ทำดีไม่เห็นผล : 8 ตัวสำรองที่เล่นดีให้ตายก็ไม่ได้เป็นตัวจริง

ปกติแล้ว นักเตะที่ได้ลงเป็นตัวจริง แน่นอนว่าจะต้องมีผลงานที่ดีกว่าคนอื่นๆ แต่พวกเขาเหล่านี้ คือนักเตะที่ต้องนั่งตบยุงบนม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่ฟอร์มไฉไลกว่าตัวจริงบางรายด้วยซ้ำ!

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เจ้าของฉายา “เพชฌฆาตหน้าทารก” ย้ายจากโมลด์มายังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 1.5 ล้านปอนด์เเมื่อเดือนกรกฎาคม 1996 ในตอนนั้นแทบไม่มีใครในอังกฤษรู้จักเขา และคิดว่าคงจะมาเป็นอะไหล่สำรองของ เอริก คันโตน่า และ แอนดี้ โคล มากกว่า

แต่จากการที่โคลได้รับบาดเจ็บขาหักจากการเข้าปะทะกับ นีล รัดด็อก ในเกมสำรองกับลิเวอร์พูล ทำให้เขาได้รับโอกาสสนาม และไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เมื่อจัดการยิงไป 18 ประตูพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยที่ 4 จาก 5 ฤดูกาล พร้อมกับแจ้งเกิดเต็มตัว

ทว่าเมื่อโคลฟิตสมบูรณ์เต็มถังในฤดูกาล 1997/98 ก็เป็นโซลชาที่ต้องนั่งจับเจ่าอยู่ข้างสนาม แม้ว่าหัวหอกเจ้าของค่าตัวแพงสุดเป็นสถิตินักเตะอังกฤษ 7 ล้านปอนด์ตอนที่ย้ายมาจากนิวคาสเซิลจะทิ้งขว้างโอกาสไปเท่าไหร่ แต่แข้งชาวนอร์วีเจี้ยนก็ไม่เคยได้รับการเหลียวแล แถมตอนที่ได้ลงช่วงท้ายฤดูกาลยังถูกถ่างออกไปเป็นปีกซ้ายจำเป็นยามที่ ไรอัน กิ๊กส์ เจ็บอีกต่างหาก

นั่นทำให้ในปี 1998 เกือบจะทำให้โซลชาย้ายไปอยู่กับสเปอร์ส แต่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มารั้งไว้ในนาทีสุดท้าย “มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ กับ อลัน ชูการ์ (สองประธานสโมสรในขณะนั้น) ตกลงค่าตัวกันได้แล้วที่ 5.5 ล้านปอนด์ แต่เจ้านาย (อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) เรียกผมไปที่ออฟฟิศแล้วบอกว่า ‘ฉันไม่อยากขายนายไป ถ้านายอยู่ ฉันจะให้นายลงเล่นอย่างเพียงพอ’ นั่นก็พอแล้วสำหรับผม ผมไม่ต้องการไป แต่เอเย่นต์อยาก เขาบอกกับผมว่าเขาไม่เคยเจอใครที่ดื้ออย่างผมมาก่อน แต่ผมก็คิดถูกแล้ว นั่นแหละผม!” โซลชากล่าวกับโฟร์โฟร์ทู

และในปี 1999 ตำนานซูเปอร์ซับก็ถูกสถาปนาอย่างเต็มตัว จากประตูชัยที่ช่วยให้ “ปีศาจแดง” คว้า 3 แชมป์ในปีถัดมา

ทอเร่ อังเดร โฟล

ถ้าหากในยุค 90 แมนฯยูไนเต็ด มี โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นเพื่อนพึ่งพาในยามยากแล้ว เชลซีก็มี ทอเร่ อังเดร โฟล เพื่อนร่วมชาตินี่แหละที่เป็นกำลังเสริมชั้นดี

เขาย้ายมาจากบรานน์ทีมในบ้านเกิดด้วยค่าตัวแค่ 300,000 ปอนด์ เมื่อหน้าร้อนปี 1997 และกดไปถึง 11 ประตูในพรีเมียร์ลีก จากสถิติลงสนามเป็นตัวจริง 16 นัดและสำรองอีก 18 นัด ซึ่งถือว่ายิงได้มากกว่า มาร์ค ฮิวจ์ส กับ จานฟรังโก้ โซล่า คู่หัวหอกตัวจริงในเวลานั้นเสียอีก

ฤดูกาลถัดมา แทบจะไม่ต่างจากเดิม เมื่อได้ลงเป็นตัวจริง 18 ในลีก แต่เจ้าตัวก็ยังยิงได้สม่ำเสมอ โดยกดไป 10 เม็ดในพรีเมียร์ลีก

โดยซีซั่นที่พีคสุดของเขาคือ 2000/01 ที่กดไป 19 ประตูรวมทุกรายการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก แถมยังยิงบาร์เซโลน่าทั้งไปและกลับอีกด้วย แม้สุดท้ายจะตกรอบด้วยน้ำมือของ “เจ้าบุญทุ่ม” ก็ตาม และฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลที่เขาลงเล่นมากที่สุดด้วย

อย่างไรก็ตาม การมาถึงของ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซงเบงค์ กับ ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น ทำให้เขาต้องกลับไปนั่งสำรองอีกครั้ง และได้ลงเป็นตัวจริงแค่ 5 ในลีก ก่อนจะขอย้ายทีมไปอยู่กับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ ทำสถิตินักเตะนอร์เวย์ที่ค่าตัวแพงสุด และเป็นนักเตะที่ค่าตัวมากสุดในลีกสก็อตด้วย ถือว่าเป็นดีลที่คุ้มเกินคุ้มจริงๆสำหรับ “สิงโตน้ำเงินคราม”

Pages