ตัวเลขไม่โกหกใคร : แข้งโนเนมผู้มีสถิติเหนือเหล่าแข้งหลายพันล้าน

ฮิว เดวีส์ คอลัมนิสต์ของเราใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน คำนวณตัวเลขสถิติต่างๆ คุณเชื่อหรือไม่ว่าบางทีมันช่างคุ้มค่าเหลือเกินที่ได้รับรู้สิ่งเหล่านี้…

แฟนบอลหลายๆ คนคิดว่าสถิตินั้นไม่ใช่ทุกอย่างของฟุตบอล ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ถูกอย่างที่พวกเขาว่า สถิติไม่ใช่ทุกอย่าง แต่สถิติเหล่านี้มันอาจจะทำให้พวกเขาได้คำตอบ หรือข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้นก็ได้ เหมือนกับการหาภาพยนตร์ของพี่น้องโคเอนที่จะต้องถูกใจตัวเองเป็นหลักเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องดูภาพผลงานของพี่น้องคู่นี้ทั้งหมดซึ่งมีหลากหลายเรื่อง การไม่ตั้งเป้าหมายใดๆ จากการเริ่มต้นก้าวแรกของตัวเองที่ยังไม่แน่นอนอาจทำให้สับสนมึนงง

ดังนั้นแล้วเราลองมาดูสถิติการยิงประตูกันดีกว่า เนื่องจากเป็นสถิติเพียงอย่างเดียวที่แฟนบอลส่วนใหญ่ชอบใช้ในการถากถางเยาะเย้ยคนอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้

หรือหากจะให้เฉพาะเจาะจงเราลองมาดูกันดีกว่าว่าในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ใครคือนักเตะที่มีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุด และถ้าอยากเจาะลึกกว่านี้อีกสักหน่อย ก็ลองดูกันว่าแต่ละคนใช้เวลานานแค่ไหนที่ต่อการจ่ายให้เพื่อนยิงหรือทำประตูให้กับทีม

หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ ใครคือนักเตะที่มีค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับประตูดีที่สุด?

โอซิล, อเกวโร หรือ วิลสัน?

คุณคงจะไม่ประหลาดใจนักเมื่อรู้ว่าใครคืออันดับ 1 ซึ่งจริงๆ แล้วคือ ริยาด มาห์เรซ ปีกของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม เขาทำไปแล้ว 14 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ มีค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับประตูอยู่ที่ 85 นาทีต่อครั้ง ซึ่งหากนับทั้งประตูและแอสซิสต์รวมกันแล้ว ถือว่ามากที่สุดในลีกเลยทีเดียว

นั่นหมายความว่าแข้งทีมจิ้งจอกสยามรายนี้จะมีส่วนร่วมอย่างน้อย 1 ประตูในทุกๆ นัดที่ลงเล่นก็ว่าได้ และถ้าหากลองดูดีๆ จะพบว่าในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้มีนักเตะอีกคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้เช่นนี้ ซึ่งก็คือ เซร์คิโอ กุน อเกวโร (89 นาทีต่อครั้ง) และนั่นคือการย้ำเตือนว่าการเป็นกองหน้าที่ผลิตประตูได้ทุกๆ เกมอาจจะฟังดูเกินจริงไปหน่อยหรือฟังดูเหมือนนิทานหลอกเด็ก ยกเว้นเสียว่าคุณคือลิโอเนล เมสซี่ หรือคริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ฟังดูอาจจะพอเป็นไปได้

โดยกองหน้าของแมนเชสเตอร์ซิตี้อย่าง กุน อเกวโร ทำได้ 14 ประตูในฤดูกาลนี้ แต่เขากลับทำได้เพียง 2 แอสซิสต์เท่านั้น อย่างไรก็ตามเขามีเวลาในสนามน้อยกว่ามาเรซราว 30% เพราะเหตุนี้เขาถึงมีสถิติที่เท่ากัน นอกจากนี้ เจมี วาร์ดี้ กองหน้าอีกคนจากค่ายจิ้งจอกสยาม รั้งอยู่ในอันดับ 4 โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 103 นาทีต่อครั้ง ตามหลังที่ 3 อย่างเมซุต โอซิล กองกลางจอมแอสซิสต์ที่ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 100 นาทีต่อครั้ง จากผลงาน 17 แอสซิสต์กับ 4 ประตู

