ทากาชิ อูซามิ: อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเหมือนบ้าน

Cronan Yu เปิดใจทากาชิ อูซามิที่กลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในลีกบ้านเกิดได้อีกครั้ง หลังจากไม่สามารถแย่งพื้นที่ลงสนามกับบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่บุนเดสลีกา 

“ทีมชาติญี่ปุ่นมีวินัย ทำงานหนัก และรู้จักทำงานการร่วมมือกับทีม พวกเขามีความเร็ว เทคนิคและวินัย”

- ฟีลิกซ์ แม็กกัธ

สำหรับแฟนฟุตบอลหลายคน ชื่อของทากาชิ อูซามิ อาจจะไม่คุ้นหูนัก ในขณะที่ดาวรุ่งเอเชียจำนวนมากใฝ่ฝันอยากไปฝึกฝีเท้าด้วยการเล่นกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปในอนาคต แต่ดาวยิงเอนกประสงค์รายนี้เคยผ่านความฝันและความจริงที่ไม่เหมือนฝันครั้งนั้นมาแล้ว สำหรับนักเตะที่เพิ่งมีอายุย่างเข้า 22 ปี การเข้าใจถึงศักยภาพฟุตบอลของตัวเองไม่ใช่เพียงคำถามเชิงทฤษฎีที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ถ้า” แต่เป็นคำถามที่อิงกับความจริงว่า “เมื่อไหร่”

จุดเริ่มต้น

ในปัจจุบันนี้การสร้างนักฟุตบอลดาวรุ่งพรสวรรค์ไปโลดแล่นในเวทียุโรปยังคงกลายเป็นความฝันและความคาดหวังของหลายต่อหลายคน หนึ่งในนั้นก็คงเป็นโยชิฮิโกะ โอคุเดะระ ที่หลายคนรู้จักในฐานะอดีตประธานสโมสรพลีมัธ ซึ่งในสายตาของครอบครัวฟุตบอลญี่ปุ่น โอคุเดะระเป็นมากกว่านั้น เขาคือผู้บุกเบิกฟุตบอลลีกในประเทศ และพระเจ้าของวงการฟุตบอลสำหรับอีกหลายคน

โอคุเดะระ ผู้สร้างชื่อกับเอฟซี โคโลญจน์, แฮร์ธา เบอร์ลิน และแวร์เดอร์ เบรเมน เป็นผู้เปิดทางให้รุ่นน้องนักเตะญี่ปุ่นได้ก้าวไปสัมผัสฟุตบอลในเวทียุโรป และนั่นเองทำให้โอคุเดะระเป็นผู้สร้างฟุตบอลญี่ปุ่นให้ก้าวสู่อีกระดับหนึ่ง

ผลงานดีต่อเนื่องของเคสุเกะ ฮอนดะ และฟอร์มสุดยอดของชินจิ คากาวะกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเพียง 2 ตัวอย่างในหลายต่อหลายนักเตะญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินรอยตามมรดกฟุตบอลของโอคุเดะระ

และระหว่างช่วงเวลาที่นักเตะทั้งสองคนต้องดิ้นรนเอาชนะปัญหาฟอร์มไม่ต่อเนื่องในสนามแข่ง ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือไม่ก็โชคชะตากำหนด ที่อูซามิ ดาวรุ่งที่เคยได้ชื่อว่าจะมาเป็นผู้สืบทอดมรดกฟุตบอลญี่ปุ่นในลีกยุโรปกำลังทำผลงานลือลั่นในลีกบ้านเกิด ผลงานในแต่ละเกมที่ลงสนาม ทำให้ชื่อของนักเตะรายนี้กลายเป็นที่จดจำและถูกมองว่าอีกไม่นานคงจะได้เดินตามรอยเท้ารุ่นพี่ไปสู่เวทียุโรปแน่นอน

เริ่มต้นจากดินสู่ดาว

เส้นทางสู่ดวงดาวของทากาชิ อูซามิ ที่ประเทศบ้านเกิด ล้วนเป็นผลมาจากการฝึกฝนอย่างหนักบวกกับโชคช่วยเล็กน้อย อูซามิเกิดที่เมืองเกียวโต และย้ายมาร่วมทีมกัมบะโอซาก้าชุดอายุไม่เกิน 15 ปีเมื่อปี 2005 และเพียง 2 ปีต่อมาก็ถูกเลื่อนให้ขึ้นเล่นกับทีมชุดอายุไม่เกิน 18 ปี

ช่วงปี 2009 อูซามิในวัย 17 ปีได้กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติญีปุ่น ไม่เพียงแต่ทำผลงานยอดเยี่ยมกับสโมสรต้นสังกัดในเจลีก อูซามิยังฝากฝีเท้าสุดประทับใจแบบลืมไม่ลงในฟุตบอลเอเชี่ยนแชมเปี้ยนส์ลีกจากการยิงประตูในเกมที่พบกับเอฟซี โซล แม้จะต้องพบกับความผิดหวังในฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี แต่อูซามิก็ยังไม่ท้อถอยถอดใจ

