ตัวพ่อระดับทวีป: 10 อันดับสุดยอดแข้งประจำยูโร 2016

นี่คือเหล่านักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในรอบแบ่งกลุ่มและรอบ 16 ทีมสุดท้าย ว่าแต่ใครโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ไมเคิล ค็อกซ์ ทีมงานของเรามากที่สุด?

10. เมซุต โอซิล (เยอรมัน)

ตอนฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีก่อน โอซิลเล่นไม่ค่อยคงเส้นคงวานัก แม้ว่าจะได้แชมป์มาครองแต่เพลย์เมคเกอร์ของอาร์เซนอลก็ไม่ค่อยพอใจนักกับการได้ยืนเป็นมิดฟิลด์ทางกราบซ้าย ทำให้มิดฟิดล์คนอื่นๆโชว์ฟอร์มได้ดีกว่า

แต่คราวนี้เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อหุบเข้าไปเล่นด้านในมากขึ้น และด้วยความที่เยอรมันได้ครองเกมอยู่ตลอดจากการจ่ายบอลที่มีคุณภาพในแนวลีก ทำให้โอซิลสามารถเชื่อมเกมจากแผงกองกลางไปยังกองหน้าได้อย่างมีอิสระ อีกทั้งยังสามารถจ่ายบอลทะลุช่องให้กับเพื่อนร่วมทีมที่วิ่งสอดขึ้นมาได้อีกด้วย แม้การพลาดจุดโทษของเขาในเกมกับสโลวาเกียจะเป็นตัวย้ำให้เห็นถึงจุดอ่อนในการจบสกอร์ แต่โดยรวมแล้วการเล่นในพื้นที่สุดท้ายของเขาถือว่าไม่เป็นสองรองใคร

9. อัลบาโร่ โมราต้า (สเปน)

3 ประตูจาก 4 นัดถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวสำหรับนักเตะที่ยังไม่สามารถการันตีตัวจริงได้เลยเมื่อ 6 เดือนก่อน โดยบทบาทของโมราต้าในทีมชาติสเปนชุดนี้อาจจะไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่นัก เมื่อหน้าที่หลักๆจะอยู่แค่การโฉบมาเข้าฮอร์ส แต่เขาก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

 และที่สำคัญเขายังได้เปลี่ยนทางลำเลียงบอลของสเปนอีกด้วย จากที่ก่อนหน้านี้แผงมิดฟิลด์จะต้องสอดขึ้นมาและแทบจะไม่มีคนต่อบอลด้วย ทำให้ต้องส่งบอลคืนหลังอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้เพราะพวกเขามีตัวเป้าอย่างโมราต้าที่คอยจบสกอร์ ซึ่งการมีนักเตะหมายเลข 9 ที่คล่องตัวอย่างเขาทำทัพกระทิงดุมีความสามารถในการทะลุทะลวงมากขึ้น

Alvaro Morata

โมราต้าตกเป็นเป้าวิจารณ์ในนัดแรก แต่ก็ปรับปรุงขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

8. เกอร์เซกอร์ซ คริโชเวี๊ยค (โปแลนด์)

โปแลนด์อาจจะน่าผิดหวังเล็กน้อยในเรื่องของเกมรุก แต่เกมรับถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในทัวร์นาเม้นต์นี้เลยก็ว่าได้ เมื่อเสียเพียงแค่ประตูเดียวจาก 4 นัด จากลูกจักรยานกลางอากาศของ เซอร์ดาน ชาคิรี่

คริโชเวี๊ยคสมควรได้รับเครดิตมากกว่านี้ จากเกมรับอันครบเครื่องทั้งการเข้าสกัดอันหนักหน่วง, ความคล่องตัว, การยืนตำแหน่ง และการครองบอลอันยอดเยี่ยม เขาคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟแทบจะไม่เจอกับงานยาก มีกองกลางตัวทำลายเกมน้อยรายในทัวร์นาเม้นต์นี้ที่ทำผลงานได้สุดยอด แม้ กรานิต ชาก้า ของสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นอีกคนที่ทำผลงานได้ดี แต่ครีโชเวี๊ยคได้แสดงให้เห็นแล้วถึงคุณค่าของตัวเองที่มีต่อทีม

คริโชเวี๊ยคยิงจุดโทษช่วยให้ทีมชนะสวิตเซอร์แลนด์

7. อิวาน เปริซิช (โครเอเชีย)

ทรงผมประหลาดๆที่เห็นกันในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่จะมีอยู่สองประเภท หนึ่งคือทรงผมที่เป็นที่จดจำเฉพาะตัวพวกเขาเอง อย่างตอนที่โรมาเนียนัดกันย้อมผมทองเมื่อปี 1998 ส่วนอีกประเภทก็คือทรงผมที่ยังได้รับการกล่าวถึงหลังจากนั้นเพราะความโดดเด่นของตัวนักเตะ อย่างโรนัลโด้ในปี 2002 น่าเศร้าที่ทรงผมของเปริซิชดูจะเข้าหมวดแรกหลังจากที่ทีมชาติโครเอเชียต้องตกรอบตั้งแต่เนิ่นๆ แทนที่จะเป็นหมวดหลัง

เปริซิชทำผลงานได้อย่างต่อเนื่องใน 2 นัดแรก โดยสร้างความอันตรายได้อย่างต่อเนื่องในเกมกับตุรกีก่อนที่จะยิงได้ในเกมกับสาธารณรัฐเช็ก และจากนั้นเจ้าตัวก็ได้สร้างหนึ่งในช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ที่สุดขึ้นมาในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับสเปนด้วยการควบเข้าไปยิงมุมแคบ ถึงแม้จะแฉลบ แต่มันก็เป็นประตูชัยในเกมที่ดีที่สุดของรอบแบ่งกลุ่มพร้อมกับส่งโครเอเชียเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม ดี อย่างสุดเซอร์ไพรส์

Ivan Perisic

ทรงผมของเปริซิชได้รับการพูดถึงเช่นเดียวกับฟอร์มของเขา

6. เควิน เดอ บรอยน์ (เบลเยี่ยม)

เบลเยี่ยมออกสตาร์ททัวร์นาเม้นต์ได้อย่างเชื่องช้า เริ่มต้นด้วยการพ่ายอิตาลี 2-0 แต่จากนั้นพวกเขาก็มาซัด 9 ตุงจาก 3 นัดในการเจอกับไอร์แลนด์,​ สวีเดน และฮังการี แม้ว่า เอเด็น อาซาร์ โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นทั้ง 3 เกมดังกล่าว แต่เดอ บรอยน์ นั้นกลับสุดยอดยิ่งกว่า

ในการเจอกับทีมที่มีพื้นที่ให้เบลเยี่ยมเล่นเกมสวนกลับ การขับเคลื่อนเกมไปข้างหน้าของเดอ บรอยน์ จากตรงกลางถือว่ายอดเยี่ยมมาก เขาถือเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงผ่านกองหลัง, จ่ายบอลทะลุช่อง แม้กระทั่งยิงไกล ซึ่งผลงาน 1 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ถือเป็นตัวบอกเรื่องราวทั้งหมดได้เป็นอย่างดี ไม่มีใครอีกแล้วที่เฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายเท่ากับเขา