สำหรับคนอื่นๆ ที่ฟอร์มน่าประทับใจ ยังมี โรเมลู ลูกากู กองหน้าจากเอฟเวอร์ตัน (มีส่วนร่วม 21 ครั้ง ค่าเฉลี่ย 107 นาทีต่อครั้ง) เควิน เดอ บรอยน์ (มีส่วนร่วม 14 ครั้ง ค่าเฉลี่ย 111 นาทีต่อครั้ง) รวมถึงกองหน้าที่ถูกวิจารณ์บ่อยๆ อย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (มีส่วนร่วม 16 ครั้ง ค่าเฉลี่ย 112 นาทีต่อครั้ง)

และอีกคนที่ควรจะพูดถึงก็คือ คัลลัม วิลสัน กองหน้าของบอร์นมัธ แม้ว่าเจ้าตัวจะได้รับข่าวร้ายเมื่อตัวเองได้รับบาดเจ็บรุนแรงช่วงต้นเดือนกันยายนทำให้ต้องพักยาว กระนั้นแฮตทริกแรกของเขาในเกมกับเวสต์แฮมช่วยให้เขามีส่วนร่วมทั้งหมด 5 ครั้งจาก 7 เกม หรือ 109 นาทีต่อครั้ง ซึ่งเราได้ใช้สถิติของเขาเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของเรา โดยกำหนดไว้ที่การทำประตูหรือแอสซิสต์ให้ได้อย่างน้อย 5 ครั้ง ส่งผลให้มันกลายเป็นข่าวร้ายสำหรับ โรเบิร์ต ฮูธ ที่ทำได้ 3 ประตู และยังไม่เคยแอสซิสต์เลย

เร่งเครื่องกันหน่อย

คุณคิดว่าใครคือซูเปอร์สตาร์ที่เล่นได้ไม่คุ้มกับค่าตัวเอาเสียเลย? ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกความเร็วสูงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือ 1 ในนักเตะที่ควรจะเร่งฟอร์มของตัวเองให้เร็วที่สุด เนื่องจากสถิติทุกๆ 238 นาที จะมีสัก 1 ประตูหรือแอสซิสต์ แปลว่าเขาใช้ถึงเวลา 4 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์หรือทำประตูให้กับทีม ซึ่งไม่ดีเอาเสียเลย เช่นเดียวกันกับ อเล็กซิส ซานเชส ที่แม้ว่าประตูไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เป็นที่น่าตกใจที่ตัวรุกของอาร์เซนอลรายนี้มีสถิติในการมีส่วนร่วมกับประตูอยู่ที่ทุกๆ 200 นาทีต่อครั้ง ซึ่งแย่กว่าสถิติของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ของลิเวอร์พูล และ อารูนา โคเน่ ของเอฟเวอร์ตันเสียอีก

หลายๆ คนมักพูดถึงบ่อยๆ เกี่ยวกับ ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ตัวเก่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าเป็นผู้เล่นที่เหมาะจะเล่นเกมรุกมากกว่าเล่นเกมรับแบบเอื่อยเฉื่อย นั่นหมายความว่าค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับการทำประตูทุกๆ 234 นาทีต่อลูกในฤดูกาลนี้ยังไม่เพียงพอ เขาคงต้องรีบรีดฟอร์มตัวเองออกมาให้ได้ เช่นเดียวกับ เชสก์ ฟาเบรกาส ของเชลซีที่หลายๆ คนคงจะคาดหวังให้เขาทำสถิติได้ดีกว่าปัจจุบันที่ 380 นาทีต่อครั้ง

