ตำนาน “เดอะ โบโร่” : โด่งดัง, ตกชั้น, ชิง2บอลถ้วย และซ้อมในคุก?

Middlesbrough 1996/97

มิดเดิลสโบรห์ ต้องกลับสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง หลังจากที่ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น ...จุดเริ่มที่ทำให้พวกเขาโด่งดังไปทั่วก็คงหนีไม่พ้นเมื่อ 20 ปีก่อน กับการเข้าชิงฟุตบอลถ้วยสองรายการ ซึ่งทำให้พวกเขาได้ใจแฟนบอลมากมาย แม้ว่าจะต้องเป้นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม 

แฟนบอลของ เดอะ โบโร่ มุ่งหน้าลงใต้เพื่อไปยังสนาม เวมบลี่ย์ ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมที่จะเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ อย่างไรก็ตามความสุขที่พวกเขากำลังได้รับมันกลับผสมปนเปกับความเศร้าที่ทีมต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก แฟนบอลเข้ามายังสนามที่เป็นสัญลักษณ์ของนัดชิงชนะเลิศเพื่อยืนยันว่าพวกเขาไม่สมควรจะเป็นทีมที่ต้องตกชั้น

ความหวังของพวกเขาหดหายลงไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ยิงประตูให้ เชลซี นำก่อนตั้งแต่ 43 วินาทีแรกของเกม และมันเป็นเหมือนการจบเกมตั้งแต่ออกสตาร์ทเลยทีเดียว

และวันนี้ FFT จะนำเสนอจุดเริ่มต้นของฤดูกาลแห่งหายนะของ "สิงห์เเดงเเดนอีสาน" ที่เริ่มจากความพ่ายแพ้และการประจันหน้าของนักเตะในทีมด้วยกันเอง รวมถึงปัญหามากมายที่เกินจะสางให้มันคลี่คลายได้

 

เจ้าอิตาเลี่ยนจอมโกรธา

ย้อนกลับไปที่โรงแรมที่ทีมชุดนั้นเข้าพักมีการยืนยันว่า นีล ค็อกซ์ และ ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ คือนักเตะที่มีเรื่องมีราวกัน หลังจากที่ ค็อกซ์ คิดว่า ราวาเนลลี่ ไม่สมควรได้ลงสนาม และควรให้ มิกเคล เบ็ค ลงเล่นแทน

"ขณะที่เราสวมชุดสูทและเเว่นดำเขาก็ตัดสินใจโยนหมัดมาที่ผม และแน่นอนว่าผมต้องสวนคืน"

- Neil Cox

"ผมให้สัมภาษณ์ก่อนเกมวันนั้นว่า ...ราฟ (ราวาเนลลี่) โดนตัดชื่อจาก 11 ตัวจริงเช่นเดียวกับผมด้วยเหตุผลที่ว่าเราไม่ฟิตและไม่พร้อมจะลงเล่นเกมที่มีเดิมพันสูงแบบนี้"  ค็อกซ์กล่าว "ในวันเสาร์ข่าวก็พาดหัวเต็มไปหมด ค็อกซ์-ราฟ ไม่ควรได้ลงเล่น! ดังนั้นขณะที่เรากำลังถ่ายรูปใส่สูทพร้อมแว่นดำเขาก็ตัดสินใจซัดกำปั้นมาที่ผม และผมก็ไม่รอช้าแลกหมัดกับเขาทันที ผมไม่ได้พูดถึงเขาในทางไม่ดีเลย ผมเป็นฝ่ายถูก นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น"

อารมณ์เดือดของทั้งคู่บานปลายลุกลามไปถึงเพื่อนร่วมทีมทุกคนในรถบัสของทีมและถึงตอนนี้แม้แต่เอาคณะตลกมาเล่นอยู่ตรงหน้าก็น่าจะเป็นงานยากที่จะสร้างเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้น

"มันเป็นการเตรียมตัวขั้นสุดท้ายสำหรับเกมยิ่งใหญ่ใหญ่ที่ยากที่สุดในชีวิต" ร็อบบี้ มัสโท มิดฟิลด์ของทีมพูดเรื่องนี้กับ FFT "ในการถ่ายรูปรวมทีมคุณมีราวาเนลลี่ที่พยายามจะหาเรื่องกับนีลอยู่ตลอดเวลา"

"เรื่องราวมันเละเทะไปหมด แม้แต่ตอนเดินทาง ราฟ ก็ตะโกนด่า นีล แบบไม่หยุดปากตลอดทาง โดยมีนักเตะที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวนั่งอยู่เต็มคันรถ ถึงนาทีนั้น ร็อบสัน หวังจะให้ สแตน บอร์ดแมน(ดาวตลกมืออาชีพ) ช่วยเล่าอะไรที่ผ่อนคลายบรรยากาศบ้างเพราะเหตุการณ์ในทีมตอนนี้มันห่างไกลคำว่ามืออาชีพเข้าไปทุกที"

"โบโร่ เหลวแหลกเพราะศัตรูภายในทั้งนั้น" เคร็ก ฮิกเน็ตต์ อีกหนึ่งสมาชิกในทีมยืนยัน "การลอบกัด การพูดจาถากถาก แต่ละคนพร้อมที่จะเหวี่ยงหมัดใส่กัน ขณะที่อีกไม่นานนักจะต้องลงเล่นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเรา ตอนนั้นผมรู้ว่าเราแทบไม่เหลือโอกาสชนะเลย" ฮิกเน็ตต์ เท้าความ "ตอนเด็กๆผมฝันมาตลอดว่าจะได้เล่นในเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่เวมบลี่ย์ แต่เบื้องหลังที่ผมได้เจอเป็นดั่งคำสาปที่มีส่วนอย่างยิ่งในการล่าจุดมุ่งหมายครั้งสำคัญ"

