ตำนานนักรบปราสาทสายฟ้า : 11 อดีตแข้งสุดแกร่งแห่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนเลือดใหม่หลายคนพอสมควร...และมันอาจทำให้หลายคนนึกถึงสุดยอดแข้งเก่าๆ

นับตั้งแต่นาย เนวิน ชิดชอบ เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าฯ กลายเป็นบุรีรัมย์ พีอีเอ เมื่อปี ค.ศ. 2010 ก่อนเปลี่ยนเป็นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปี ค.ศ. 2012 พวกเขาอุดมไปด้วยสุดยอดนักเตะมากมาย แต่เพราะความทะเยอทะยานที่ต้องการพัฒนามากขึ้นในทุกๆปี...นักเตะหลายคนถูกขายออกไป เพื่อนำผู้เล่นที่ดีกว่าเข้ามาทดแทน...
 
อย่างไรก็ตามการได้ผู้เล่นที่ดีกว่าเข้ามาไม่ได้เกิดขึ้นตามคาดคิดเสมอไป...และในวันที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่น รวมถึงผลการแข่งขัน อาจทำให้แฟนบอลนึกถึงผู้เล่นเก่าๆ บางคนที่ออกจากทีมไป 
 
นี่คือ 11 สุดยอดแข้งผู้เป็น "ตำนานแห่งปราสาทสายฟ้า" 
 

แผนการเล่น 4-3-3

ผู้รักษาประตู : อัมรินทร์ เยาดำ

เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ตำแหน่งนายทวารของทีมปราสาทสายฟ้า ถูกครองสัมปทานโดย ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่ขนาดว่ามือสองแทบไม่ได้สัมผัสพื้นหญ้า แต่หากลองมองย้อนกลับไปเมื่อสมัยยังใช้ชื่อว่า บุรีรัมย์ พีอีเอ  อัมรินทร์ เยาดำ อดีตนายทวารทีมชาติไทยวัย 36 ปี รายนี้ก็เคยเฝ้าเสาได้อย่างน่าประทับใจ สร้างชื่อกับสโมสรสินธนา ก่อนมาถึงช่วงพีคและโด่งดังของตัวเองกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และได้เล่นให้กับบุรีรัมย์ พีอีเอ ยุคของนายเนวิน ชิดชอบ 1 ปี เมื่อปี 2010 ก่อนถูกส่งตัวไปอยู่กับ บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมน้องในปีถัดมา 
 
ภาพ: Tommy Bar

แบ็คขวา : อภิเชษฐ์ พุฒตาล

แบ็คขวาจอมเก๋าผลผลิตจากทีมเยาวชนของราชประชาฯ อยู่ช่วงคาบเกี่ยวระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นบุรีรัมย์ พีอีเอ หลังถูกเทคโอเวอร์โดยนาย เนวิน ชิดชอบ ในปี พ.ศ. 2552  อภิเชษฐ์ คือ กัปตันทีมในยุคแรกของ “ปราสาทสายฟ้า” เขาพาทีมกวาดทุกแชมป์ในประเทศไล่ตั้งแต่ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 2011 และ 2012 รวมถึงแชมป์โตโยต้าลีกคัพ ปี 2011 และ 2012 ด้วยเช่นกัน ตลอดจนโตโยต้าพรีเมียร์คัพ นั่นทำให้เขาก้าวสู่จุดสูงสุดในค้าแข้งอาชีพในวัย 34 ปี อย่างไรก็ตามหลังจบปี 2012 เขาตัดสินใจย้ายไปเป็นนักเตะรุ่นใหญ่ของ บีอีซี เทโรศาสน ปัจจุบัน "กัปตันเปิ้ล" แม้อายุอานามจะปาไป 37 ปีแล้ว แต่เขายังคงฟิตปั๋งเช่นเคย
 

