ต่างชาติบุกต่อเนื่อง : เปิดประวัติเหล่ากุนซือนอกเกาะบริติชรุ่น 3 บนเวทีพรีเมียร์ลีก

และนี่คือภาค 3 ของซีรี่ย์ “ผู้จัดการต่างชาติในพรีเมียร์ลีก” จะมีใครกันบ้าง เชิญติดตามได้เลย… 

หลุยส์ เฟลิปเป้ สโคลารี่ (เชลซี 01/07/08 - 09/02/09)

หลังจากที่ แกรนท์ ไม่สามารถเติมเต็มช่องว่าที่ มูรินโญ่ ทิ้งไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ เชลซี ต้องถึงคราหานายใหญ่คนใหม่อีกครั้ง และหวยก็มาออกที่ กุนซือแชมป์โลกอย่าง สโคลารี่

โดย อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติบราซิลและโปรตุเกส ถือเป็นผู้จัดการทีมจากนอกยุโรปคนแรกในรอบ 14 ปีที่ได้กลับมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีก(คนแรกคือ ออสซี่ อาร์ดิเลส)

ซึ่งช่วงแรกของ สโคลารี่ กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็เป็นไปอย่างดี โดย “บิ๊กฟิล” พาทีมดังแห่งลอนดอนไม่แพ้ใครตลอด 12 เกมแรก โดยในนั้นมีชัยชนะ 5-0 ถึง 2 เกม และ 4-0 อีก 3  เกม

Luiz Felipe Scolari

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น เชลซี แพ้รวดต่อ ลิเวอร์พูล, โรม่า, อาร์เซนอล และ แมนฯ ยูไนเต็ด จนทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำทีม และ สโคลารี่ ได้อยู่กับทีมเพียง 5 เดือน ทั้งๆที่เซ็นสัญญาไว้ถึง 4 ปี

โดยหลังจากนั้น มือเก๋าชาวแซมบ้า ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งที่เขารับงานที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เพราะเรื่องเงิน ซึ่งหลังจากนั้น สโคลารี่ ก็ไปคุมทีมในอุซเบกิสถาน(ที่ได้ค่าจ้างถึง 200,000  ปอนด์ต่อสัปดาห์) ก่อนกลับไปคุมประเทศบ้านเกิดรอบสอง(แต่ก็ไม่ถึงดวงดาว)

ปัจจุบัน อดีตโค้ชรองแชมป์ยูโร กำลังรับงานใน ไชนิส ซุปเปอร์ลีก ซึ่งไม่ต้องบอกว่า เงินเดือนจะมากขนาดไหน

Luiz Felipe Scolari

จานฟรังโก้ โซล่า (เวสต์แฮม 15/09/08 - 11/05/10)

อดีตตำนานเชลซี เข้ารับงานต่อจาก อลัน เคอร์บิชลี่ย์ ที่มีปัญหากับบอร์ดเรื่องการซื้อขายนักเตะ โดยนี่ถือเป็นการรับจ็อบคุมทีมฟุตบอลครั้งแรกในชีวิตของ โซล่า อีกด้วย

โดยตอนนั้น อดีตกองหน้าสุดคลาสสิค มีผู้ช่วยมือดีอย่าง สตีฟ คลาร์ก ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยอยู่กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” และแม้จะมีปัญหาเรื่องเงินช็อปปิ้งนักเตะ แต่ โซล่า ก็ใช้วิธีดันดาวรุ่งขึ้นมา ซึ่งสุดท้ายปีแรกในชีวิตการคุมทีมของ อดีตดาวยิงร่างจิ๋ว จบที่อันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือว่าน่าจับตาทีเดียว

ทว่า ทุกอย่างกลับตลาปัตรในอีกปีต่อมา

เมื่อ โซล่า พาทีมชนะได้เพียง 1 จาก 10 เกมแรก ขณะบอร์ดบริหารของ “ขุนค้อน” ก็ยังขยันสร้างปัญหานอกสนาม เช่น การขาย สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ กองกลางตัวเก่งโดยไม่ปรึกษากับ โซล่า

สุดท้าย อดีตขวัญใจเดอะ บลู พาทีมอยู่รอดเฉียดฉิว และทั้งสองตกลงยกเลิกสัญญาในทันที

กุส ฮิดดิ้งส์ (เชลซี 16/02/09 - 31/05/09 & 19/12/16)

สองครั้งสองคราที่ทำให้ กุนซือชาวดัตช์ เป็นที่รักของแฟนๆเชลซีไปตลอดกาล

โดยภาคแรกนั้น ฮิดดิ้งส์ เข้าคุมทีมในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 พร้อมกับพาทีมชนะถึง 11 จาก 13 เกม ทั้งยังเกือบพาทีมดังแห่งลอนดอนไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูซีแอลอีกครั้ง และยังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ กับทีมได้อีกด้วย