ร็อบสัน ฮิกเน็ตต์ และ เเบล็คมอร์ กำสีหน้าการฉลองรองแชมป์

และในขณะเดียวกันแฟนบอลของพวกเขากว่า 30,000 คนก็มาด้วยความอยากระบายความโกรธที่มีต่อ เกรแฮม เคลลี่ ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ขณะที่ศรีภรรยาของท่านประธานก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางสงครามเกมฟุตบอลที่แฟนๆโบโร่ตอบสนองจากเหตุตกชั้นของพวกเขาในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้

"มันเป็นเวลาที่ยากลำบากมากๆและเป็นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่วุ่นสุดๆ" เกรเเฮม โฟรดี้ เลขาธิการประจำทีมกล่าว "คุณรู้ได้ทันทีว่าแฟนบอลอยากจะระบายเเค้นอย่างเต็มที่และพวกเขาก็คิดว่าพวกเขามีอำนาจพอที่จะทำมัน"

ร็อบสัน หวังจะให้ สแตน บอร์ดแมน(ดาวตลกมืออาชีพ) ช่วยเล่าอะไรที่ผ่อนคลายบรรยากาศบ้างเพราะเหตุการณ์ในทีมตอนนี้มันห่างไกลคำว่ามืออาชีพเข้าไปทุกที"

- Robbie Mustoe

3+8=ฝันร้าย

โบโร่ ออกสตาร์ทฤดูกาล 1996-97 อย่างดุดันด้วยการคว้าตัว "ขนนกสีขาว" ราวาเนลลี่ ที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับ ยูเวนตุส ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้

ราวาเนลลี่ ในวัย 27 ปีถูกซื้อตัวด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์เซ็นสัญญา 4 ปีและพ่วงด้วยค่าเหนื่อยกว่า 42,000 ปอนด์/สัปดาห์...การลงสนามนัดแรกของเขาเปิดตัวด้วยการยิงแฮตทริกในเกมที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล 3-3 ที่ ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม หลังจากนั้นเขาก็เป็นนักเตะที่มีอิทธิพลในห้องแต่งตัวของทีม

"มันเหมือนกับการมี เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ ในทีมนั่นแหละ" ฮิกเน็ตต์ กล่าว "นักเตะครึ่งหนึ่งรักเขา แต่ครึ่งหนึ่งของทีมเกลียดขี้หน้าเขา เขาทำงานหนักมากและเป็นนักจบสกอร์ชั้นเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น แต่เขาเป็นคนที่วางตัวด้วยทัศนคติที่ผิดพลาด เขาเห็นแก่ตัวในทุกเรื่องที่ทำ"

เอริค เพย์เลอร์ นักข่าวของสำนักข่าวท้องถิ่นเล่าให้ FFT ฟังว่าราวาเนลลี่เป็นเหมือน "มนุษย์ไฟฟ้า" ... "ราฟเป็นเหนือกว่าสิ่งมีชีวิต ไม่มีใครบนโลกนี้ที่เหมือนเขาและตัวเขาเองก็คิดว่าเขาอยู่เหนือทุกคนในสโมสร"

"สตีฟ กิ๊บสัน (เจ้าของทีมมิดเดิลสโบรห์) ยอมจ่ายเงินเพื่อคว้าตัวเขาร่วมกับ จูนินโญ่ เปาลิสต้า และ เอเมอร์สัน เพื่อเตือนทุกทีมในพรีเมียร์ลีกว่าพวกเขาพร้อมวิ่งชนความยิ่งใหญ่ มันคือความหวังที่จะชุบชีวิตให้ทีมทีมนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเหมือนในยุคที่ แจ็คกี้ ชาร์ลตัน สร้างไว้ในยุค '70...แต่มันไม่วิร์คเพราะมันเหมือนกับว่าคุณมี โบโร่ 2 ทีมอยู่ในฝั่งเดียวกัน และมันถูกแบ่งออกเป็น 3 นักเตะเวิลด์คลาสกับอีก 8 นักเตะที่จะเอาใครลงก็ได้"

Middlesbrough food
ราวาเนลลี่ คือขวัญใจของแฟนบอล

ราวาเนลลี่ กลายเป็นที่เกลียดชังของทีมภายในเวลาไม่นาน ในการกระชุมทีมประจำเดือนพฤศจิกายนก่อนจะบุกไปเยือนวิลล่า แยน อาเก้ ยอร์ทอฟท์ หนึ่งในสมาชิกของทีมเล่าว่า จิอันนี่ ปาลาดินี่ เอเย่นต์ของ ราวาเนลลี่ ให้สัมภาษณ์ว่า "มันถูกต้องแล้วล่ะที่ ราฟ จะต้องมีความโผงผางเสียงดังมันเป็นปกติของคนอิตาเลี่ยน มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการรอคอยวันย้ายออกของเขา"  ยอร์ทอฟท์ กล่าว "ผมแทบหยุดหัวเราะไม่ได้เพราะหลังจากนั้น ไบรอัน (ร็อบสัน) ก็บอกว่า "โอเค จริงหรือเปล่า ราฟ?" ก่อนที่ ปาลาดินี่ จะบอกว่า "ใช่สิมันแน่นอนคุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรแล้วล่ะ"

มิดเดิลสโบรห์ แพ้ วิลล่าไป 0-1 ก่อนจะตามมาด้วยการพ่ายลิเวอร์พูลอีก 1-5 ในตอนนั้นพวกเขาเป็นทีมที่ทำสถิติไม่ชนะใครติดต่อกัน 12 เกมในลีก และหลายสิ่งก็สรุปได้ในคำเดียวนั่นคือคำว่า "เลวร้ายสุดๆ"