ทำไมใครๆก็รักสะสม? : จากปากคนรอบข้างกุนซือผู้ทรนง… เหตุที่ ‘โค้ชเตี้ย’ ยิ่งใหญ่

กุนซือผู้ทรนงประจำวงการฟุตบอลไทย เขาสร้างปรากฏการณ์ต่างๆมากมายขึ้นมาแบบที่ไม่มีกุนซือคนไหนทำได้ ด้วยทฤษฏีปลาเล็กกินปลาใหญ่ ที่สำคัญผู้คนรอบข้างต่างรักผู้ชายคนนี้  ทำไม? ถึงมีแต่คนรัก สะสม พบประเสริฐ...FFT TH มีคำตอบ

อดีตนักเตะกสิกรไทยยุครุ่งเรืองได้รับการยอมรับจากคนในวงการฟุตบอลไทยว่าเป็นหนึ่งในนักเตะฝีเท้าดี และเมื่อเป็นโค้ชก็ถูกยอมรับในวงกว้าง แต่กว่าที่เขาจะผ่านมาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล

สะสม พบประเสริฐ เริ่มงานโค้ชแรกด้วยการคุมทีมเยาวชน 14 ปีทีมชาติไทย ก่อนรับงานคุม “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2004 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่หันหลังให้วงการฟุตบอล เพื่อไปทำธุรกิจกับเพื่อนๆ

ปี 2009 สะสม พบประเสริฐ หวนคืนสู่วงการลูกหนังอีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน 4 ปีเต็ม ด้วยการเข้ามารับงานเฮดโค้ช การท่าเรือฯ ทีมดังย่านคลองเตย

“ตอนนั้นผมกำลังมองหาใครสักคนเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของทีม ฝีมืออย่างเดียวคงไม่พอ ผมอยากได้ใครที่ ทำงานด้วย หัวใจ สุดท้ายผมก็ดึงสะสม เข้ามาทำงาน ซึ่งผมเลือกคนไม่ผิด”  พิเชษฐ์ มั่นคง อดีตประธานสโมสรการท่าเรือฯ ผู้ดึงเข้ากลับเข้าสู่วงการเผยกับ FFT TH

จะมีโค้ชสักกี่คนที่แฟนบอลท่าเรือฯ พร้อมใจกันตะโกนชื่อดังลั่นสนาม โดยไม่ต้องรอโฆษกสนามประกาศชื่อ แม้เวลาผ่านไป เขาจะกลับมาในฐานะโค้ชทีมคู่แข่ง ถ้าไม่ใช่ผู้ชายที่ชื่อ สะสม พบประเสริฐ”

“จะมีโค้ชสักกี่คนที่แฟนบอลท่าเรือฯ พร้อมใจกันตะโกนชื่อดังลั่นสนาม โดยไม่ต้องรอโฆษกสนามประกาศชื่อ แม้เวลาผ่านไป เขาจะกลับมาในฐานะโค้ชทีมคู่แข่ง ถ้าไม่ใช่ผู้ชายที่ชื่อ สะสม พบประเสริฐ”  ธงไชย แซ่จิว บก.ฟุตบอลไทยเว็บไซต์โกลดอทคอม (ประเทศไทย) พูดถึงอดีตกุนซือท่าเรือ

เพียงแค่ฤดูกาลแรกที่ สะสม พบประเสริฐ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือใหญ่ของการท่าเรือฯ เขาก็เปลี่ยนแปลงทีมไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จากทีมที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นในฤดูกาลก่อน ก้าวขึ้นมาอยู่กลุ่มบนของตารางคะแนน แถมยังสร้างประวัติศาสตร์พาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในปีดังกล่าว ซึ่งถือเป็นแชมป์แรกในรอบ 16 ปีของสโมสรการท่าเรือฯ

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนั้น การท่าเรืออยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องเงิน จนได้รับสมญานามจากสื่อว่า “คนจนผู้ยิ่งใหญ่”

“พี่เตี้ย(สะสม พบประเสริฐ) ให้ความเชื่อมั่นกับนักเตะทุกคนในทีม ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฟอร์มที่ดีหรือไม่ก็ตาม เขาไว้ใจว่าทุกคนจะพาทีมไปสู่ความสำเร็จ และนักเตะก็ให้ ‘ใจ’ เขากลับ นั่นคือสิ่งแรกที่พี่เตี้ยเปลี่ยนแปลงทีมตอนนั้น” สมปอง สอเหลบ เริ่มเท้าความถึงการเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมการท่าเรือฯ เมื่อปี 2009  

“ละเอียดทั้งในสนามและนอกสนาม” คำนิยามในตัวโค้ชเตี้ยจาก “กัปตันเป้” เกียรติเจริญ เรืองปาน “ในสนามผมก็ว่าแกละเอียดแล้วนะ เรื่องนอกสนามก็ละเอียดไม่แพ้กัน แกเป็นโค้ชที่ใส่ใจนักเตะในทีมทุกอย่าง ถ้าแกรู้ว่าใครมีปัญหานอกสนามจะยื่นมือเข้าไปช่วยทันที แกคงคิดว่าปัญหานอกสนามบางทีอาจจะส่งผลต่อในสนามด้วย”

“แชมป์เอฟเอคัพในปีนั้น ก็ต้องให้เครดิตแก ผมชอบตรงที่แก้เกมแบบกล้าได้กล้าเสีย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร สุดท้ายพี่เตี้ย แอ่นอกรับผิดชอบเองทั้งหมด” เกียรติเจริญ เรืองปาน กล่าวถึงกุนซือคู่บุญกับ FFT TH