กองหลัง : ประทุม ชูทอง

กองหลังกล้ามขาโตโชว์ฟอร์มแกร่งกับโอสถสภาฯ จนบุรีรัมย์ อดรนทนไม่ไหวคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2012 และเพียงปีแรกก็เป็นกำลังหลักของทีมในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟทันที ทั้งในเกมลีกและเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก โดยแข็งแกร่งสุดๆ เมื่อได้จับคู่กับ ออสมาร์ อิบันเญซ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2013 ได้ด้วย อย่างไรก็ตามด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้เขาถูกปล่อยตัวให้กับสุพรรณบุรี เอฟซี หลังสิ้นสุดปี 2014 แต่สาวก "ปราสาทสายฟ้า" คงยังไม่ลืมลีลาการเข้าสกัดบอลที่ดุดันและแม่นยำ จนฝากถ้วยแชมป์ให้กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไว้ถึง 10 ใบ (ไทยพรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 2, โตโยต้าลีกคัพ 2, โตโยต้าพรีเมียร์คัพ 2 และฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก 2 ครั้ง) 
 

กองหลัง : ออสมาร์ อิบันเญซ

พูดได้อย่างเต็มปากว่าปราการหลังจากแดนกระทิงดุวัย 28 ปี ในปัจจุบันรายนี้ คือสุดยอดเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตลอดกาลของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้กระทั่ง ธีราธร บุญมาทัน กัปตันทีมชาติไทยถึงกับเคยเอ่ยปากว่า นี่คือกองหลังที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยร่วมงานด้วย...นักเตะร่างยักษ์เจ้าของส่วนสูงถึง 192 เซนติเมตร รายนี้ ย้ายจากราซิ่ง ซานตานเดร์ ทีมในลาลีกา สเปน มาร่วมทัพ "ปราสาทสายฟ้า" เมื่อกลางซีซั่น 2012 โดยปีนั้นเขาลงเล่นได้แค่เกมฟุตบอลถ้วย แต่ก็แกร่งพอพา "ปราสาทสายฟ้า" คว้า 2 บอลถ้วยไปครอง ก่อนที่ปีต่อมาเขาได้แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาว่าสุดยอดแค่ไหน แม้สูงใหญ่ แต่รวดเร็ว เปรียบดั่งภูผาหินคู่ที่คอยกีดขวางแนวรุกฝั่งตรงข้าม แถมยังเติมขึ้นมาทำประตูได้บ่อยครั้ง และออกบอลได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย เขามีส่วนสำคัญพาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กวาดทุกแชมป์ในปี 2013 โดยทำไป 6 ประตูในเกมลีก และยิง 3 ประตูในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก พาทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างยิ่งใหญ่ด้วย แต่ความเก่งจนเกินหน้าเกินตา ทำให้ เอฟซี โซล ยอดทีมยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาลถัดมา ปิดตำนานยอดกองหลังในความทรงจำของแฟนบอลบุรีรัมย์ไว้แค่ 1 ฤดูกาลเศษเท่านั้น 
 

แบ็คซ้าย : ธีราทร บุญมาทัน

แม้จะสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับสาวก "ปราสาทสายฟ้า" ตลอดจน นาย เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฯ แบบสุดขั้วหัวใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดเท่าที่สโมสรเคยมีมา และอาจเรียกได้ว่าเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย... อุ้ม-ธีราทร คือ แบ็คที่โดดเด่นทั้งเกมรุก และเกมรับ สามารถสร้างสรรค์เกมบุกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการอ่านเกมยามตั้งรับก็เป็นจุดเด่นของเขาเช่นกัน รวมไปถึงลูกเซ็ตพีซสุดฉกาจ ที่ทำเอาทั่วทั้งเอเชียต้องตื่นตะลึงมานักต่อนัก... ถ้วยรางวัล 18 ใบที่สโมสรเคยได้ เขามีส่วนสำคัญกับมันทุกใบ และความยอดเยี่ยมของเขาในสีเสื้อของบุรีรัมย์นั่นเอง... ทำให้เขากลายเป็นกัปตันทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในปัจจุบัน... น่าเสียดายเหลือเกินที่เขากลายเป็นเพียงอดีตของ "ปราสาทสายฟ้า"