Analysis

ตัวเต็งมากมายสุดท้ายคนใกล้ตัว? : ทำไมอาร์เซน่อลอาจเลือก มิเกล อาร์เตตา

We are part of The Trust Project What is it?

มีแววโค้ช และรู้จักทีมเป็นอย่างดี

ย้อนกลับไปสมัยที่ อาร์เตต้า ยังเป็นนักเตะของอาร์เซน่อล เขาไม่ได้เป็นเพียงกัปตันทีม แต่ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในโค้ชของทีมด้วย

เขากล้าที่จะเสนอแท็กติกที่ตัวเองคิดว่าดีกลางสนามซ้อม หากมันจำเป็นต่อการพัฒนาทีม อดีตเพื่อนร่วมทีมอาร์เซน่อลต่างเรียกอาร์เตต้าว่า “โค้ช” เนื่องด้วยความเข้าใจแท็กติกอย่างลึกล้ำตั้งแต่วัยหนุ่ม

“อาร์เตต้าพยายามบอกให้ทุกคนเคลื่อนที่มากขึ้นใกล้กรอบเขตโทษ เขาพยายามเพิ่มความมั่นใจให้ปีกไปกับบอลมากขึ้น ถ้าคุณควบคุมบอลได้ดี จัดระเบียบร่างกายได้ดี ให้คุณไปได้เลย อย่ากลัวที่จะเสียบอล” เป๊ป เล่าให้ฟังถึงวิธีการฝึกลูกทีมของ อาร์เตต้า

“เขาทำการฝึกบททดสอบต่างๆที่สำคัญ กับวิธีการเคลื่อนที่จากนอกกรอบเขตโทษ และพยายามสั่งลูกทีมให้ฝึกหลังจากเวลาซ้อมปกติ ทำให้นักเตะทุกคนสนุกกับการซ้อม และมั่นใจมากขึ้นว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่”

“สำหรับผม การครองบอลคือคุณต้องสร้างโอกาส ถ้าคุณครองบอลเคาะไปมา แต่ไม่กล้าเล่น หาโอกาสเข้าทำไม่ได้ มันไม่มีอะไรเลย การมีบอลแต่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ดี ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ อาร์เตต้า กับผม เข้าใจตรงกัน” เป๊ป เล่าส่งท้าย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาร์เตต้า เหมาะสมกับอาร์เซน่อลคือการรู้จักวัฒนธรรมของทีมเป็นอย่างดี การอยู่กับสโมสรมาเป็นเวลาถึง 5 ปี ทำให้เขารู้ว่าจะต้องสื่อสารกับใครในเรื่องใด เพราะเขารู้จักกับแทบจะทุกคนในสโมสร รวมถึงรู้ดีว่า จะต้องใช้ทรัพยากรนักเตะอย่างไร รวมถึงการจัดการกับบรรยากาศในห้องแต่งตัว ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเนื่องจากนักเตะเองก็ชื่นชอบและให้ความเคารพในตัว อาร์เตต้า อยู่แล้ว

“ผมรับประกันว่า อาร์เตต้า มีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยม เขามีความกระหายอยากที่จะชนะอยู่เสมอ เขารู้ว่าเสมอว่าต้องทำอะไร ในเวลาไหน และอะไรสำคัญที่สุด” อาร์แซน เวนเกอร์ ให้การสนับสนุนอดีตลูกทีม

ความเชี่ยวกรากในแท็กติกของ อาร์เตต้า แสดงออกมาให้เห็นในเกมที่ แมนฯซิตี้ เอาชนะ อาร์เซน่อล 2-1 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว “เมโทร” สื่ออังกฤษ ระบุว่าการช่วยแก้เกมของ อาร์เตต้า ในช่วงพักครึ่ง ที่ปรับให้ เดอ บรอยน์ ขยับขึ้นสูงเป็นจอมทัพมากขึ้น และเร่งการโจมตีของราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ เลรอย ซาเน่ตรงริมเส้น ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” พลิกจากที่เป็นฝ่ายตามหลัง 0-1 จนแซงกลับมาชนะได้ในที่สุด

“กวาร์ดิโอล่าดูประทับใจกับสิ่งที่อาร์เตต้าพยายามจะสื่อให้กับนักเตะ และเป๊ปยังบอกอีกว่า อาร์เตต้านี่แหละ คือพลังงานสำคัญในห้องแต่งตัวที่เอติฮัด สเตเดี้ยม” ผู้สื่อข่าวจาก เมโทร เผย

อาร์เตต้าอาจเป็นคนที่ดูแล้วเงียบขรึม เขาอาจไม่ได้แสดงพลังออกมาจากภายนอก แต่ทุกคนที่เคยทำงานร่วมกับเขารู้ดี ว่าทั้งบุคลิก , ความคิด , ความมั่นใจ และความฉลาดของตัวเขามีมากเพียงใด