กิลฟี ซิเกิร์ดส์สัน จอมทัพของสวอนซี ซิตี้ เป็นอีกคนที่แม้จะทำไปแล้วถึง 3 จุดโทษ และอีก 2 ประตูจากฟรีคิดสุดสวย กระนั้นในฐานะเพลย์เมคเกอร์ของทีม การทำประตูและแอสซิสต์รวมกันเพียง 3 ประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์เหมือนยังไม่เพียงพอ เพราะเท่ากับว่าเขาสร้างสรรค์ประตูได้ 1 ลูกทุกๆ 692 นาที หรือทุกๆ 7-8 นัด

นอกจากนี้ยังมี ฆวน มาต้า กองกลางชาวสเปนมีส่วนร่วมกับประตูทั้งหมดเพียง 7 ครั้งเท่านั้น สถิติอยู่ที่ 285 นาทีต่อครั้ง ส่งให้เขาตามหลังนักเตะคนอื่นๆ ถึง 66 คนจากทั้งหมด 79 คนในลิสต์ (จากเกณฑ์การตัดตัวที่กล่าวในข้างต้น) และไม่น่าเชื่อว่ามาต้าจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับการทำประตูในลีกเลยนับตั้งแต่วันที่ 7 เดือนพฤศจิกายน ปี 2015 ซึ่งครั้งล่าสุดคือการยิงลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

และที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือครั้งล่าสุดที่เขามีส่วนร่วมกับประตูที่ได้จากลูกโอเพ่นเพลย์ต้องย้อนไปถึงเดือนกันยายน และหลังจากนั้นเขาก็ได้เพียงแต่ดูการทำประตูของเพื่อนๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมงแล้วที่ลงเล่น กองกลางแมนยูรายนี้เสมือนลงเล่น 1 วันเต็มๆ โดยเขาไม่มีส่วนร่วมกับการทำประตูเลยแม้แต่ประตูเดียว ซึ่งเป็นที่น่าแปลกประหลาดเนื่องจากไม่มีใครสังเกตเรื่องนี้เลย

ม้ามืดที่ไม่มีใครคาดคิด

สำหรับตอนนี้เราจะพักเรื่องเชิงลบไว้ก่อน (เดี๋ยวเจอกันอีกรอบ) ถึงเวลาของผู้เล่นที่อยู่นอกสายตาแต่ทำผลงานได้ดี และมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับที่น่าพอใจ คนแรกคือ เวส ฮูลาแฮน แข้งวัย 33 ปีของนอริช ซิตี้ ที่กำลังสนุกสนานกับช่วงเวลาบั้นปลายอาชีพค้าแข้งของตัวเอง โดยเขาทำประตูและแอสซิสต์รวมกันถึง 11 ครั้งจากการลงเล่นไม่มากนัก ซึ่งค่าเฉลี่ยอันสุดยอดของเขาอยู่ที่ 134 นาทีต่อครั้ง เท่ากับตัวรุกของเวสต์แฮม อย่าง ดิมิทรี ปาเยต์ ที่ใครๆ ต่างยกย่องถึงฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น อีกทั้งต่อให้หักประตูที่ฮูลาแฮนทำได้จากจุดโทษในเกมกับลิเวอร์พูลออก ค่าเฉลี่ยของเขาก็ตงยังดีกว่านักเตะหลายๆ ราย เช่น ฟิลิปป์ คูตินโญ, รอสส์ บาร์คลีย์, ราฮีม สเตอร์ลิง, ธีโอ วัลคอตต์, อเล็กซิส ซานเชส, เปโดร โรดริเกซ, ออสก้า และอีกหลายๆ คนเสียอีก

