Analysis

ถ้าย้อนเวลาได้...จะไม่เซ็นเลย : 10 ดีลสุดปวดใจของอาร์เซน่อล ยุคพรีเมียร์ลีก

We are part of The Trust Project What is it?

5.คิม คาลล์สตรอม

ถ้ามาคิดๆกันแบบทั่วๆไปแล้ว...กองกลางชาวสวีดิช คือ ยอดนักเตะคนหนึ่ง เขาติดทีมชาติ 131 นัดให้กับทีมชาติสวีเดน มีเกียรติยศประดับจากการคว้าแชมป์กับลียงมากมาย กระนั้นเขากลายเป็นตัวตลกในฐานะนักเตะสัญญายืมตัวกับอาร์เซนอลเมื่อตอนปี 2014 เขามีอาการบาดเจ็บที่บริเวณแผ่นหลังติดตัวมาจากต้นสังกัดที่แท้จริงสปาร์ตัก มอสโกว์ และมันกลายเป็นว่าอาร์เซน่อล ต้องรับผิดชอบดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของเขาซะงั้น ทำให้ 3 เดือนแรกเขาไม่ได้ลงเล่นให้ปืนใหญ่เลย   

จากสัญญายืมตัวที่สั้นอยู่แล้ว ยิ่งสั้นเข้าไปอีก มิดฟิลด์สวีดิช ลงสนามให้อาร์เซน่อลแค่ 4 เกม แม้กระนั้นเขาก็ยังช่วยยิงจุดโทษชี้ขาดให้ปืนใหญ่ ชนะวีแกน แอธเลติก ไปในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ซึ่งต่อมาเขาได้นิยามการลงเล่นในฐานะตัวสำรองวันนั้นว่า : “15 นาทีที่ดีที่สุดในชีวิตของผม”

4.ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส

มันช่างเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเสียเหลือเกิน เมื่ออาร์เซน่อลเซ็นสัญญาคว้าตัวดาวยิงเอฟเวอร์ตันมาแบบฟรีๆ เมื่อปี 2001 และอาร์เซน เวนเกอร์ ถึงกับตั้งฉายาเขาว่า “fox in the box” (จิ้งจอกในกรอบเขตโทษ) ที่สโมสรรอคอยมานานแสนนาน...น่าเสียดาย ที่อาการบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงทัศนคติในสนามซ้อม, การสูญเสียความมั่นใจไปโดยสิ้นเชิง ตลอดจนการมีคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกันอย่างเธียร์รี อองรี และซิลแว็ง วิลตอร์ ทำให้เจฟเฟอร์แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยในปีที่อาร์เซนอล คว้าดับเบิ้ลแชมป์

มีบ้างนิดหน่อยที่เขาได้โชว์ความมหัศจรรย์ของตัวเอง แต่หลังโดนไล่ออกจากสนามในปี 2003 ในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็โดนเอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของเขา ยืมตัวกลับไปซะเลย

3.กาบา เดียวาร่า

ด้วยความที่เขาย้ายมาอาร์เซน่อลด้วยราคาที่ไม่แพงสักเท่าไหร่ (2.5 ล้านปอนด์) มันก็อาจจะดูโหดร้ายไปหน่อย หากเราใส่ชื่อของเขาลงบนลิสต์นี้ แต่เพราะการที่อาร์เซน เวนเกอร์ เล่นคุยโวว่าแข้งเฟร้นช์แมนรายนี้เหมือนนิโกลาส์ อเนลก้า ทุกกระเบียดนิ้ว เมื่อครั้นตอนเขาปรากฏตัวครั้งแรกที่ไฮบิวรี เดือนมกราคม 1999 มันก็เลยมีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะให้เขาเข้ามาอยู่ในลิสต์นี้ของเรา? ทำไมน่ะเหรอ ก็ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่กับอาร์เซน่อล เขายิงประตูไม่ได้เลยยังไงล่ะ

โดยเฉพาะการที่เขาพลาดโอกาสสำคัญในเกมกับลีดส์ ยูไนเต็ด นัดรองสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งท้ายที่สุดอาร์เซน่อล แพ้ไป 0 - 1 ส่งผลให้แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนั้น ตกเป็นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทันที   

2.เซบาสเตียน สกิลลาชี่

สกิลลาชี่ ถึงกับขู่ประท้วงเซบีญา หากว่าเขาอดย้ายไปอาร์เซน่อล แต่พอมาอยู่กับปืนใหญ่จริงๆ ทุกๆ อย่างมันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด กองหลังชาวฝรั่งเศส ดูไม่มีความสุขเสียเลย ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ส่วนหนึ่ง คือ เขาและคู่หูอย่าง โลรองต์ กอสเซียลนี ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้าไปกับความเร็วของฟุตบอลอังกฤษ

จุดตกต่ำสุดๆ ของเขาเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2012 ในเกมลีกกับฟูแล่ม เขาโหม่งบอลไปเข้าเท้าบ็อบบี้ ซาโมร่า ที่วอลเล่ย์สวนตูมเดียวเข้าไปในนาทีที่ 92 ก่อนที่อาร์เซน่อลพ่ายแพ้ไป จากนั้นอีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมา ทัพ “ปืนใหญ่” ตกรอบเอฟเอ คัพ หลังจากความพ่ายแพ้ต่อซันเดอร์แลนด์ (ซึ่งเกมนั้นเขาถูกจับเป็นตัวสำรอง ก่อนถูกส่งลงสนามมานาทีที่ 10 แต่พอผิดพลาดจนทีมเสียประตู ก็โดนถอดออกนาทีที่ 53)

ในฤดูกาลที่ 3 ของเขากับอาร์เซน่อล ก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย จากนั้นจึงย้ายไปอยู่กับบาสเตีย ทีมลีกเอิง ฝรั่งเศส

1.เกล็น เฮลเดอร์

จอร์จ เกรแฮม คว้าตัวปีกจากวิเทสส์ อาร์เน่ม มาด้วยค่าตัว 2.3 ล้านปอนด์เมื่อปี 1995 มันเป็นการเซ็นสัญญาที่แปลกๆ ซะหน่อย เพราะวันที่เฮลเดอร์ ประเดิมสนาม คือ วันที่สโมสรประกาศปลดกุนซือ (ซึ่งก็ คือ จอร์จ เกรแฮม ทีคว้าเขามานั่นแหละ)

เฮลเดอร์ มีความเร็ว แต่การเปิดบอลจากด้านข้างของเขา เข้าขั้นแย่ และการยิงได้เพียงประตูเดียวในสีเสื้ออาร์เซน่อล คือ ผลตอบแทนอันน่าผิดหวังที่เขามอบให้ “ทัพปืนใหญ่” (ประตูเดียวที่ทำได้เกิดจากการยิงใส่มิดเดิ้ลสโบรห์ 1 ปีหลังเซ็นสัญญา) นอกจากการคุยโม้โอ้อวดถึงค่าเหนื่อยราคาสูงของตัวเองในห้องแต่งตัว เขาก็มีแต่ผลงานอันน่าผิดหวังตลอดเวลา 18 เดือน ในที่สุดแข้งชาวดัตช์ก็ถูกปล่อยให้เบนฟิก้ายืมตัว

อย่างไรก็ตาม เดนนิส เบิร์กแคมป์ ก็ยังเชิญ เฮลเดอร์ มาร่วมทีม ตำนานอาร์เซน่อล ในเกมเทสติโมเนียล แมตช์ของเขา เมื่อปี 2006, เดนนิส นี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ

ติดตามบทความสารคดีฟุตบอลสดใหม่ทุกวันได้ที่นี่