Analysis

ถ้าย้อนเวลาได้...จะไม่เซ็นเลย : 10 ดีลสุดปวดใจของอาร์เซน่อล ยุคพรีเมียร์ลีก

จากกองหน้าจอมปืนฝืด สู่กองหลังจอมอาภัพ… จอน สเปอร์ลิง ขอนำเสนอเหล่านักเตะที่ “สาวกปืนใหญ่” อยากจะลบออกจากความทรงจำของพวกเขาไปซะ

We are part of The Trust Project What is it?

10.จอห์น เยนเซ่น

หากแฟนบอลอาร์เซนอล ต้องการหลักฐานว่าสโมสรแห่งนี้ตั้งเป้าอย่างไร เมื่อตอนเริ่มต้นยุคพรีเมียร์ลีก เมื่อตอนปี 1992 ก็ให้ดูการเซ็นสัญญาของพวกเขาซะ… ทัพปืนใหญ่จัดการคว้ามิดฟิลด์ตัวรับผมหยิกหยอยที่เพิ่งพาทีมชาติเดนมาร์กคว้าแชมป์ยูโร 92 จอห์น เยนเซ่น มาร่วมทัพ ลูกยิงของเขาที่ซัลโวใส่เยอรมันในนัดชิงชนะเลิศ ทำให้เกิดความคาดหวังมากมาย

ทว่าเยนเซ่น กลับยิงได้เพียงลูกเดียวให้กับอาร์เซน่อล ในการพบกับควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ในช่วงก่อนปีใหม่ปี 1994 จนมีคนทำเสื้อขายพร้อมกับสโลแกนว่า “ข้าอยู่ในสนามวันที่ “เยนเซ่น ยิงประตูได้ด้วยน่ะเฟ้ย” (ประมาณว่าอยู่ในเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต) ฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้มีความน่าตื่นตาตื่นใจอะไรเลย ทำให้แฟนๆอดคิดถึง เดวิด โรแคสเซิล ขวัญใจของพวกเขา ที่เพิ่งย้ายออกจากถิ่นไฮบิวรี่ไปอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด ก่อนหน้าเยนเซ่นย้ายเข้ามาไม่ได้… บางทีโชคชะตาคงกำหนดมาให้เขาล้มเหลวกับอาร์เซน่อล ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นแล้ว

9.โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส

หลังจากย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลด้วยค่าตัวถึง 10.5 ล้านปอนด์ จากเซบีญ่า เมื่อเดือนมกราคม ปี 2004 แข้งสแปนิชวัย 20 ปี (ขณะนั้น) สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจในถิ่นไฮบิวรีทันที ด้วยการซัด 2 ประตูใส่เศรษฐีใหม่เมืองผู้ดีอย่างเชลซี ช่วยให้อาร์เซน่อล ชนะไป 2-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 ท่ามกลางแฟนบอลเกือบ 4 หมื่นคน

กระนั้นในเดือนตุลาคม 2004 วันที่ทัพ “กันเนอร์ส” แพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนยุติสถิติไร้พ่าย 49 นัด มันเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเขาที่เมืองผู้ดี เขาโดนแกรี่ เนวิลล์ เล่นงานซะอ่วม หลังจากนั้นเขาก็ดูเหี่ยวฉาวลงไปในสีเสื้อแดง-ขาว ของอาร์เซน่อล - เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2005 เขาให้สัมภาษณ์ยอมรับผ่านวิทยุว่ากำลังรอคอยวันได้กลับสเปน และปี 2006 เขาก็ได้ย้ายไปเรอัล มาดริด ในสัญญายืมตัว