เคราร์ด เดวโลเฟว ปีกของเอฟเวอร์ตันคืออีกหนึ่งคนที่สร้างเซอร์ไพรส์โดยการมีชื่อติดอยู่ในลิสต์แม้ว่าความสามารถของเขาจะเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว และนักเตะอีกรายที่ติดท็อป 10 ร่วมกับเขาด้วยสถิติที่ต่ำกว่า 120 นาทีต่อครั้ง ก็คือเพื่อนร่วมถิ่นลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์อย่าง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน ซึ่งแข้งบราซิเลียนของลิเวอร์พูลรายนี้สมควรได้รับเครดิตจากการที่เขาใช้เวลาอันน้อยนิดในการปรับตัวให้เข้ากับการเล่นบนเกาะอังกฤษ โดยเขามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 117 นาทีต่อครั้ง และมีอีกคนที่อาจจะทำให้คุณตกใจได้ คนๆ นั้นก็คือ เจมส์ มิลเนอร์ เพื่อนร่วมทีมของเฟอร์มิโน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 180 นาทีต่อครั้ง หรือทุกๆ 2 นัด โดยฤดูกาลนี้เขาทำประตูและแอสซิสต์ไปแล้วถึง 10 ครั้ง และมีเพียง 1 ในนั้นที่มาจากการยิงจุดโทษ นอกจากนี้ขอให้ผู้อ่านทุกคนปรบมือ (หรือไม่ต้องก็ได้) ให้กับ โอเดียน อิกาโล กองหน้าของสโมสรวัตฟอร์ด เจ้าของผลงานทำประตูและแอสซิสต์รวมกัน 17 ครั้ง (131 นาทีต่อครั้ง) และ ชาร์ลี ดาเนียลส์ จากบอร์นมัธ ที่แม้ว่าสถิติของแบ็คขวาจำเป็นรายนี้จะอยู่ที่ 315 นาทีต่อครั้งซึ่งอาจจะดูไม่ดีนัก แต่การที่เขาทำประตูและแอสซิสต์รวมกันได้ 7 ลูก กับสโมสรน้องใหม่ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้นอีกทั้งยังเล่นกองหลังด้วยก็ต้องบอกว่าน่าประทับใจสุดๆ อีกทั้งสถิติของเขายังดีกว่าเพื่อนร่วมทีมที่เป็นตัวรุกอย่าง แมตต์ ริตชี เสียอีก

แข้งที่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกหายไปไหนกันหมด?

ปัญหาของแมนยูและเชลซีในฤดูกาลนี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว ดังนั้นเราจะไม่ปิดบังเรื่องนี้กับคุณ

มันไม่มีอะไรหรอก เพียงแค่แมนยูมีผู้เล่นที่ทำประตูและแอสซิสต์รวมกันได้มากกว่า 5 ครั้งในซีซั่นนี้เพียงแค่ 3 คนเท่านั้นเอง ก็คือ ฆวน มาต้า ที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ และ 2 กองหน้าของทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์ (11 ครั้ง) และ อองโตนี มาร์กซิยาล (10 ครั้ง) ซึ่งพวกเขามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 180 นาทีต่อลูก หรือทุกๆ 2 นัด

ในขณะที่เชลซีมีเพียงกองหน้าอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า “คนเดียว” เท่านั้น  ยิงประตูและแอสซิสต์รวมกัน 14 ครั้ง ค่าเฉลี่ย 131 นาทีต่อครั้ง) ที่ใช้เวลาน้อยกว่า 4 ชั่วโมงบนพื้นสนามในการทำประตูหรือแอสซิสต์ให้เพื่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วน เอเด็น อาซาร์ เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี “ไม่มีส่วนร่วมกับประตูใดๆ เลย” มาตั้งแต่เดือนกันยายนแบบเดียวกันกับ ฆวน มาต้า ซึ่งเขาไม่ติดอยู่ในลิสต์ด้วยซ้ำไป

