Stories

ตัวเป้า 0 ประตู : 8 ศูนย์หน้าตำแหน่งหมายเลข 9 ที่เท้าบอดในฟุตบอลโลก 2018

มื่อชัยชนะของกีฬาฟุตบอลนั้น ตัดสินด้วยทำการประตู ตำแหน่ง กองหน้า คือตำแนห่งที่ถูกคาดหวังให้ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายให้กับทีม แต่หากพวกเขาทำประตูให้ทีมไม่ได้ล่ะ? ก็ต้องหวังพึ่งจากตำแหน่งอื่นแล้วกัน นี่คือเหล่าศูนย์หน้าไร้ประตูในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ที่พึ่งแข่งขันกันเสร็จไปหมาดๆ

We are part of The Trust Project What is it?

โอลิวิเยต์ ชิรูด์

ศูนย์หน้าของทีมตราไก่ แชมป์โลกประจำฟุตบอลโลก 2018 ได้สร้างสถิติที่กองหน้าหลายคนคงไม่อยากทำลายได้นั่นก็คือ ยิงเข้ากรอบไปทั้งหมด 0 ประตู ในการลงเล่นไป 546 นาที ตลอดทั้งการแข่งขัน

แม้สถิติการทำประตูจะไม่สวยหรูแต่ ชิรูด์ ก็ได้รับโอกาสลงสนามแทน อุสมาเน่ เด็มเบเล่ ในเกมที่สองและคว้าตำแหน่งศูนย์หน้าตัวจริงยาวมานับตั้งแต่นั้น โดย ดิดิเยร์ เดชองส์ กุนซือของทีมได้พูดถึงชิรูด์ว่า แม้จะทำประตูไม่ได้ แต่เขาก็จะให้โอกาส ชิรูด์ ลงสนามแน่นอนเพราะสไตล์การเล่นของชิรูด์ มีประโยชน์กับทีมทั้งเกมรุกและเกมรับ และยังช่วยสนับสนุนให้ กรีซมัน และ เอ็มปัปเป้ เล่นได้ง่ายขึ้น

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ศูนย์หน้าชาวโปแลนด์เริ่มแจ้งเกิดเป็นสุดยอดกองหน้ากับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อฤดูกาล 2011/2012 แต่ด้วยสภาพแวดล้อมของเพื่อนร่วมทีม ทำให้การรับใช้ทีมชาติของ เลวานดอฟสกี้ ในการแข่งขันระดับประเทศในรอบสุดท้ายอย่าง ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโร ดูจะไม่ร้อนแรงเท่าในระดับสโมสร

โปแลนด์ ห่างหายจากการแข่งขันฟุตบอลโลกไปตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งการมาที่รัสเซียครั้งนี้คือการมาฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกของ ศูนย์หน้าดาวยิงแห่งลีกบุนเดสลิก้า และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ดาวยิงจากทีมเสือใต้ ไม่สามารถแบกความหวังของคนทั้งชาติได้ เขาไม่สามารถทำประตูให้กับโปแลนด์ได้เลย โดยมีโอกาสยิงไป 9 ครั้ง จากการลงเล่นเต็ม90นาทีทั้ง 3 เกม

มาร์กุส เบิร์ก

ศูนย์หน้าแห่งทัพไวกิ้ง ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ อัล-ไอน์ ในลีกประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เบิร์ก ทำไปถึง 25 ประตู จาก 21 เกมที่ลงเล่นในลีก และเขาทำไปถึง 10 ประตู ใน 3 เกมสุดท้ายของฤดูกาล ก่อนที่จะเริ่มเข้าแคมป์ทีมชาติ

แต่การมาฟุตบอลโลกครั้งนี้เขาไม่สามารถทำประตูไปกองก้นตาข่ายได้เลย แม้ สวีเดน จะเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแต่เกมรุกของพวกเขานั้นค่อนข้างฝืด ตอยโวเน่น คู่หูกองหน้าของ เบิร์ก ก็ทำไปได้แค่ 1 ประตู จากการแข่งทั้งหมด 5 เกม ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ซัรดอร อัซมูน