8.แชร์วินโญ่

แม้ว่ามีคำมั่นสัญญาจากบอร์ดบริหารว่าจะเซ็นผู้เล่นบิ๊กเนมเข้ามาในปี 2011 แต่พอตลาดซื้อ-ขายปิดลง แฟนๆ อาร์เซน่อล ก็ต้องผิดหวัง เพราะคนที่คว้ามา คือ แชร์วินโญ่ กองหน้าไอวอรี่ โคสต์จากลีลล์ในราคา 10.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาแสดงให้แฟนบอลเห็นบ่อยๆ คือ ความเฉื่อยแฉะ, เงอะงะยามอยู่ในเขตโทษ, จบสกอร์ไม่เฉียบขาด และเสียบอลง่ายๆ

ฤดูกาล 2012/13 แชร์วินโญ่ ออกสตาร์ทซีซั่นได้ดีเยี่ยม โดยเดือนกันยายน ซัดไปถึง 3 ประตู แต่หลังจากนั้นเขาไม่ค่อยได้ลงสนาม และพบว่าจุดจบของตัวเองกับอาร์เซน่อล ไม่สวยงามเท่าไหร่ ท่ามกลางความไม่ชอบพอจากเหล่าสาวก “เดอะ กูนเนอร์ส” เขาย้ายไปร่วมทีมโรม่า ในศึกกัลโช เซเรีย อา หลังจากอยู่ลอนดอนได้เพียง 2 ปีเท่านั้น

7.ปาร์ค ชู ยอง

Park Chu-young

ซัมเมอร์ปี 2011 ดูจะเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลอาร์เซน่อล รู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกิน เพราะนอกจากสูญเสียเชสก์ ฟาเบรกัส, ซามีร์ นาสรี่, และกาเอล คลีชี่ ออกจากทีมไปแล้ว ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาทดแทน ก็เหมือนจะพึ่งพาไม่ค่อยได้เอาเสียเลย ถึงแม้จะมีผู้เล่นชื่อชั้นดี อย่างแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับมิเกล อาร์เตต้า เข้ามา แต่รายของอังเดร ซานโต๊ส กับ ปาร์ ชู ยอง มิดฟิลด์ชาวเกาหลีใต้ดูเหมือนจะไม่ใช่…  

โดยเฉพาะในรายการปาร์ค ที่ตอนนั้นอายุ 26 ปีเข้าไปแล้ว เขาไม่สามารถงัดฟอร์มสมัยอยู่กับโมนาโก ในลีกเอิง ฝรั่งเศส มาโชว์ให้เห็นเป็นขวัญตาได้เลย ผลงานที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ช่างน่าผิดหวังเสียเหลือเกิน ลงเล่นเพียง 7 นัดรวมทุกรายการ และปรากฏตัวในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แค่ 1 นัด คือ เกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด...เขายิงได้เพียง 1 ประตูให้กับอาร์เซน่อล ในเกมลีกคัพที่พบกับโบลตัน - นั่น คือ ผลงานของเขาทั้งหมด...

6.มารูยาน ชามัคห์

ช่วงแรกของปี 2010/11 กองหน้าค่าตัวฟรีทีมชาติโมร็อกโกจากบอร์กโดซ์ ดูจะเป็นสไตรเกอร์ที่ดีเอาเรื่อง เขาทำประตูได้สม่ำเสมอทีเดียวทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่หลังจากนั้นฟอร์มเขาก็เริ่มดร็อปลง เจ้าตัวยอมรับหลังสิ้นสุดปีนั้นว่า “ผมฟอร์มตกไปซะดื้อๆ” ผลงานของเขาออกทะเลไปไกล และเริ่มได้ลงเล่นน้อยลง เอ่อ… ส่วนใหญ่ออกไปทางเป็นเพียงตัวสำรองด้วยซ้ำ

ช่วงเวลาที่น่าจดจำของ ชามัคห์ คงจะเป็นการลงมาเป็นซุเปอร์ซับ และยิงประตูให้อาร์เซน่อล นัดที่ปืนใหญ่ชนะเรดดิ้ง 7 - 5 ในเกมลีกคัพ เมื่อเดือนตุลาคมปี 2012 กระนั้นการจบปีแบบมือเปล่า มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาดูดีในสายตาของแฟนบอลนักหรอก