แข้งขุนค้อนเรียงหน้ามายิง

มันคงไม่แปลกนักที่เราจะเห็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือลิเวอร์พูลยิงประตูและแอสซิสต์รวมกันได้มากกว่า 5 ครั้ง แต่สำหรับเวสต์แฮมแล้วพวกเขาแบ่งกันทำสถิตินี้ มีลูกทีมของสลาเวน บีลิช ถึง “6 คน” ที่ทำได้มากกว่า 5 ครั้ง แถมยังใช้เวลาไม่มากนักอีกด้วย พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น โดยมีนักเตะเพียง 5 คนเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่ทำได้ 5 ประตู โดยใช้เวลาน้อยกว่า 990 นาที หรือ 11 เกม “เต็มๆ” และ 3 ใน 5 คนนั้นคือนักเตะทีมขุนค้อน ได้แก่ เอนแนร์ วาเลนเซีย (144 นาทีต่อครั้ง) มานูเอล ลันซินี (192 นาทีต่อครั้ง) มิคาอิล อันโตนิโอ (197 นาทีต่อครั้ง)

นอกจากนี้ยังมีเซาแธมป์ตัน และนอริช ซิตี้ ที่บรรดานักเตะในทีมเรียงหน้ายิงกัน โดยทั้งสองทีมต่างมีนักเตะมากกว่า 5 คนที่ยิงและจ่ายรวมกันมากกว่า 5 ครั้ง “สุดยอดไปเลย คาเมรอน เจอโรม!!!” ในขณะเดียวกันมีเพียงแอสตัน วิลล่า ทีมเดียวเท่านั้นที่มีผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ยิงและจ่ายได้มากกว่า 5 ครั้ง นั่นก็คือ จอร์แดน อายิว ที่ยิงได้ 5 ประตู แต่ยังไม่แอสซิสต์เลยสักครั้ง โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3 เกมเศษๆ ต่อ 1 ลูก

อนาคตจะเป็นอย่างไร

หรือในที่สุดจะมีสัญญาณเตือนสำหรับทีมชาติอังกฤษเสียแล้ว เพราะเมื่อลองดูจากเวลาที่ได้ลงสนามของนักฟุตบอลจะพบว่านักเตะ 4 คนที่ได้ลงสนามมากที่สุดล้วนเป็นคนอังกฤษทั้งสิ้น อีกทั้ง 3 ใน 4 คนนั้นคาดว่าจะอยู่ในทีมชุดลุยศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 อีกด้วย  (ต้องขอโทษ ทรอย ดีนีย์ ไว้ ณ ทีนี้ด้วยที่เราคิดว่าไม่น่าจะติดทีมชาติ) คนแรกคือ แฮร์รี เคน กองหน้ารายนี้เพิ่งจะอายุ 22 ปีเท่านั้น เขาไม่ได้ลงเล่นให้ต้นสังกัด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส แค่ 43 นาทีเท่านั้นในฤดูกาลนี้และยังได้ลงเล่นเต็มเวลาในบอลถ้วยอีกด้วย นักเตะคนต่อมาคือ รอสส์ บาร์คลีย์ ที่เพิ่งอายุ 22 ปีเช่นกัน เขาหายหน้าหายตาไปจากทีมในสนามของเอฟเวอร์ตันเพียงแค่ 60 นาทีเท่านั้นในลีกฤดูกาลนี้ (รวมถึงบอลถ้วยอีก 1 เกม) เช่นเดียวกันกับ เจมี วาร์ดี้ ดาวซัลโวสูงสุดในลีกที่มีโอกาสติดทีมชาติสูง ขณะเดียวกันแม้ว่า นาธาเนียล

ไคลน์จะไม่มีชื่ออยู่ในลิสต์นี้ แต่แบ็คขวาของลิเวอร์พูลยังไม่เคยพลาดแม้แต่วินาทีเดียวในการลงเล่นให้กับทีมหงส์แดงในฤดูกาลนี้เลย

หรือทีมชาติอังกฤษจะต้องเริ่มต้นทัวร์นาเม้นต์ด้วยตัวผู้เล่นที่มีความเหนื่อยล้าสะสม? บางทีมันอาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะพวกเขาเหล่านี้ก็ยังเป็นวัยรุ่นไฟแรงกันอยู่ (ขอเว้นวาร์ดี้ไว้สักคน) แต่ก็ต้องเป็นเรื่องที่พึงระลึกไว้เช่นกัน