เขาคือผู้ถูกขนานนามว่า “เมสซี่อิหร่าน” แต่ศูนย์หน้าตัวความหวังของประเทศ เขาทำประตูไปถึง 11 ลูก ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกของโซนทวีปเอเชีย แต่ อัซมูน เปิดตัวในการเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกของตัวเองไม่สวยนัก โดยเขามีโอกาสยิงแค่ 4 ครั้ง จากการลงเล่นเต็มเกมทั้ง 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม และไม่สามารถพังประตูให้กับทีมชาติอิหร่านได้เลยก่อนจะตกรอบไป นั่นแสดงให้เห็นว่าความห่างชั้นในระดับเอเชียกับระดับโลกนั้นห่างไกลแค่ไหน

กาเบรียล เฆซุส

หลังจากฟอร์มการเล่นที่ดีในการค้าแข้งให้กับทีมเรือใบสีฟ้า ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัย 21ปี ที่ถูกคาดหวังว่าจะมาช่วย เนย์มาร์ ในการถล่มประตูคู่แข่ง หลังจากที่ทีมชาติบราซิลในช่วงหลัง ได้ขาดแคลนกองหน้าที่พึ่งพาได้ไปนานพอสมควร

แต่ดูเหมือนว่า เฆซุส จะเชื่อมต่อกับเพื่อนแนวรุกคนอื่นไม่ได้ดีเท่าที่ควร จนมีกระแสอยากให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กองหน้าตัวหลอกจากทีมหงส์แดง ลงสนามในฐานะตัวจริงแทน แต่ ตีเต้ กุนซือของทัพแซมบ้าก็ได้เผย 11 ตัวจริงก่อนเกมกับเบลเยี่ยมและ เฆซุส คือกองหน้าตัวจริงของเขา

ติโม แวร์เนอร์

ศูนย์หน้าวัย 22 ปี จากอาร์เบ ไลป์ซิก ได้รับโอกาสในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกของชีวิตค้าแข้ง หลังจากที่ทัพอินทรีย์เหล็กได้ขาดแคลนกองหน้าที่หวังพึ่งได้หลังจาก มิโลสลาฟ โคลเซ่ ได้แขวนสตั๊ดไป และ มาริโอ โกเมซ ก็ได้เข้าสู่ช่วงปลายของการค้าแข้งแล้ว

แวร์เนอร์ทำ 3 ประตูให้กับเยอรมันในศึก คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไป แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แวร์เนอร์ไม่สามารถทำประตูได้และ เยอรมัน ถูกคำสาปแชมป์เก่า ตกรอบแบ่งกลุ่มด้วยการจมบ๊วย

โมฮัมเหม็ด อัล-ซาห์ลาวี

ศูนย์หน้าวัย 31 ปี ทำไปถึง 16 ประตู จากการลงเล่น 15 นัดในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ทำให้เขาถูกคาดหวังว่าจะเป็นศูนย์หน้าตัวความหวังของทีม

แต่ในเกมแรกกับเจ้าภาพรัสเซีย อัล-ชาห์ลาวี่ มีโอกาสยิงประตูแค่ 1 ครั้ง และแทบไม่มีบทบาทกับเกม ผลจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจ้าภาพไปถึง 5-0 เขาเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ ฟาฮัด อัล มูวาลลาด ศูนย์หน้าจากเลบันเต้ ในเกมต่อมา และได้ลงเล่นแค่ 12 นาทีสุดท้ายของเกม หลังจากนั้น เขาก็ไม่มีโอกาสลงสนามในเกมที่ ซาอุดีอาระเบีย คว้าชัยชนะปลอบใจไปได้ในเกมสุดท้าย เช่นเดียวกับในกรณีของ อัซมูน ระดับเอเชียยังคงห่างชั้นกับระดับโลก

นิโคไล ยอร์เกนเซ่น

แม้จะมีสุดยอดเพลย์เมกเกอร์จอมแอสซิสต์อย่าง คริสเตียน อิริกเซ่น ทำเกมอยู่ด้านหลัง แต่ศูนย์หน้าจาก เฟเนยอร์ด ก็ไม่สามารถทำประตูให้กับ เดนมาร์ก ได้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยอร์เกนเซ่นทำ 1 แอสซิสต์ได้ในเกมเสมอ ออสเตรเลีย และในเกมต่อมาเขาถูกดรอปให้นั่งข้างสนาม ก่อนจะได้โอกาสลงมาในฐานะตัวสำรองอีกครั้งในเกมกับ โครเอเชีย ในรอบ 16 ทีม และเขายังพลาดการดวลจุดโทษหลังต่อเวลาพิเศษและทีมแพ้ไป ทำให้เขาถึงกับถูกแฟนบอลขู่ฆ่าเลยทีเดียว