ความสำเร็จของกัมบะโอซาก้า ด้วยการคว้าแชมป์เจลีกฤดูกาล 2010 ที่อูซามิสามารถเบียดตำแหน่ง 11 ตัวจริงขาประจำของกัมบะ เก็บสถิติยิง 11 ประตูจากการลงสนาม 37 นัดในทุกรายการที่ลงแข่งขัน ทำให้อูซามิกลายเป็นเป้าความสนจากหลายทีมในบุนเดสลีกา ก่อนที่จะได้รับการคัดเลือกให้รับตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมเจลีกประจำฤดูกาล

ทากาชิ อูซามิ เป็นตัวอย่างของดาวยิงในศตวรรษที่ 21 ที่รวมเอาความสามารถทางเทคนิคยอดเยี่ยมสไตล์ทีมชาติญี่ปุ่นกับความเร็วและความคล่องแคล่วตามธรรมชาติและสายตาที่มองเห็นเกมและการจ่ายบอลในจังหวะได้เปรียบ กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้บาเยิร์น มิวนิคจับตามองและคว้าตัวดาวรุ่งรายนี้ไปร่วมทีมยักษ์แคว้นบาวาเรียด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี

แต่การยืมตัวครั้งนี้กลับกลายเป็นความผิดหวังสำหรับอูซามิ ทำให้ในที่สุดก็ต้องย้ายกลับมาหาต้นสังกัดด้วยเหตุผลหลายประการที่ทำให้เส้นทางฝันในบุนเดสลีกาต้องจบลงในเวลาแสนสั้น แม้ว่าอูซามิจะได้ลงซ้อมร่วมกับทีมใหญ่ แต่ จุปป์ ไฮเก้ โค้ชบาเยิร์น มิวนิคในขณะนั้นก็ยังไม่มั่นใจที่จะส่งดาวรุ่งสัญชาติญี่ปุ่นลงสนามในเป็นตัวสำรองเปลี่ยนเกม และบ่อยครั้งที่ตำแหน่งของอูซามิถูกจำกัดอยู่เพียงม้านั่งสำรอง หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือการต้องถูกส่งไปเล่นกับทีมสำรอง “ทีมบี” ของบาเยิร์น ที่อูซามิได้ลงสนาม 18 ครั้งและยิง 6 ประตู แต่อย่างไรก็ตาม อูซามิก็ยังได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่ในเกมที่พบกับแวร์เดอร์ เบรเมน, โวล์ฟสบวร์ก และสตุ๊ตการ์ด ซึ่งดาวรุ่งเลือดซามูไรก็ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชมแม้โอกาสที่ได้รับจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม

สำหรับทีมที่ตั้งเป้าคว้าแชมป์อย่างบาเยิร์น มิวนิค การโชว์ฟอร์มการเล่นในระดับที่เรียกได้ว่าน่าชื่นชมคงยังไม่เพียงพอที่จะคว้าสัญญาถาวรในทีมได้ และหากคิดว่าก่อนหน้านี้บาเยิร์นเคยพลาดเสียแชมป์บุนเดสลีกาให้กับโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ ทีมที่ครั้งหนึ่งย้อนหลังไปราวสิบปีที่แล้ว บาเยิร์นเคยยื่นมือเข้าให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และสำหรับบาเยิร์นที่มีมิดฟิลด์ตัวเก่งมากมายอย่างโทนี่ โครส, หลุยส์ กุสตาโว่, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และโทมัส มึลเลอร์ รวมถึงนักเตะตัวเก่งๆ ที่ยึดตำแหน่งริมเส้นอย่างอาร์เยน ร็อบเบนและฟร็องค์ ริเบรี่ โอกาสที่จะได้แจ้งเกิดของทากาชิ อูซามิ จึงแทบจะไม่มีให้ไขว่คว้า

เมื่อแทบจะไม่ได้โอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่ ทำให้อูซามิแทบยอมถอดใจ “บาเยิร์นได้แสดงความสนใจอยากต่อสัญญายืมตัวออกไปอีก 1 ปี แต่ผมไม่แน่ใจว่าถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าให้ผมพูดตามตรง ผมคิดว่าคงไม่อยากอยู่ต่อ”

อูซามิย้ายไปร่วมทีมฮอฟเฟ่นไฮม์ ซึ่ง มาร์คัส บับเบล ผู้จัดการทีมฮอฟเฟ่นไฮม์ในขณะนั้นเคยกล่าวว่า “มีเพียงบาเยิร์นและดอร์ทมุนด์เท่านั้นที่มีนักเตะดีกว่าเรา” ฮอฟเฟนไฮม์เปิดโอกาสให้กับนักเตะดาวรุ่งที่มุ่งมั่นไล่ตามความฝัน โดยส่งตัวลงสนามในตำแหน่งมิดฟิลด์ร่างเล็กที่มีความสามารถในการเชื่อมเกมรับและเกมบุกทำให้สามารถสร้างความปั่นป่วนได้ทั่วทั้งสนาม แต่อย่างไรก็ตามปัญหาเบื้องหลังเบื้องลึกก็ยังมีผลกระทบกับฟอร์มการเล่นของอูซามิ จนทำให้มิดฟิลด์เลือดซามูไรยิงได้เพียง 2 ประตูในการลงสนามในบุนเดสลีกา 30 เกมให้กับต้นสังกัด และต่อมาเมื่อบับเบลถูกปลดและมีการโละทีมสต๊าฟโค้ชยกชุดจึงเป็นการรูดม่านปิดฉากเส้นทางค้าแข้งยุโรปของทากาชิ อูซามิ

