุงเงินถังต้องมาอยู่ในสถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้นในเวลานี้ นั้นก็ทำให้นักเตะหลายคนของทีมถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นพอสมควร แต่ไม่ใช้สำหรับ มิดฟิลด์พลังเกินร้อยอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ไม่ว่าผลงานทีมจะเป็นเช่นไร แต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็ได้รับการยกย่องอยู่เสมอ

นักเตะเจ้าของค่าตัว 30 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งนักเตะไทยที่ถูกแฟนบอลเชียร์ให้เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีโอกาสเดินทางไปค้าแข้งที่เจลีกประเทศญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวออกมาว่า “เจ้านิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์​ ถูกทีมจากศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่นสนใจต้องการตัวไปรวมทีม แม้ว่าสุดท้ายจะเป็นแค่ข่าวลือ แต่คุณภาพฝีเท้าของเขาก็ไม่ใช้เรื่องแปลกที่จะมีข่าวเช่นนี้ออกมา

ภาพที่แฟนบอลเห็นแทบจะทุกสัปดาห์เมื่อได้ชมเกมของ บีจี เอฟซี ก็คือ “เจ้านิว” วิ่งไล่บี้คู่แข่งตลอดทั้งเกมแบบไม่มีหมด ก็ไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน แถมการเข้าบอลแบบใส่เกินร้อยในแต่ละจังหวะก็เป็นที่ชอบอกชอบใจของแฟนบอลบีจี รวมไปถึงทีมอื่นๆ สไตล์การเล่นแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาหากวันหนึ่งจะต้องเดินทางไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่น

ว่ากันว่า หนึ่งในสาเหตุที่เจ้าตัวย้ายออกจาก สิงห์ สเตเดี้ยม มาอยู่ที่ ลีโอ สเตเดี้ยม ส่วนหนึ่งก็เพราะใบเบิกทางไปค้าแข้งในต่างแดน แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องนั้น “เจ้านิว” มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำเป็นอันดับแรกก็คือ พาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดให้ได้เสียก่อน

 

ทริสตอง สมชาย โด

นี่คือแข้งตัวเต็งจากการคาดการของสื่อไทยหลายๆสำนัก ที่มองว่าจะเป็นนักเตะไทยคนต่อไปที่จะได้ไปค้าแข้งในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าข่าวของ ทริสตอง โด ที่มีทีมจากเจลีก สนใจมีออกอยู่ตลอดในช่วงที่ผ่านมา

แบ็คขวาลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งคนที่แฟนบอลชาวไทยเชียร์ให้เขาเดินทางตาม 3 นักเตะไทยอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ไปค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่น

คุณภาพฝีเท้าของเขา คงไม่ใช้ปัญหาในการไปเจลีก ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียกว่าถอดแบบมาจากแบ็คยุโรป รวมไปถึงความแข็งแกร่งที่เขามี ก็เป็นเครื่องหมายการค้าที่เป็นสิ่งดึงดูดแมวมองจากประเทศญี่ปุ่นให้มาสนใจตัวเขา

อยู่ที่ว่าจะเป็นทีมไหนในแผ่นดินซามูไร ที่จะดึงตัวเขาไปสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมไปถึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในเกมฝั่งขวาเท่านั้นเอง

 

สุภโชค สารชาติ

ดาวรุ่งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของรางวัลนักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมของ “FA Thailand Awards” 2017 เป็นอีกหนึ่งคนที่มีโอกาสจะได้เดินทางไปค้าแข้งที่ประเทศซี่ปุ่นในอนาคต

นี่คือนักเตะที่ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ บอสใหญ่ปราสายฟ้า ยกให้เป็น อิเนียสต้าเมืองไทย ที่ล่าสุดก็เป็นหนึ่งในกำลังหลักของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย “เจ้าเช็ค” ศุภโชค เล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวรุกและปีกทั้งสองฝั่ง ทักษะลูกหนังของเขาทั้งกาครอบครองบอลและการจ่ายบอลไม่ได้เป็นสองรองใครในไทยลีก ณ ปัจจุบัน ที่สำคัญเซนส์บอลของเขาก็จัดว่าอยู่ระดับแถวหน้าของเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้จะถูกมองว่าฝีเท้าของเขาน่าจะเล่นในเจลีกได้ แต่ดูเหมือนว่า “ปราสาทสายฟ้า” ยังต้องการใช้งานเขาอยู่ อีกทั้งยังไม่ถึงเวลาของเขาในการออกไปไล่ล่าความฝัน ที่สำคัญ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีเวที เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ให้เหล่าดาวรุ่งได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์แทบจะทุกปี นั้น “เจ้าเช็ค” ยังต้องเก็บเลเวลในเมืองไทยต่อก่อน

ทั้งนี้ก็ยังขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า สุภโชค สารชาติ ดีพอที่จะออกไปเปิดหูเปิดตาในลีกที่ถูกยกว่าดีที่สุดลีกหนึ่งของทวีปเอเชียสักครั้ง และอายุของเขาที่เพิ่งจะ 20 ได้ไม่นาน ก็มีโอกาสอย่างแน่นอสสำหรับดาวรุ่งค่าย ปราสาทสายฟ้า รายนี้

ศศลักษณ์ ไหประโคน

อีกหนึ่งดาวรุ่งจาก “ปราสาทสายฟ้า” ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่งของฟุตบอลไทยในฤดูกาลนี้ “เจ้าพี” ศศลักษณ์ ยิ่งเล่นยิ่งดีขึ้นทุกวัน ล่าสุดก็ก้าวสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะคุณภาพจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ปีกตัวจี๊ดวัย 23 ปี เป็นหนึ่งในกำลังหลักสำคัญของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ แถมยังเป็นอีกหนึ่งความหวังของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในเจเนอเรชั่นต่อไป และ “เจ้าพี” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ฝีเท้าของเขามีโอกาสที่จะไปจารึกชื่อบนลีกสูงสุดในอนาคต

ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ในการกระชากลากเลี้อย และการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆในสนาม ทำให้เขาคือแข้งริมเส้นที่ฟอร์มดีที่สุดคนหนึ่งของไทยลีกในเวลานั้น สิ่งเดียวที่เขายังขาดอยู่ก็คือ ประสบการณ์และความเก๋าในสนามเท่านั้น แต่เชื่อได้เลยว่า การได้ลงเล่นต่อเนื่องให้กับ “ปราสาทสายฟ้า” ก็จะทำให้เขาแกร่งขึ้นในเร็ววัน และเป็นอีกหนึ่งคนที่ทีมจากประเทศญี่ปุ่นหันมามอง

Topics