“ถ้านักเตะในทีมเชื่อใจเราแล้ว การทำงานมันก็ง่ายไปหมด ผลงานมันจึงออกมาดีในปีนั้น” “โค้ชโอ๋” สุวโรจน์ อภิวัฒน์วราชัย มือขวาโค้ชเตี้ย พูดถึงเหตุผลของความสำเร็จของการท่าเรือในปีดังกล่าว

หลังพาการท่าเรือคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 2009 ได้ไม่นานเขาก็ต้องพาลูกทีมหวนคืนสู่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยอีกครั้งในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ก โดยพบกับแชมป์ไทยลีกอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตามค่ำคืนนั้นเป็นคืนที่ไม่น่าจดจำของวงการฟุตบอลไทย...และสะสม พบประเสริฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาถูกโจมตีว่าเป็นตัวก่อชนวน

“แฟนบอลตีกัน แต่ทำไมทุกคนต้องโยนความผิดมาให้ สะสม พบประเสริฐ ว่าเป็นต้นเหตุของเรื่อง ความจริงเขาเป็นคนพยายามห้ามด้วยซ้ำ ที่สำคัญเขาพยายามออกมาปกป้องนักเตะ และศักดิ์ศรีของสโมสร” สุวโรจน์ อภิวัฒน์วราชัย

“หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทุกคนที่กำลังเสียขวัญ แต่พี่เตี้ยบอกกับนักเตะในทีมว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาจะเป็นคนรับผิดชอบเอง” สมปอง สอเหลบ เล่าความหลัง หลังเหตุการณ์อื้อฉาวบอลไทย เมื่อปี 8 ปีก่อน

“โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ยังสร้างความสำเร็จต่อเนื่องให้กับการท่าเรือฯ หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ โตโยต้าลีกคัพ ในปี 2010 ด้วยการเฉือนชนะ บุรีรัมย์ พีอีเอ ทีมเต็งแชมป์ในปีดังกล่าวในรอบชิง 2-1

“ถ้าไม่ใช่นักเตะในทีม ตอนนั้นคนอื่นๆคงไม่เชื่อหรอกว่าท่าเรือฯจะเป็นแชมป์ได้ แต่พวกผมเชื่อว่า พี่เตี้ย พาพวกเราเป็นแชมป์ได้” เกียรติเจริญ เรืองปาน กล่าว

ถ้าไม่ใช่นักเตะในทีม ตอนนั้นคนอื่นๆคงไม่เชื่อหรอกว่าท่าเรือฯจะเป็นแชมป์ได้ แต่พวกผมเชื่อว่า พี่เตี้ย พาพวกเราเป็นแชมป์ได้” - เกียรติเจริญ เรืองปาน

“แม้ว่าผลงานเราดี แต่ภายในเรากำลังมีปัญหา ความจริงพวกเราแทบไม่รู้แล้ว แต่พี่เตี้ยกระตุ้นพวกเราอยู่ตลอด ถ้าไม่ใช่พี่เตี้ย ผมว่าเราคงไม่ได้แชมป์” สมปอง สอเหลบ พูดถึงเกมนัดชิง

สุดท้ายการท่าเรือฯ ประสบปัญหาด้านการเงิน สะสม พบประเสริฐ ต้องเสียสละเพื่อให้ทีมเดินหน้าต่อ

“ตอนนั้นการท่าเรือฯ ต้องขายนักเตะตัวหลัก รวมถึงโค้ชเตี้ยต้องไปอยู่กับ บุรีรัมย์ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้สโมสร ความจริงแล้วนักเตะทั้งหมด รวมไปถึงโค้ชเตี้ย จะทิ้งทีมไปเลยก็ได้ แล้วไปรับค่าเซ็นรับเงินเต็มๆ แต่เขาไม่ทำ ยอมเพื่อให้สโมสรเดินต่อไปได้ นี่แหละที่ทำให้แฟนบอลท่าเรือฯ รักเขา” ธงไชย แซ่จิว บก.ฟุตบอลไทยเว็บไซต์ โกลดอทคอม (ประเทศไทย) กล่าว

“ผมรู้จักกับเตี้ย ตั้งแต่สมัยเล่นฟุตบอลแล้ว เขาเป็นคนที่เอาตัวรอดได้เก่ง แต่เขาไม่เคยเอาตัวรอดคนเดียว สมัยก่อนพวกเราแอบหนีซ้อม พอโดนจับได้ เตี้ย นี่ละยกมือรับคนแรกเลย ทั้งๆที่เขาสามารถเอาตัวรอดได้ ผมมั่นใจเลยว่าคนอย่างเขา ไม่ทิ้งเพื่อน ไม่ทิ้งส่วนรวมแน่นอน”  “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ เผย

การย้ายออกจากการท่าเรือฯ ไปอยู่กับ บุรีรัมย์ เอฟซี (สงขลา ยูไนเต็ด) ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ สุดท้ายก็ต้องแยกทางกับสโมสร ก่อนไปรับงานคุม แบงค็อก ยูไนเต็ด ในปี 2012 แค่เพียงฤดูกาลแรกก็พาแบงค็อก ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นกลับมาเล่นลีกสูงสุดได้สำเร็จ

“เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ โค้ชเตี้ย ได้รับการยอมรับหลังพาแบงค็อก กลับสู่ไทยลีก แต่เขากลับยกเครดิตให้กับ น้าเหม่ง (ประพล พงษ์พานิช) กุนซือคนเก่าที่เสียชิวิตไปก่อนหน้านั้น ว่าเป็นคนวางรากฐานความสำเร็จให้กับทีม นั่นคือการให้เกียรติคนของ ผู้ชายที่ชื่อ สะสม พบประเสริฐ” ธงไชย แซ่จิว ย้อนถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น