“มันเป็นเรื่องที่แย่มาก เราทุกคนรวมทั้งผมเองต้องพยายามระลึกเสมอว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาพร้อมกับภาระความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่” อูซามิ เล่าย้อนให้ฟังถึงเรื่องราวดังกล่าว

ซามูไรคืนฟอร์ม

แม้ช่วงเวลาการค้าแข้งในยุโรปของอูซามิจะเรียกได้ว่า “ล้มเหลว” ในสายตาของสื่อและแฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ แต่สถิติการลงเล่นทำให้ต้องมองต่างออกไป ดาวรุ่งซามูไรทำสถิติเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้มากกว่านักเตะอย่างหลุยส์ ซัวเรซถึง 17% ซึ่งขณะนั้นซัวเรซเป็นดาวยิงฟอร์มร้อนแรงที่สุดในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้สถิติการเปิดบอลครอสเข้าหาประตูยังสูงถึง 42.3% ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงกว่านักเตะพรีเมียร์ลีกทุกคน รวมถึงเลห์ตัน เบนส์ นักเตะทีมชาติอังกฤษ

“ระหว่างที่อยู่ที่นี่ผมได้พัฒนาตัวเองในทุกด้าน” อูซามิกล่าวถึงช่วงเวลาในบุนเดสลีกา “ผมได้เรียนรู้หลาย ๆสิ่งจากการที่ได้เล่นกับทั้งสองทีม ผมได้รู้ว่าการที่จะเป็นนักเตะที่ดีขึ้น ไม่เพียงแต่ต้องเปลี่ยนเทคนิคการเล่นของตัวเองแต่ต้องเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจด้วย เรื่องพวกนี้ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงไป ไม่เพียงแต่ในฐานะนักเตะแต่รวมถึงในฐานะคนคนหนึ่งด้วย ผมได้เรียบรู้ที่จะมีความมั่นใจ ผมเชื่อมั่นในการจ่ายบอล เลี้ยงบอลและการยิงประตูของผม และนั่นก็กลายมาเป็นจุดเด่นและความแข็งแกร่งของผมในตอนนี้”

อย่างไรก็ตาม การคืนฟอร์มของอูซามิหลังจากความล้มเหลวในบุนเดสลีกาเป็นการแสดงให้เห็นว่าอูซามิได้เติบโตบนเส้นทางฟุตบอลและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากเกินอายุ เมื่อกลับมาสู่ผืนหญ้าในประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิด อูซามิโชว์ฟอร์มโดดเด่น พาทีมกัมบะโอซาก้าเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่เจ.ลีกด้วยการยิง 19 ประตู ก่อนที่ฤดูกาลที่ล่าสุดจะเก็บสถิติยิง 15 ประตูช่วยให้ทีมแกร่งโอซาก้าคว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย

แม้ยังคงมีความฝันที่จะกลับไปโลดเล่นในลีกยุโรปอีกครั้งหนึ่ง แต่ในตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับอูซามิคือตั้งเป้าหมายพากัมบะโอซาก้าคว้าแชมป์เอเชี่ยน แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนที่จะคิดถึงการย้ายทีมไปสู่ความท้าทายใหม่

“ผมาอยากเป็นแชมป์เอเชีย” อูซามิกล่าว “ทีมของเราเป็นทีมที่เน้นเกมบุก ความแข็งแกร่งของกัมบะโอซาก้าอยู่ที่ความมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะประสบความสำเร็จและพร้อมจะสู้สุดพลัง”

แต่ข่าวที่มีออกมาหนาหูในโลกฟุตบอลญี่ปุ่นก็คาดกันว่ามิดฟิลด์เจ้าของส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว หรือประมาณ 178 ซม. รายนี้จะโลดแล่นอยู่ในเจลีกอีกไม่นาน สำหรับทากาชิ อูซามิ การกลับคืนมาสู่ฟุตบอลลีกในดินแดนบ้านเกิดก็ไม่ต่างอะไรกับการแวะพักชั่วคราว และเมื่อยังมีอนาคตอยู่ในกำมือ ดาวรุ่งทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ก็รู้ดีว่าหากมีข้อเสนอจากลีกยุโรปยื่นมาให้ ก็คงไม่มีอะไรหยุดยังเขาได้อีกแล้ว

อ่านและพูดคุยกับเรา #FFTASIA50

50 สุดยอดนักเตะเอเชีย ร่วมนำเสนอโดย Samsung Sports Flow ข้อมูลกีฬาที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากที่สุดในแอพเดียว ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่นี่ที่เดียว