Guus Hiddink

ส่วนภาคสองนั้น เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่ อดีตนายใหญ่ทีมชาติเกาหลีใต้ เข้ามารับเผือกร้อนจาก มูรินโญ่ ทว่าการมาครั้งนี้ ฮิดดิ้งส์ ทำได้เพียงประคองทีมที่แตกสลายของ เชลซี ไม่ให้ยุบสลายไปมากกว่านี้เท่านั้น

และไม่แน่เหมือนกันว่า หากวันใดที่ โรมัน อับราโมวิช ปลดกุนซือขึ้นมาอีก อดีตเทรนเนอร์ทีมชาติรัสเซีย ก็อาจจะได้กลับมานั่งเก้าอี้ตัวนั่นที่ เดอะ บริดจ์ อีกทีก็เป็นได้

คาร์โล อันเชล็อตติ (เชลซี 01/06/09 - 22/05/11)

ตลอดหลายปีในช่วงนั้น โรมัน อับราโมวิช พยายามเหลือเกินที่จะหาคนที่จะพา เชลซี ผงาดแชมป์ยุโรปให้ได้ แต่ว่าความฝันของ เสี่ยหมี ก็ยังไม่ประสบผลสักที

ทำให้ อับราโมวิช หันไปคว้าเอาของใหญ่อย่าง อันเชล็อตติ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจนจัดในเวทีแชมเปี้ยนลีกมาคุมทีม โดยก่อนหน้านี้ “คาร์เล็ตโต้” เคยพา เอซี มิลาน เข้าชิงถ้วยยูซีแอลถึง 3 ครั้งในรอบ 5 ปี พร้อมกับได้แชมป์ถึง 2 ครั้ง

ซึ่งปีแรกของเขากับ เชลซี ก็เป็นไปได้อย่างดี หลัง อันเชล็อตติ พาทีมคว้าแชมป์ลีกด้วยการยิงถึง 103 ประตู อันเป็นสถิติสูงสุดในรอบกว่าห้าสิบปี ทั้งยังบอลถ้วยมาประดับบารมีอีกด้วย

ทว่าในยุโรปนั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” พ่ายให้กับ อินเตอร์ฯ แบบเหย้าเยือน ของ มูรินโญ่ จนตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ปีต่อมา ผลงานของยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนมีแต่ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายพวกเขาเสียแชมป์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะที่ในยุโรปก็ตกรอบด้วยฝีเท้าของ “ปีศาจแดง” อีกเช่นกัน

และไม่ต้องสืบเลยว่า จบซีซั่นนั้น อันเชล็อตติ ก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากคนอื่น

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (วีแกน 15/06/09 - 05/06/13, เอฟเวอร์ตัน 05/06/13 - 12/05/16)

ตลอดเวลาสี่ปีกับ “เดอะ ลาติกส์” นั้น เทรนเนอร์ชาวสเปน มีทั้งโมเมนต์ที่ดีและแย่ปะปนกันไป โดยความทรงจำที่เลวร้ายก็อย่างวันที่ลูกทีมของเขาโดน สเปอร์ส ถล่มเละ 9-1 หรือจะเป็นการพ่ายแพ้ 0-8 และ 0-6 ต่อเชลซี เช่นเดียวกับการโดน แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่มเกิน 5 ลูกบ่อยครั้ง ทว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่ง มาร์ติเนซ ก็เคยพาทีมเล็กๆทีมนี้เป็นถึง แชมป์เอฟเอ คัพ ได้

อันที่จริง เจ้าของปรัชญาเล่นบอลบนพื้น นั้นเคยเกือบจะได้งานใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล มาแล้ว ก่อนที่จะมาได้งานที่ เอฟเวอร์ตัน ในเวลาต่อมา

 

Roberto Martinez

ที่กูดิสัน พาร์ค มาร์ติเนซ ทำทีมได้สุดยอดในปีแรกด้วยการพาทีมจบอันดับ 5 และดูดีมีอนาคตสุดๆ ทว่าในปีต่อมา ทุกอย่างหมุนย้อนกลับ และสุดท้าย อดีตนายใหญ่วีแกน ก็ถูกปลดก่อนจบซีซั่นที่แล้วไม่นานในปี 1995 มาร์ติเนซ มาที่ วีแกน เพื่อจะเปิดประสบการณ์การค้าแข้งในเมืองผู้ดี โดย อดีตเจ้าของตำแหน่งตัวตัดเกม อยู่กับทีมนาน 6 ปี ก่อนย้ายไปเล่นอีกหลายแห่งและแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมา

นายใหญ่ทีมชาติเบลเยี่ยมคนปัจจุบัน เริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมกับ สวอนซี ในปี 2007 ก่อนที่อีกสองปีต่อมา มาร์ติเนซ จะกลับบ้านที่ วีแกน