ช้อนหุ้นตอนกราฟตก

การเข้ามาคุมอาร์เซน่อลในเวลานี้ของ อาร์เตต้า อาจเป็นจังหวะที่พอดีสำหรับตัวเขาด้วยซ้ำ เนื่องจากในเวลานี้ทีมกำลังเข้าสู่ยุคตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

อาร์เซน่อลเพิ่งจะสะกดชัยชนะเกมเยือนนัดแรกของปี 2018 ได้ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลกับฮัดเดอร์สฟิลด์ โดยรวมชนะนอกบ้านได้เพียง 4 เกมเท่านั้นตลอดทั้งฤดูกาล

นี่ยังเป็นปีที่ 2 ของ “ปืนใหญ่” ที่ไม่ได้เข้าไปเล่นในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ท่ามกลางเสียงก่นด่าของแฟนบอลกูนเนอร์สทั้งในและนอกสนาม จนเกิดกระแสทิ้งทีมไม่ไปชมเกมจนปล่อยที่นั่งว่างเปล่าในช่วงท้ายฤดูกาล

ไม่น่าจะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับสถานการณ์ของ “ปืนใหญ่” และหากเปรียบเทียบกับตอนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลเมื่อปี 2015 “หงส์แดง” จบเพียงอันดับที่ 6 เท่ากับอาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ และได้เพียงโควต้าไปเล่นยูฟ่า ยูโรป้า ลีก

อาร์เตต้า ไม่ได้เข้ามาเพื่อแบกความกดดันแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหมือนกับที่ เดวิด มอยส์ ต้องรับมือหลังยุคสมัยของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่หน้าที่ของเขาคือการกอบกู้ทีมขึ้นมา จากหนึ่งสมองและสองมือของเขา

และหากย้อนกลับไป ตอนที่เซอร์ อเล็กซ์ คุมแมนฯยูไนเต็ดใหม่ๆ “ปีศาจแดง” ก็ยังขาดแคลนความสำเร็จและยังเป็นทีมกลางตารางเช่นกัน

การเริ่มจากศูนย์หรือติดลบ มันดีกว่าการเริ่มจากร้อยแน่นอน นั่นอาจเป็นความโชคดีของ อาร์เตต้า ในเวลานี้

ไม่มีอีกแล้ว “วัฏจักรวนไปมาไม่จบสิ้น” ของอาร์เซน่อล

เริ่มฤดูกาลได้ดี มีลุ้นเกือบทุกแชมป์ , เริ่มสะดุดช่วงคริสต์มาส และไปทำแต้มหกเรี่ยราดจนหลุดวงโคจรทุกรายการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

แฟนบอลหวังแชมป์ลีก แต่เฮดโค้ชทำได้เพียงพาทีมจบที่ 4 ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทุกฤดูกาล ซึ่งทุกครั้งที่ได้ไป ก็จะคอตกหล่นเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายทุกครั้ง (จนพักหลังมันแย่กว่าเดิม ตอนนี้กลายเป็นหล่นมาเล่นในยูโรป้าลีกเรียบร้อยแล้ว)

อาจมีแชมป์ฟุตบอลถ้วยแซมมาบ้าง (แต่ก็เป็นเพียงการต่อลมหายใจในการทำทีม) และแม้จะซื้อสตาร์เข้ามาเสริม แต่ทรงบอลไม่ได้มีการพัฒนาอะไรเลยในระยะยาว

แถมยังเป็นทีมที่เกมรุกสวยงามแต่ขาดประสิทธิภาพ และเกมรับเปื่อยยุ่ยพร้อมเสียประตูได้ทุกเมื่อ จนไม่มีทีมใหญ่และทีมเล็กเกรงกลัวอีก

หมดสิ้นกันทีวัฏจักรซ้ำไปซ้ำมาทุกฤดูกาล อย่างน้อยการมาของ อาร์เตต้า จะทำให้ทุกคนมั่นใจว่า แผนการเล่นต้องเปลี่ยนไป , จุดมุ่งหมายในแต่ละฤดูกาลต้องเปลี่ยนไป , นโยบายของทีมต้องเปลี่ยนไป และแน่นอน ผลงานของทีมคงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

กับลูกหม้อคนเดิม , กับอดีตกัปตันทีมที่ทุกคนรัก แต่กลับกลายมาเป็นว่าที่เฮดโค้ชหน้าใหม่ ที่ไปฝึกวิชาความรู้การเป็นกุนซือมาอย่างเต็มเปี่ยม 

การมีเลือดของบาร์เซโลน่า , การเข้าใจความเป็นอาร์เซน่อล และการมีวิธีคิดและความเข้าใจเกมแบบเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ไม่มีเหตุผลที่แฟนอาร์เซน่อลจะไม่ต้อนรับ “มิเกล อาร์เตต้า” เข้ามาคุมทีม

ยุคสมัยใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้เดอะ กันเนอร์ส วางใจได้เลย

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FOURFOURTWO THAILAND